ประเด็นสำคัญ
- กระเบื้องยางและพื้น SPC คือวัสดุปูพื้นที่ผลิตจากไวนิลและส่วนผสมอื่น ๆ เช่น ผงหินปูน ผงไม้ แล้วนำมาขึ้นรูปเป็นแผ่น และพิมพ์ลวดลายต่าง ๆ ให้มีความสวยงาม ดูแลรักษาง่าย และทนต่อความชื้น โดยกระเบื้องยางทั่วไปนิยมติดตั้งแบบทากาว ส่วนพื้น SPC นิยมติดตั้งแบบคลิกล็อกโดยไม่ต้องใช้กาว
- ก่อนปูกระเบื้องยางและพื้น SPC ควรปรับพื้นผิวให้เรียบด้วยจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง ปูปรับระดับพื้นที่ไหลตัวเองได้ ช่วยแก้ปัญหาพื้นเดิมไม่เรียบ มีหลุม แอ่ง หรือความต่างระดับ ทำให้พื้น SPC เรียบเนียน ลดปัญหาพื้นหลุดล่อน เสียงดัง หรือเสียหายในอนาคต
การปรับพื้นให้เรียบเนียนก่อนปูพื้น SPC หรือปูกระเบื้องยาง เป็นขั้นตอนสำคัญที่จำเป็นต้องทำในงานปูพื้น โดยเฉพาะพื้นภายในอาคาร เพื่อป้องกันพื้นผิวขรุขระ เป็นคลื่น หรือไม่ได้ระดับ สำหรับการปูพื้นกระเบื้องยาง SPC มีอะไรที่ควรรู้ก่อนบ้าง วันนี้จระเข้มีความรู้ดี ๆ มาฝากกัน
- พื้น SPC กับกระเบื้องยางต่างกันยังไง?
- ก่อนปูกระเบื้องยาง SPC ต้องปรับพื้นด้วยจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง เพื่อให้พื้นเรียบเนียนได้ระดับ
- วิธีใช้งานจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่งต้องทำยังไงบ้าง?
- อุปกรณ์ปูกระเบื้องยาง SPC แบบทากาวและแบบคลิกล็อก ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?
- 5 ขั้นตอนปูพื้น SPC แบบคลิกล็อกให้แข็งแรง ทนทาน สวยงาม
- 5 ขั้นตอนปูกระเบื้องยางแบบทากาวให้ยึดเกาะแน่น เรียบสวย
- ปูกระเบื้องยางหรือพื้น SPC บนพื้นเดิมได้ไหม? และพื้นไหนห้ามปู?
- ข้อควรระวังในการปูพื้นกระเบื้องยาง SPC
- กระเบื้องยางมีกี่ประเภท? แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง?
- ลายปูพื้นกระเบื้องยางและพื้น SPC มีแบบไหนบ้าง?
- ทำไมต้องใช้ปูนปรับระดับก่อนปูพื้น SPC หรือกระเบื้องยาง
- เคล็ดลับการดูแลพื้นหลังปูกระเบื้องยางควรทำอะไรบ้าง?
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
พื้นกระเบื้องยาง คืออะไร?

พื้นกระเบื้องยาง คือ วัสดุปูพื้นที่ผลิตจากไวนิลหรือวัสดุผสมโพลิเมอร์ นำมาอัดขึ้นรูปเป็นแผ่น และพิมพ์ลวดลายต่าง ๆ เช่น ลายไม้ ลายหิน ลายปูนเปลือย ให้สัมผัสที่นุ่มสบายเท้ากว่ากระเบื้องเซรามิก ดูแลรักษาง่าย ทนต่อความชื้นได้ดี เหมาะกับการใช้งานทั้งภายในบ้าน คอนโด สำนักงาน และพื้นที่เชิงพาณิชย์
ปัจจุบันพื้น SPC (Stone Plastic Composite) ถือเป็นหนึ่งในประเภทกระเบื้องยางที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีส่วนผสมของผงหินปูน จึงแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี และทนต่อความชื้นได้ดีกว่ากระเบื้องยางทั่วไป นอกจากนี้ยังมีกระเบื้องยาง LVT และ WPC ให้เลือกใช้งานเช่นกัน
พื้น SPC กับกระเบื้องยางต่างกันยังไง?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | พื้น SPC | กระเบื้องยาง |
|---|---|---|
|
วัสดุที่ใช้ผลิต |
|
|
|
ความหนา |
4-6 มิลลิเมตร |
2-8 มิลลิเมตร (ขึ้นอยู่กับประเภท) |
|
คุณสมบัติ |
|
|
|
วิธีติดตั้ง |
|
|
|
พื้นที่ใช้งาน |
กระเบื้องแกรนิตโต้ หินอ่อนหรือหินอกรนิต
|
|
ก่อนปูกระเบื้องยาง SPC ต้องปรับพื้นด้วยจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง เพื่อให้พื้นเรียบเนียนได้ระดับ

