LEED มาตรฐานการก่อสร้าง อาคารที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จากอเมริกา

LEED Leadership in Energy and Environmental Design คือ เกณฑ์สำหรับการประเมินอาคารเขียว ต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา โดยองค์กร USGBC (U.S. Green Building Council)
 
LEED เป็นอีกหนึ่งมาตรฐานการก่อสร้างอาคารและอสังหาฯ ที่เกิดในยุคที่กระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อมซึ่งได้รับการยอมรับในด้านการตรวจสอบและประเมิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของอาคารและช่วยลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร โดยที่ผ่านมามีอาคารดังๆ สถาปัตยกรรมระดับโลกมากมายที่ให้ความสำคัญกับ LEED รวมถึงอาคารชั้นนำในประเทศไทยหลายแห่งที่ได้รับการรับรองยืนยันโดยมาตรฐาน LEED

หลักเกณฑ์พิจารณาเพื่อประเมินระดับการรับรองของ LEED (ตามหลักการประเมินของ LEED v4) มีดังนี้

 

 
  1. Location and Transportation (ที่ตั้ง และการคมนาคมขนส่ง) ลดการใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทาง การบริหารจัดการที่จอดรถอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. Sustainable Site – SS (การใช้ประโยชน์จากที่ตั้งอย่างยั่งยืน) การสร้างผลกระทบต่อที่ตั้งอาคารต่ำ เพิ่มพื้นที่เปิดโล่งสีเขียว ลดการเกิดน้ำท่วมล้น ลดปรากฎการณ์เมืองร้อน และลดการก่อมลภาวะทางแสง
  3. Water Efficiency – WE (การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ) การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพรวมไปถึง การลดปริมาณความต้องการน้ำสะอาดให้น้อยที่สุดไปใช้ในงานดูแลสวน น้ำใช้ในห้องน้ำ และโถปัสสาวะ ตลอดจนลดปริมาณการใช้ในน้ำในอาคารโดยรวม
  4. Energy and Atmosphere – EA (พลังงาน และบรรยากาศ) พลังงานและบรรยากาศ รวมถึงการลดปริมาณการใช้พลังงาน สนับสนุนให้มีการใช้พลังงานทดแทน จัดทำระบบที่สามารถวัดการใช้พลังงาน ไม่ใช้สารทำความเย็นที่มี CFC เพื่อลดการทำลายชั้นโอโซน รวมไปถึงการจัดหาพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ได้รับการรับรองว่าผลิตจากพลังงานทดแทน
  5. Material and Resources – MR (วัสดุ และทรัพยากร) การเลือกใช้วัสดุและทรัพยาการในการก่อสร้าง คือ มีการเตรียมพื้นที่คัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิล การนำอาคารหรือองค์ประกอบของอาคารมาใช้ใหม่ การลดขยะจากการก่อสร้าง การใช้วัสดุรีไซเคิล การใช้วัสดุพื้นถิ่น การใช้วัสดุปลูกทดแทนได้เร็ว และ การใช้ไม้ที่ผ่านการรับรองว่ามาจากป่าทดแทนที่มีการรับรอง
  6. Indoor Environmental Quality – IEQ (คุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร) คือ การควบคุมสภาวะอากาศภายในอาคารเพื่อสภาวะอยู่สบายและสุขภาพที่ดีของผู้ใช้อาคาร โดยพิจารณาในเรื่องการระบายอากาศ การดำเนินการจัดการกับมลภาวะทางอากาศที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งในระหว่างการก่อสร้างและระหว่างการใช้งานอาคาร การเลือกใช้วัสดุที่มีสารระเหยที่เป็นพิษต่ำ การส่งเสริมสภาวะอยู่สบายที่ผู้ใช้อาคารสามารถควบคุมได้เอง การใช้แสงธรรมชาติและการออกแบบอาคารให้มองเห็นบรรยากาศภายนอก รวมถึงการป้องกันการเกิดเชื้อราที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย
  7. Innovation Design – ID (นวัตกรรมในการออกแบบ) เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการออกแบบอาคารด้วยรูปแบบใหม่ และการมีวิธีการหรือหลักเกณฑ์ใหม่ๆ มาใช้ในการทำอาคารที่ยั่งยืน (Sustainable Building) ทำได้โดยการนำวิธีการหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกำหนดในมาตรฐานมาใช้ รวมถึงการทำได้มากกว่าที่เกณฑ์กำหนด และการมี LEED AP เป็นสมาชิกในทีมด้วย
  8. Regional Priority – RP (ลำดับความสำคัญของท้องถิ่น) เนื่องจากปัญหาสภาพแวดล้อมบางอย่างอาจจะเป็นเรื่องเฉพาะถิ่น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้โครงการก่อสร้างตระหนัก และเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ มาเป็นเรื่องที่พิจารณาในลำดับต้นๆ
 
สินค้าของจระเข้ ได้ผ่านเกณฑ์ในการทดสอบค่า VOC ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานของ LEED ในด้าน Indoor Environmental Quality – IEQ (คุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร)ทั้งในส่วน VOC Emission (ปริมาณสาร VOC ที่ปลดปล่อยออกสู่อากาศ) และ VOC ที่อยู่ในเนื้อผลิตภัณฑ์ (VOC Contents) จากห้องปฏิบัติการทดสอบของ EUROFIN ที่ได้มาตรฐาน 

รายแรกที่ครบทุกหมวดสินค้า

สินค้าจระเข้ที่ผ่านเกณฑ์การทดสอบ
ตามมาตรฐานที่ LEED V4 กำหนด


หมวดกาวซีเมนต์
กาวซีเมนต์จระเข้เขียว
กาวซีเมนต์จระเข้แดง

หมวดกาวยาแนว
กาวยาแนวจระเข้ พรีเมี่ยม พลัส เงิน
กาวยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส

หมวดกันซึม
ซีเมนต์กันซึม จระเข้ เฟล็กซิลด์
ซีเมนต์กันซึม จระเข้ อีโคชิลด์

หมวดตกแต่งผนัง
ซีเมนต์ฉาบแต่งผิงบาง จระข้ สกิมโค้ท สมูท
ซีเมนต์ฉาบแต่งผิวบาง จระข้ สกิมโค้ท สมูท รุ่นเกเตอร์

หมวดสี
สีจระเข้ จี คัลเลอร์ ไบโอสเฟียร์
สี่จระเข้ จี คัลเลอร์ อีโคสเฟียร์
สีจระเข้ จี คัลเลอร์ กราฟคลีน
สีจระเข้ จี คัลเลอร์ สตุคกี้
จระเข้ คัลเลอร์ ซีเมนต์