หากต้องการให้พื้นเรียบเนียนและได้ระดับก่อนปูกระเบื้องยางหรือพื้น SPC ควรเลือกจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง ปูนปรับระดับพื้นชนิดไหลตัวได้ ที่เหมาะสำหรับงานเตรียมพื้นผิวคอนกรีต เพียงผสมน้ำแล้วเทลงบนพื้น เนื้อปูนจะไหลปรับระดับได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้เกรียงปาด ช่วยให้พื้นเรียบ แข็งแรง และพร้อมสำหรับการติดตั้งวัสดุปูพื้นชนิดต่าง ๆ อีกทั้งยังแห้งเร็ว สามารถติดตั้งวัสดุปูพื้นได้ภายใน 16 ชั่วโมง ช่วยประหยัดเวลาในการก่อสร้าง
ทำไมถึงควรปรับพื้นก่อนปูกระเบื้องยางด้วยจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง
- ไหลปรับระดับได้เอง ให้พื้นเรียบสม่ำเสมอโดยไม่ต้องใช้เกรียงปาดช่วย
- ยึดเกาะพื้นผิวเดิมได้ดี รับแรงได้สูง ไม่หดตัว และไม่เกิดฝุ่นบนผิวหน้า
- แห้งตัวเร็ว เดินบนพื้นได้ภายใน 3–4 ชั่วโมง และปูวัสดุปิดผิวต่อได้ภายใน 16 ชั่วโมง
- ใช้งานได้หลากหลาย เหมาะสำหรับเตรียมพื้นก่อนปูกระเบื้องยาง พื้น SPC พื้นลามิเนต ไม้ปาร์เกต์ พรม และวัสดุปูพื้นอื่น ๆ
- ผ่านมาตรฐาน ASTM C1708 และช่วยสนับสนุนการรับรองอาคารเขียว เช่น LEED, WELL และ TREES
วิธีใช้งานจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่งต้องทำยังไงบ้าง?
1. สำรวจพื้นที่ที่จะปรับพื้น ดูก่อนว่าเหมาะจะปูกระเบื้องยางหรือไม่

ก่อนจะเริ่มปรับพื้นก่อนปูกระเบื้องยางควรสำรวจพื้นที่ที่จะปูก่อนว่ามีลักษณะอย่างไร โดยกระเบื้องยางเป็นวัสดุที่สามารถปูทับลงบนพื้นผิวเดิม อย่างพื้นกระเบื้อง พื้นผิวคอนกรีตได้ หากสำรวจแล้วพบว่าพื้นเรียบเนียน ไม่มีร่องรอยแตกร้าว หรือความเสียหาย ก็ปูกระเบื้องยาง SPC ทับได้เลย แต่หากพบความเสียหายควรซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนเทปูนปรับพื้น
- หากพื้นเดิมเป็นกระเบื้องหลุดล่อน: ห้ามติดตั้งกระเบื้องยางเด็ดขาด เพราะพื้นจะขรุขระไม่เรียบเนียน เสี่ยงต่อความเสียหายในอนาคต ควรรื้อกระเบื้องเดิมออกก่อน
- หากเป็นพื้นคอนกรีตแตกร้าว: หากพบรอยแตกร้าว เสียหาย ควรซ่อมแซม ด้วยจระเข้ รีแพร์ มอร์ต้า ซีเมนต์สำหรับซ่อมแซมงานโครงสร้าง เหมาะสำหรับรอยแตกร้าวขนาด 3-40 มิลลิเมตร ก่อนปรับระดับพื้นใหม่
2. ทาจระเข้ ไพร์มเมอร์ เอส เพิ่มการยึดเกาะ

หลังเตรียมพื้นผิวเรียบร้อย ควรทารองพื้นด้วยจระเข้ ไพรเมอร์ เอส เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะระหว่างพื้นเดิมกับจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง ทำให้ปูกระเบื้องยาง SPC ได้เรียบยิ่งขึ้น โดยผสมจระเข้ ไพรเมอร์ เอส 1 ส่วน กับน้ำสะอาด 1 ส่วน จากนั้นทาให้ทั่วบริเวณและปล่อยให้แห้งประมาณ 3 ชั่วโมง
ข้อควรรู้: หลังทารองพื้นไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 24 ชั่วโมง ก่อนเทปูนปรับระดับ และสำหรับพื้นผิวที่ดูดซึมน้ำสูง เช่น พื้นคอนกรีต ปูนเปลือย ควรทารองพื้นจำนวน 2 ครั้ง เพื่อช่วยลดการดูดซึมน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะ
ทำไมถึงควรใช้จระเข้ ไพร์มเมอร์ เอสก่อนเทปูนปรับระดับ?

- ผลิตจากน้ำยาลาเท็กซ์โพลิเมอร์ ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ เปิดและปรับสภาพพื้นผิวให้เหมาะกับการเทปูนปรับระดับ ลดปัญหาการหลุดล่อน
- เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะ ระหว่างพื้นเดิมกับปูนปรับระดับ ช่วยให้ปูนยึดติดกับพื้นผิวได้ดีขึ้น
- ช่วยปิดรูพรุนของพื้นผิว ลดการดูดซึมน้ำของพื้น และลดโอกาสเกิดฟองอากาศบนผิวหน้าปูนปรับระดับ
- เหมาะสำหรับทารองพื้นก่อนปรับระดับ ใช้ร่วมกับปูนปรับระดับ จระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง เพื่อเตรียมพื้นผิวคอนกรีตหรือซีเมนต์ให้พร้อมก่อนติดตั้งวัสดุปูพื้น
3. ผสมจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่งกับน้ำ

เตรียมภาชนะสำหรับผสมและเติมน้ำสะอาด จากนั้นเท จระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง 3.6-3.8 ส่วน ลงในน้ำ 1 ส่วน หรือจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง 20 กิโลกรัม ต่อน้ำ 4 ลิตร จากนั้นใช้หัวปั่นที่มีความเร็วรอบประมาณ 650 รอบต่อนาที ผสมให้เข้ากันประมาณ 2–3 นาที จนเนื้อปูนมีความสม่ำเสมอก่อนนำไปใช้งาน
4. เทปูนให้ไหลตัวเองและปล่อยให้บ่มตัว

เมื่อผสมจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่งเรียบร้อย ให้เทส่วนผสมเทลงบนพื้นที่บริเวณที่ต้องการปรับระดับ โดยปูนจะไหลและปรับระดับพื้นผิวได้ด้วยตัวเองภายในประมาณ 20 นาทีหลังผสม โดยไม่จำเป็นต้องใช้เกรียงปาดช่วย และสามารถบ่มตัวได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้น้ำยาช่วย หลังปรับระดับแล้วสามารถเดินได้ภายในประมาณ 3–4 ชั่วโมง
5. ทิ้งไว้ 16 ชั่วโมงก่อนปูพื้นกระเบื้องยาง SPC

เพื่อให้พื้นแห้งและเซตตัวอย่างเหมาะสม หลังจากเทจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่งแล้ว ควรปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 16 ชั่วโมง ก่อนปูกระเบื้องยางหรือพื้น SPC โดยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นผิวแห้งสนิท สะอาด และไม่มีความชื้นตกค้างก่อนเริ่มติดตั้ง เพื่อให้วัสดุปูพื้นยึดเกาะได้เต็มประสิทธิภาพ และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังใช้งานในระยะยาว
อุปกรณ์ปูกระเบื้องยาง SPC แบบทากาวและแบบคลิกล็อก ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?
| อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม | แบบทากาว | แบบคลิกล็อก |
|---|---|---|
|
1. ตลับเมตรและอุปกรณ์ตีแนว สำหรับวัดขนาดพื้นที่ คำนวณจำนวนแผ่น และตีแนวกำหนดตำแหน่งก่อนปู |
✅ | ❌ |
|
2. คัตเตอร์ ใช้ตัดแผ่นกระเบื้องยาง SPC ให้พอดีกับพื้นที่ |
✅ | ✅ |
|
3. เกรียงหวีสำหรับทากาว ใช้ปาดกาวปูกระเบื้องยางให้กระจายสม่ำเสมอ |
✅ | ❌ |
|
4. ลูกกลิ้งรีดกระเบื้องยาง ใช้รีดไล่อากาศและช่วยกดให้แผ่นกระเบื้องยางแนบสนิทกับพื้น |
✅ | ✅ |
|
5. กาวปูกระเบื้องยาง (สำหรับระบบทากาว) ใช้ยึดแผ่นกระเบื้องยางกับพื้นเดิม |
✅ | ❌ |
|
6. แผ่นรองพื้น (สำหรับพื้น SPC บางรุ่น) ช่วยเพิ่มความนุ่ม ลดเสียงกระทบ และช่วยปรับความเรียบของพื้นเล็กน้อย |
❌ | ✅ |
|
7. บัวพื้นและอุปกรณ์ปิดขอบ ใช้เก็บรายละเอียดบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง ป้องกันขอบพื้นเสียหาย |
✅ | ✅ |
5 ขั้นตอนปูพื้น SPC แบบคลิกล็อกให้แข็งแรง ทนทาน สวยงาม
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นผิวก่อนติดตั้ง และปูแผ่นรองพื้น (หากจำเป็น)

หลังปรับพื้นให้เรียบด้วย จระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง และปล่อยให้แห้งแล้ว ควรทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่น เศษวัสดุ และสิ่งสกปรกก่อนเริ่มติดตั้ง เพื่อให้แผ่นพื้น SPC วางแนบสนิทกับพื้นเดิม สำหรับพื้น SPC บางรุ่นที่ไม่มีแผ่นรองพื้นในตัว ควรปูแผ่นรองพื้นตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อช่วยลดเสียงขณะเดิน และยังเพิ่มความนุ่มสบายเท้า
ขั้นตอนที่ 2: วางแนวปูพื้น SPC และติดตั้งแถวแรกที่บริเวณผนัง

ก่อนเริ่มปูพื้น SPC ควรวางแผนแนวการติดตั้ง โดยกำหนดทิศทางการปูให้เหมาะกับรูปทรงห้องและทิศทางแสง เพื่อให้ลายพื้นต่อเนื่อง จากนั้นเริ่มติดตั้งแถวแรกบริเวณผนัง โดยเว้นระยะห่างจากผนังประมาณ 8–10 มิลลิเมตร เพื่อรองรับการขยายตัวของวัสดุเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผ่นแรกวางตรงตามแนว เพราะจะส่งผลต่อความสวยงามของภาพรวมทั้งห้อง
ขั้นตอนที่ 3: เชื่อมระบบคลิกล็อกทีละแผ่น

เมื่อติดตั้งแถวแรกเรียบร้อย ให้เชื่อมแผ่น SPC แผ่นถัดไปเข้ากับร่องคลิกล็อกของแผ่นก่อนหน้า โดยทำตามวิธีที่กำหนด เช่น วางเฉียงแล้วกดลง หรือการเคาะเบา ๆ ให้เข้าล็อกกัน ควรตรวจสอบให้แต่ละแผ่นเชื่อมต่อกันสนิท ไม่มีช่องว่างระหว่างแผ่น และหลีกเลี่ยงการใช้แรงกระแทกมากเกินไป เพราะอาจทำให้จุดที่เป็นคลิกล็อกเสียหายได้
ขั้นตอนที่ 4: ตัดแต่งแผ่นพื้น SPC บริเวณมุมห้องและวงกบประตู

บริเวณขอบผนัง มุมห้อง เสา หรือวงกบประตู จำเป็นต้องวัดขนาดและตัดแผ่น SPC ให้พอดีกับพื้นที่ โดยควรวัดระยะให้แม่นยำก่อนตัด และเว้นช่องว่างรอบขอบผนังประมาณ 8–10 มิลลิเมตร เพื่อให้พื้นมีพื้นที่รองรับการขยายตัว ไม่ควรติดตั้งแผ่น SPC ชิดผนังหรือวงกบจนเกินไป เพราะอาจทำให้พื้นโก่งตัวเมื่อวัสดุขยายตัว
ขั้นตอนที่ 5: ติดตั้งบัวพื้นและอุปกรณ์ปิดขอบ

หลังปูพื้น SPC เสร็จแล้วให้ติดตั้งบัวพื้น อุปกรณ์ปิดขอบ หรือคิ้วจบงานบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง เพื่อเพิ่มความเรียบร้อยและปกปิดช่องว่างที่เว้นไว้สำหรับการขยายตัวของพื้น ควรยึดบัวพื้นเข้ากับผนัง ไม่ควรยึดติดกับแผ่น SPC โดยตรง เพื่อให้แผ่นพื้นมีพื้นที่สำหรับการหดหรือขยายตัวตามอุณหภูมิ
5 ขั้นตอนปูกระเบื้องยางแบบทากาวให้ยึดเกาะแน่น เรียบสวย

ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด ไม่มีเศษปูน ฝุ่น สิ่งสกปรก
เพื่อให้กาวปูพื้นกระเบื้องยางติดแน่นกับพื้นผิวปูน ควรทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด ไม่มีเศษปูน เศษฝุ่น คราบสกปรก คราบกาว หรือคราบน้ำมันต่าง ๆ เพราะสิ่งแปลกปลอมบนพื้นผิว อาจทำให้กาวยึดเกาะได้ไม่ดี จนพื้นกระเบื้องยางหลุดล่อนได้เร็วขึ้น
ขั้นตอนที่ 2: วางแนวการปูพื้นกระเบื้องยาง โดยเริ่มจากกลางห้องไล่ไปที่ผนัง
ก่อนทากาวปูพื้นกระเบื้องยาง ควรวางแผนแนวการปูกระเบื้องยางให้เหมาะกับพื้นที่ โดยเริ่มจากการวัดขนาดห้อง กำหนดจุดกึ่งกลางห้อง และทดลองวางแผ่นกระเบื้องยางโดยไม่ติดกาว เพื่อดูความต่อเนื่องของลวดลาย รวมถึงคำนวณตำแหน่งที่ต้องตัดบริเวณขอบห้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาแนวกระเบื้องไม่สมดุลหรือลวดลายที่ไม่ต่อเนื่อง
ขั้นตอนที่ 3: ทากาวด้วยเกรียงหวีให้สม่ำเสมอ และทิ้งไว้ 15 - 20 นาที
ใช้เกรียงหวีสำหรับทากาวปูกระเบื้องยาง โดยปาดกาวให้หนาสม่ำเสมอ ไม่ควรทากาวมากหรือน้อยเกินไป โดยสังเกตว่ากาวกระจายตัวทั่วทั้งพื้น ไม่เกาะตัวเป็นก้อนอยู่จุดใดจุดหนึ่ง เพราะกาวที่มากเกินไปอาจดันตัวขึ้นตามร่องระหว่างแผ่น ส่วนกาวที่น้อยเกินไปอาจทำให้แผ่นยึดเกาะไม่แน่น ควรรอระยะเวลาประมาณ 15-20 นาที ก่อนวางแผ่นกระเบื้องยาง เพื่อให้กาวเซตตัวพร้อมสำหรับการติดตั้ง
ขั้นตอนที่ 4: ปูกระเบื้องยางและใช้ลูกกลิ้งรีดไล่ฟองอากาศ
หลังทากาวเรียบร้อย ให้วางแผ่นกระเบื้องยางตามแนวที่กำหนด โดยกดแผ่นให้แนบสนิทกับพื้นและจัดตำแหน่งให้ตรงกัน จากนั้นใช้ลูกกลิ้งรีดกระเบื้องยางกดทับทั่วบริเวณ เพื่อไล่อากาศใต้แผ่นและช่วยให้กาวสัมผัสกับด้านหลังของกระเบื้องยางได้เต็มที่ ลดปัญหาแผ่นโก่งตัว ขอบเปิด หรือพื้นไม่เรียบหลังใช้งาน
ขั้นตอนที่ 5: ตัดแต่งกระเบื้องยางบริเวณขอบและมุมห้อง
บริเวณขอบผนังหรือมุมห้อง ควรวัดขนาดและตัดแผ่นกระเบื้องยางให้พอดีกับพื้นที่ โดยใช้คัตเตอร์ เพื่อให้แนวรอยต่อเรียบร้อย ไม่ควรตัดแผ่นชิดผนังจนเกินไป ควรเว้นระยะเล็กน้อยตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อรองรับการขยายตัวของวัสดุและช่วยลดปัญหาพื้นโก่งตัวในอนาคต
ปูกระเบื้องยางหรือพื้น SPC บนพื้นเดิมได้ไหม? และพื้นไหนห้ามปู?
ปูกระเบื้องยางหรือพื้น SPC สามารถปูทับพื้นเดิมได้ หากพื้นเดิมแข็งแรงและเรียบได้ระดับ โดยพื้นที่ปูทับได้ ได้แก่ พื้นคอนกรีต พื้นปูนขัดมัน และพื้นกระเบื้อง โดยจะต้องเป็นพื้นที่ไม่มีรอยแตกร้าวหรือหลุดล่อน
1.พื้นคอนกรีต ต้องเรียบเนียนได้ระดับ
พื้นคอนกรีตเป็นหนึ่งในพื้นผิวที่สามารถปูกระเบื้องยางหรือพื้น SPC ทับได้ แต่จะต้องตรวจสอบก่อนว่าแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้ดีหรือไม่ พร้อมตรวจเช็กดูด้วยว่าพื้นไม่มีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ ไม่มีความชื้น และไม่มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกตกค้าง หากพบความเสียหายควรซ่อมแซมและปรับพื้นด้วยจระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่งเสียก่อน
2. พื้นปูนขัดมัน ต้องสะอาด ไม่มีปูนหลุดล่อน
พื้นปูนขัดมันใช้เป็นพื้นเดิมสำหรับปูกระเบื้องยางและพื้น SPC ได้ เพราะมีพื้นผิวเรียบ แข็งแรง และทำความสะอาดง่าย แต่ควรตรวจสอบสภาพพื้นก่อนติดตั้ง หากพบรอยแตกร้าว ผิวปูนหลุดล่อน หรือพื้นมีความต่างระดับ ควรซ่อมแซมและปรับพื้นให้เรียบก่อน
3. พื้นกระเบื้อง ต้องเรียบ ไม่มีร่องลึก
พื้นกระเบื้องเป็นพื้นที่สามารถปูพื้น SPC หรือกระเบื้องยางทับได้ โดยพื้นจะต้องมีสภาพแข็งแรง ไม่หลุดล่อน ไม่แตกร้าว และมีระดับสม่ำเสมอ ก่อนติดตั้งควรตรวจสอบแนวร่องยาแนวเสียก่อน เพราะหากร่องลึกอาจทำให้พื้นกระเบื้องยางเป็นคลื่น ควรปูแผ่นรองหรือปรับพื้นให้เรียบเสียก่อน เพื่อให้พื้นผิวเรียบและรองรับการติดตั้งได้อย่างเหมาะสม
ข้อควรรู้สำหรับพื้นที่ห้ามปูกระเบื้องยางทับ
- พื้นพรม: เพราะพื้นผิวพรมมีลักษณะนุ่มและยืดหยุ่น แถมยังมีเส้นใยต่าง ๆ ซึ่งทำให้กาวติดกระเบื้องยางได้ยาก นอกจากนี้ยังอาจทำให้กระเบื้องยางโก่งงอ และหลุดล่อนง่าย ควรจะลอกพรมออกแล้วปรับพื้นให้เรียบเป็นพื้นผิวปูนก่อนค่อยปูกระเบื้องยาง
- พื้นไม้ปาร์เก้: โดยปกติพื้นไม้ปาร์เก้เมื่อเจอความชื้นจะยืดหรือหด ตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เมื่อปูกระเบื้องยางทับลงไปแล้ว ทำให้ไม่ติดแน่นเท่าที่ควรจะเป็น อาจจะโก่งตัวได้ ดังนั้นควรจะรื้อพื้นเดิมออกก่อน แล้วปรับพื้นผิวให้เรียบร้อย
- พื้นขรุขระ: ทำให้เกิดฟองอากาศใต้แผ่นกระเบื้อง ต่อให้เป็นพื้นปูน ไม่ใช่พื้นพรมหรือพื้นไม้ปาร์เก้ แต่ถ้าเป็นพื้นที่พื้นผิวไม่เรียบเนียน ขรุขระ ก็ปูกระเบื้องยางไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าพื้นที่ไม่เรียบจะทำให้กระเบื้องยางไม่แนบสนิท เกิดช่องว่างหรือฟองอากาศใต้กระเบื้อง ทำให้กาวติดกระเบื้องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และยังทำให้พื้นไม่เรียบเนียน ต้องมาซ่อมแซมกันในภายหลังด้วย
ข้อควรระวังในการปูพื้นกระเบื้องยาง SPC

1. ห้ามปูกระเบื้องยางบนพื้นที่มีความชื้น
ก่อนปูพื้นกระเบื้องยาง SPC ควรตรวจสอบความชื้นของพื้นเดิมโดยใช้เครื่องวัดความชื้น โดยไม่ควรเกิน 2-3% เพราะความชื้นที่อยู่ใต้พื้นอาจส่งผลต่อการติดตั้ง และทำให้เกิดปัญหาในภายหลัง โดยเฉพาะคอนกรีตใหม่หรือบริเวณที่มีน้ำซึมจากใต้พื้น หากติดตั้งทั้งที่พื้นยังมีความชื้นสูง อาจทำให้พื้นกระเบื้องยางโก่งตัว หลุดล่อน หรือเกิดกลิ่นอับ
2. ควรวัดระดับพื้นอีกครั้งก่อนปูกระเบื้องยาง
ก่อนติดตั้งพื้น SPC ควรวัดระดับพื้นเดิมด้วย ไม้บรรทัดระดับ ระดับน้ำ หรือเลเซอร์วัดระดับ โดยตรวจสอบหลายจุดทั่วพื้นที่ เพื่อดูว่าพื้นเรียบสม่ำเสมอหรือมีหลุม แอ่ง และความต่างระดับหรือไม่ หากพบว่าพื้นไม่เรียบ ควรปรับระดับด้วยปูนปรับระดับ จระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง เพื่อให้พื้นเรียบ ได้ระดับ ป้องกันปัญหาพื้นเอียงหรือพื้นไม่เท่ากันทั้งห้อง
3. อย่าปูกระเบื้องยางโดยไม่ทดลองวางก่อน
ก่อนปูกระเบื้องยางหรือปูพื้น SPC ควรทดลองวางแผ่นพื้นในพื้นที่จริงก่อน เพื่อวางแนวการติดตั้ง ตรวจสอบทิศทางของลวดลาย และคำนวณจำนวนแผ่นที่ต้องตัดบริเวณขอบห้องหรือมุมต่าง ๆ การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยลดปัญหาลายพื้นไม่ต่อเนื่อง หรือความคลาดเคลื่อนระหว่างติดตั้ง โดยเฉพาะพื้นลายไม้ที่ควรจัดเรียงแนวลายให้ดูเป็นธรรมชาติ
กระเบื้องยางมีกี่ประเภท? แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง?
1. กระเบื้องยาง LVT ราคาประหยัด ใช้งานได้ทั่วไป
กระเบื้องยาง LVT (Luxury Vinyl Tile) ผลิตจากไวนิลหรือโพลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความเหนียว ยืดหยุ่น และทนต่อความชื้น จึงนิยมนำมาใช้ผลิตวัสดุก่อสร้างหลายชนิด เช่น ท่อน้ำ ฉนวนหุ้มสายไฟ และวัสดุปูพื้น ส่วนใหญ่หนาประมาณ 2–3 มิลลิเมตร ให้สัมผัสนุ่มสบายเท้า นิยมติดตั้งด้วยระบบทากาว เหมาะสำหรับบ้าน คอนโด สำนักงาน และพื้นที่ใช้งานทั่วไป
- ข้อดี: ให้สัมผัสนุ่ม เดินสบายเท้า มีลวดลายและสีสันให้เลือกหลากหลาย อีกทั้งราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับวัสดุปูพื้นประเภทอื่น และเปลี่ยนหรือซ่อมเฉพาะแผ่นได้หากเกิดความเสียหาย
- ข้อเสีย: ต้องใช้กาวติดตั้ง หากพื้นมีความชื้นสูงหรือไม่เรียบ อาจทำให้กาวยึดเกาะได้ไม่เต็มที่ เสี่ยงต่อการลอกล่อน
2. กระเบื้องยาง SPC แข็งแรง ติดตั้งโดยไม่ต้องใช้กาว
กระเบื้องยาง SPC (Stone Plastic Composite) คือ กระเบื้องยางที่มีส่วนผสมของผงหินปูนกับไวนิล และสารเติมแต่งพิเศษ จึงมีโครงสร้างแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี และทนต่อความชื้นสูงกว่ากระเบื้องยางทั่วไป ส่วนใหญ่ออกแบบให้ติดตั้งด้วยระบบคลิกล็อกโดยมีความหนาประมาณ 4–6 มิลลิเมตร จึงปูได้รวดเร็วโดยไม่ต้องใช้กาว
- ข้อดี: แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ทนต่อความชื้น ไม่บวมน้ำ ติดตั้งได้โดยไม่ต้องใช้กาวด้วยระบบคลิกล็อก และดูแลรักษาง่าย
- ข้อเสีย: อาจเกิดจากการขยายหรือหดตัวเมื่อโดนความร้อน ควรระมัดระวังเมื่อติดตั้งในห้องที่แสงส่องโดยตรง
3. กระเบื้องยาง WPC สวยงาม ไม่กลัวปลวก
กระเบื้องยาง WPC (Wood Plastic Composite) ผลิตจากส่วนผสมเส้นใยหรือผงไม้กับพลาสติก แล้วนำมาขึ้นรูปเป็นแผ่นพร้อมพิมพ์ลายที่ผิวหน้า ส่วนใหญ่เป็นลายไม้ที่เป็นธรรมชาติ ติดตั้งด้วยระบบคลิกล็อกเช่นเดียวกับการปูพื้น SPC มีความหนาประมาณ 5–8 มิลลิเมตร จึงเหมาะกับบ้านหรือการใช้งานทั่วไป
- ข้อดี: ให้ความรู้สึกใกล้เคียงพื้นไม้จริง แต่ไม่บวมน้ำ ทนความชื้น ป้องกันปลวกและแมลง ติดตั้งได้เลยโดยไม่ต้องใช้กาว
- ข้อเสีย: รับน้ำหนักและแรงกระแทกได้น้อยกว่า SPC จึงไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนักหรือวางเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เป็นประจำ
ลายปูพื้นกระเบื้องยางและพื้น SPC มีแบบไหนบ้าง?
1. ลายไม้ อบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนไม้จริง

พื้นกระเบื้องยาง SPC ลายไม้ เป็นลายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะให้ความรู้สึกใกล้เคียงไม้จริง โดยมีให้เลือกหลายเฉดสี ตั้งแต่ไม้สีอ่อน เช่น ไม้โอ๊ก ไม้วอลนัท เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน และพื้นที่ที่ต้องการความสบายตา นอกจากนี้ยังดูแลรักษาง่ายกว่าพื้นไม้จริง เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องปลวกหรือปัญหาพื้นบวมจากความชื้น
2. ลายหิน หรูหราแต่ดูแลง่าย

พื้นกระเบื้องยางและพื้น SPC ลายหินธรรมชาติมีให้เลือกหลายแบบ เช่น ลายหินอ่อน ลายหินแกรนิต หรือลายหินขัด ช่วยเพิ่มความหรูหราและความทันสมัยให้กับห้อง โดยไม่ต้องติดตั้งหินจริงที่มีน้ำหนักมากและดูแลรักษายาก เหมาะสำหรับห้องรับแขก โถงทางเดิน สำนักงาน หรือพื้นที่ที่ต้องการความเรียบหรู
3. ลายปูนเปลือย ดิบ เท่ สบายเท้า

สำหรับลายปูนเปลือย กระเบื้องยางก็มีให้เลือกเช่นกัน โดยลวดลายนี้เหมาะกับการตกแต่งสไตล์ลอฟท์ โมเดิร์น หรือสไตล์อินดัสเทรียล เพราะให้ความรู้สึกเท่ และเรียบง่ายคล้ายพื้นคอนกรีตจริง แต่มีสัมผัสที่นุ่มกว่าและติดตั้งง่ายกว่า เหมาะกับบ้าน ร้านกาแฟ สตูดิโอ หรือออฟฟิศที่ต้องการบรรยากาศทันสมัย
4. ลายกระเบื้อง ปูเร็ว ประหยัดเวลา

ประหยัดเวลาปูกระเบื้องได้มากขึ้นด้วยการเลือกปูพื้น SPC ลายกระเบื้อง โดยส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นลายกระเบื้องโมเสก เพราะปูได้เร็วและเบากว่ากระเบื้องทั่วไป เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ไม่เยอะ และอยากจะประหยัดเวลาและค่าแรงก่อสร้าง
ทำไมต้องใช้ปูนปรับระดับก่อนปูพื้น SPC หรือกระเบื้องยาง

1. ทำให้พื้นผิวเรียบเนียน
ปูนปรับระดับช่วยแก้ไขปัญหาพื้นเดิมที่ขรุขระ เป็นหลุม หรือมีรอยต่อไม่เรียบก่อนติดตั้งพื้น SPC และกระเบื้องยาง ทำให้พื้นผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ เพราะหากปูพื้นกระเบื้องยางบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ อาจทำให้เกิดพื้นเป็นคลื่น พื้นยวบ หรือเห็นร่องรอยความผิดปกติจากพื้นเดิมผ่านวัสดุปูพื้นได้
2. ทำให้พื้นผิวได้ระดับเท่ากันทั้งห้อง
การปรับระดับพื้นช่วยแก้ปัญหาพื้นลาดเอียง พื้นต่างระดับ หรือบริเวณที่เป็นแอ่ง ทำให้ปูกระเบื้องยางได้เท่ากันทั่วทั้งห้อง ส่งผลให้แผ่น SPC หรือกระเบื้องยางวางตัวได้แนบสนิท ลดโอกาสเกิดเสียงดังขณะเดิน หรือเกิดปัญหาแผ่นพื้นขยับตัวหลังติดตั้ง
3. ทำให้พื้นผิวสะอาด ไม่มีฝุ่นผง หรือสิ่งสกปรก
ก่อนเทปูนปรับระดับ ควรทำความสะอาดพื้นเดิมให้ปราศจากฝุ่น เศษวัสดุ คราบน้ำมัน และสิ่งสกปรกต่าง ๆ เพื่อให้ปูนปรับระดับยึดเกาะกับพื้นได้ดี หลังปรับระดับจะลดปัญหาพื้นไม่เรียบจากเศษวัสดุหรือสิ่งแปลกปลอมที่ตกค้างใต้แผ่นพื้น
4. เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะของพื้น SPC
พื้นผิวที่เรียบและสะอาดจากการปรับระดับ ช่วยให้กระเบื้องยางแบบทากาวยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีขึ้น เพราะกาวสามารถสัมผัสกับพื้นได้อย่างทั่วถึง ลดปัญหากาวยึดเกาะไม่เต็มที่ แผ่นพื้นลอกล่อน หรือขอบกระเบื้องยางเปิดออก นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันช่องว่างใต้แผ่นพื้น SPC ได้อีกด้วย
5. ลดปัญหาพื้นหลุด เสียงดังที่อาจเกิดขึ้นหลังปูกระเบื้องยาง
การปรับพื้นให้เรียบก่อนปูกระเบื้องยาง ช่วยลดปัญหาที่มักเกิดขึ้นหลังใช้งาน เช่น พื้นหลุด เสียงดังเวลาเดิน แผ่นพื้นขยับตัว หรือพื้นผิวไม่เรียบสวยงาม เพราะพื้น SPC และกระเบื้องยางต้องปูบนพื้นที่เรียบและแข็งแรง หากเตรียมพื้นอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก จะช่วยป้องกันปัญหาที่ต้องซ่อมแซมหลังติดตั้ง
เคล็ดลับการดูแลพื้นหลังปูกระเบื้องยางควรทำอะไรบ้าง?

1. แบบทากาวรอให้กาวแห้งสนิท และแบบคลิกล็อกให้แผ่นพื้นเชื่อมสนิทก่อนใช้งาน
สำหรับกระเบื้องยางแบบทากาว ควรรอให้กาวยึดเกาะและแห้งสนิทตามระยะเวลาที่กำหนดก่อนใช้งาน โดยควรหลีกเลี่ยงการเดิน หรือทำความสะอาดด้วยน้ำทันทีหลังติดตั้ง เพราะอาจทำให้แผ่นกระเบื้องยางขยับตัว กาวยึดเกาะได้ไม่เต็มที่ หรือเกิดปัญหาขอบแผ่นลอกล่อนได้ ส่วนพื้น SPC แบบคลิกล็อกควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผ่นพื้นเชื่อมต่อกันสนิทก่อนใช้งาน
2. ห้ามวางเฟอร์นิเจอร์หรือของหนักทันที ให้รอ 24 - 48 ชั่วโมง
หลังติดตั้งพื้นกระเบื้องยางแบบทากาว ควรรอให้กาวแห้งตัวก่อนวางเฟอร์นิเจอร์หรือของหนักบนพื้น โดยทั่วไปควรรอประมาณ 24–48 ชั่วโมง ที่ต้องใช้เวลาให้กาวยึดเกาะกับพื้นอย่างสมบูรณ์ หากวางของหนักเร็วเกินไป อาจเกิดรอยกดทับบนพื้น แผ่นพื้นเคลื่อนตัว หรือกาวยึดเกาะไม่ทั่วถึง
3. ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดทั่วไป
ควรทำความสะอาดพื้นกระเบื้องยางเป็นประจำด้วยน้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดทั่วไป เพื่อกำจัดฝุ่น เศษทราย และสิ่งสกปรกที่อาจทำให้ผิวหน้าพื้นเกิดรอย โดยใช้ไม้กวาด ไม้ดูดฝุ่น หรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อน หรือการขัดด้วยแปรงขนแข็ง เพราะอาจทำลายชั้นเคลือบผิวของพื้น ทำให้ลวดลายและความเงางามลดลงได้
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด








