ประเด็นสำคัญ
- การแก้ห้องเหม็นอับควรเริ่มตั้งแต่การลดความชื้นสะสมภายในห้อง ไปจนถึงการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น ใช้กล่องดูดความชื้น ถ่านไม้ เบกกิ้งโซดา หรือสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเพื่อช่วยลดกลิ่นอับ รวมถึงหมั่นล้างแอร์ ใช้เครื่องฟอกอากาศ และเปิดระบายอากาศภายในห้องอย่างสม่ำเสมอ
- หากห้องนอนเหม็นอับเพราะมีปัญหาผนังหรือพื้นรั่วซึม ก็ควรรีบซ่อมแซมด้วยซีเมนต์ซ่อมแซมจระเข้ รีแพร์ มอร์ต้า และทำกันซึมด้วยจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ เพื่อช่วยป้องกันปัญหารั่วซึม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดคราบราดำ กลิ่นเหม็นอับ และยังเสียหายต่อโครงสร้างบ้านโดยตรง
กลิ่นอับในห้องนอนเป็นปัญหาที่หลายครอบครัวเคยเจอ โดยเฉพาะในบ้านที่อากาศถ่ายเทไม่ดีหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ปัญหานี้ทำให้ห้องดูไม่น่าอยู่ และยังส่งผลต่อสุขภาพได้ในระยะยาวด้วย จระเข้จึงมี 10 วิธีแก้กลิ่นอับในห้องนอนตั้งแต่ต้นเหตุไปจนถึงปลายเหตุ พร้อมวิธีป้องกันและแก้ที่ต้นตอจริง ๆ มาฝากกัน
- รวม 6 เคล็ดลับป้องกันห้องเหม็นอับ จัดการยังไงได้บ้าง?
- ห้องเหม็นอับเกิดจากอะไร?
- จุดที่มักทำให้เกิดกลิ่นอับควรดูแลเป็นประจำ
- ทำกันซึมช่วยป้องกันห้องเหม็นอับได้ไหม?
- จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึมสำหรับป้องกันกลิ่นอับในห้องนอน
- วิธีทำกันซึมห้องนอนด้วยจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
10 วิธีแก้ห้องเหม็นอับในห้องนอนตั้งแต่ต้นเหตุถึงปลายเหตุ
1. ใช้กล่องดูดความชื้น
กล่องดูดความชื้นช่วยลดความชื้นสะสมและแก้กลิ่นอับในห้องนอน เหมาะสำหรับห้องนอนที่เปิดแอร์เป็นประจำ หรือห้องที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ควรวางไว้ตามมุมห้อง ใต้เตียง หรือภายในตู้เสื้อผ้า และเปลี่ยนใหม่ตามอายุการใช้งานประมาณ 1–3 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณความชื้นภายในห้อง
2. น้ำหอมปรับอากาศเปลี่ยนกลิ่นในห้อง
นอกจากการใช้กล่องดูดความชื้นแล้ว น้ำหอมปรับอากาศเป็นอีกวิธีแก้กลิ่นอับในห้องนอน ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้รวดเร็ว และช่วยกลบกลิ่นได้ในระยะสั้น เลือกใช้ได้ทั้งแบบสเปรย์ ก้านไม้หอม หรือเครื่องพ่นอัตโนมัติ แต่ควรใช้หลังจากทำความสะอาดห้องเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้กลิ่นหอมผสมกับกลิ่นอับภายในห้อง และใช้ร่วมกล่องลดความชื้นภายในห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นอับกลับมาอีก
3. ถ่านไม้วางตามมุมต่าง ๆ
ถ่านไม้มีคุณสมบัติดูดซับทั้งกลิ่นและความชื้นตามธรรมชาติ จึงแก้กลิ่นอับในห้องนอนได้ดี โดยนำถ่านไม้ใส่ถุงผ้าหรือภาชนะโปร่ง แล้ววางไว้ตามมุมห้อง ใต้เตียง หรือในตู้เสื้อผ้า ควรนำถ่านออกไปตากแดดทุก 1–2 สัปดาห์ เพื่อไล่ความชื้นและยืดอายุการใช้งาน
4. น้ำส้มสายชูผสมน้ำสะอาด
น้ำส้มสายชูเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดห้องนอนและลดเชื้อราได้ในระดับหนึ่ง โดยผสมน้ำส้มสายชู 1 ส่วน ต่อน้ำสะอาด 1–2 ส่วน แล้วใช้เช็ดพื้น ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอับได้ นอกจากนี้หากใส่น้ำส้มสายชูไว้ในถ้วยแล้วตั้งไว้ข้ามคืน ก็จะแก้ห้องเหม็นอับได้อีกทางด้วย
5. เบกกิงโซดาโรยบนที่นอนและดูออก
เบกกิงโซดาเป็นตัวช่วยดูดกลิ่นอับในห้องนอน ที่ใช้งานง่ายและราคาไม่แพง โดยใช้โรยบนพรม ที่นอน หรือโซฟาผ้า ทิ้งไว้ประมาณ 15–30 นาที แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก หรือจะใส่เบกกิงโซดาในถ้วยเล็ก ๆ แล้ววางไว้ตามมุมห้องก็จะลดกลิ่นอับได้เช่นกัน
6. ใบเตยเพิ่มความสดชื่นให้ห้องนอน
ใบเตยช่วยเพิ่มความสดชื่นและลดกลิ่นอับในห้องได้ตามธรรมชาติ โดยนำใบเตยสดมามัดรวมกันแล้ววางไว้ตามมุมห้อง หัวเตียง หรือในตู้เสื้อผ้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบเตยจะทำให้ห้องนอนสดชื่นมากขึ้น ทั้งนี้ควรเปลี่ยนใบเตยทุก 3-5 วัน เพื่อป้องกันใบเตยเน่าเสียจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวน
7. ใช้สมุนไพร เช่น การบูร
การบูรหรือสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เช่น ตะไคร้ ใบยูคาลิปตัส ช่วยลดกลิ่นอับและเพิ่มความสดชื่นภายในห้องได้ดี นิยมนำไปวางในตู้เสื้อผ้า มุมห้อง หรือวางบริเวณที่อับชื้นหลังทำความสะอาด เพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
8. ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองคาร์บอน
นอกจากเครื่องฟอกอากาศจะกรองฝุ่นละออง สารก่อภูมิแพ้ และไรฝุ่นภายในห้องนอนแล้ว ยังลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องได้อีกด้วย โดยเฉพาะเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองคาร์บอน ซึ่งดูดซับกลิ่นอับ เหมาะสำหรับห้องที่ปิดทึบ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือไม่มีหน้าต่าง โดยรุ่นที่มีฟังก์ชันที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น
- Xiaomi Smart Air Purifier 4: เครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับห้องนอนขนาด 28-48 ตารางเมตร มาพร้อมไส้กรอง HEPA และ Activated Carbon ช่วยลดกลิ่นอับภายในห้องได้ดี เชื่อมต่อแอปเพื่อดูคุณภาพอากาศและควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ตโฟนได้
- Philips Air Purifier Series 1000i: เครื่องฟอกอากาศที่มีไส้กรอง NanoProtect HEPA ที่ช่วยกรองฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องนอน พร้อม Sleep Mode ที่ช่วยลดเสียงรบกวน ฟอกอากาศได้สูงสุด 78 ตารางเมตร
- Sharp Plasmacluster FP-J30TA: เครื่องฟอกอากาศรุ่นยอดนิยมสำหรับห้องนอนขนาดเล็ก ใช้เทคโนโลยี Plasmacluster ช่วยลดกลิ่นอับ กลิ่นบุหรี่ และเชื้อราบางชนิดภายในอากาศ ตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดและประหยัดไฟ
- LG PuriCare AeroHit รุ่น AS35GGW10: เครื่องฟอกอากาศขนาดกะทัดรัดที่มีคุณสมบัติฟอกอากาศหลายชั้นด้วยแผ่นกรอง HEPA กรองฝุ่นอนุภาคเล็ก สารก่อภูมิแพ้ กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นจากสัตว์เลี้ยง กลิ่นไอน้ำมัน รวมถึงกลิ่นสารเคมี
- Daikin รุ่น MC80ZV1S: เครื่องฟอกอากาศที่มาพร้อมฟิลเตอร์ดับกลิ่นแบบคาร์บอน และแอคทีฟพลาสมาไออนที่ปล่อยประจุลบออกมาทำปฏิกิริยากับอากาศ ช่วยยับยั้งสารก่อภูมิแพ้ เชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อโรคอื่น ๆ ได้
9. ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ
หากเปิดแอร์แล้วมีกลิ่นอับ อาจเกิดจากฝุ่น ความชื้น และเชื้อราที่อยู่ภายในเครื่องปรับอากาศ จึงควรล้างแอร์อย่างน้อยทุก 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน และควรถอดแผ่นกรองอากาศมาทำความสะอาดทุกเดือน การดูแลแอร์อย่างสม่ำเสมอจะทำให้อากาศในห้องสะอาด อีกทั้งยังช่วยให้แอร์ทำงานไม่หนักเกินไป เป็นการประหยัดค่าไฟได้อีกทางหนึ่ง
10. ซ่อมแซมจุดที่มีปัญหาความชื้น เช่น พื้นและผนังรั่วซึม

หากผนัง พื้น หรือฝ้าเพดานมีน้ำรั่วซึม ควรรีบซ่อมแซมทันที เพราะความชื้นที่อยู่ภายในโครงสร้างบ้านจะทำให้เกิดเชื้อรา สีลอก และกลิ่นอับตามมาได้ง่าย การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อป้องกันโอกาสที่น้ำและความชื้นจะซึมเข้าสู่ผนังและพื้นภายในห้อง ได้แก่
- การทำกันซึมด้วยจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์กันซึมที่สามารถปิดรอยร้าวเล็ก ๆ สำหรับพื้นผิวที่มีการเคลื่อนตัวไม่เกิน 0.75 มิลลิเมตร
- ซ่อมรอยรั่วด้วยจระเข้ รีแพร์ มอร์ต้า ปูนสำเร็จรูปสำหรับซ่อมแซมโครงสร้างความหนาตั้งแต่ 3-40 มิลลิเมตร รับแรงอัดได้สูง ใช้งานได้สะดวก
ข้อควรรู้: สัญญาณที่บ่งบอกว่าห้องอาจมีปัญหาน้ำรั่วซึม ได้แก่ ผนังบวม สีลอกเป็นแผ่น มีคราบน้ำ คราบเหลือง หรือคราบดำตามมุมผนังและฝ้าเพดาน รวมถึงพื้นไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ที่เริ่มบวมผิดปกติ
รวม 6 เคล็ดลับป้องกันห้องเหม็นอับ จัดการยังไงได้บ้าง?
1. ใช้น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดทั่วไปเป็นประจำ

การทำความสะอาดห้องนอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง จะลดสิ่งสกปรกและความชื้น ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ ควรถูพื้น เช็ดเฟอร์นิเจอร์ และทำความสะอาดมุมอับต่าง ๆ โดยเลือกใช้น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดทั่วไป เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องนอน
น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดทั่วไป เหมาะสำหรับใช้งานในห้องนอนยังไงบ้าง?
- ใช้ได้กับกระเบื้องทุกชนิด ทั้งแบบพื้นผิวขัดมันและพื้นผิวด้าน
- ทำความสะอาดคราบสกปรกทั่วไป คราบฝังแน่น ฝุ่นละออง และคราบไขมันต่าง ๆ ได้
- ใช้งานง่าย โดยผสมน้ำยาจระเข้ 1 ส่วน กับ น้ำสะอาด 60 ส่วน เพื่อใช้ทำความสะอาดเป็นประจำ
2. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ
การเปิดหน้าต่างเป็นวิธีหมุนเวียนอากาศในห้องตามธรรมชาติ ความชื้นจะระเหยออกจากห้องได้เร็วขึ้น โดยควรเปิดหน้าต่างอย่างน้อยวันละ 30 นาที–1 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงที่มีแดดส่องเข้าห้อง เพื่อลดกลิ่นอับและกำจัดเชื้อโรคด้วยความร้อนจากธรรมชาติ
3. ทำความสะอาดเครื่องนอน
เครื่องนอนเป็นของใช้ในห้องนอนที่สัมผัสกับร่างกายโดยตรงทุกวัน จึงมักเป็นจุดที่มีทั้งเหงื่อ กลิ่นตัว ฝุ่น และความชื้นได้ง่าย หากปล่อยทิ้งไว้นานจะมีกลิ่นอับออกมาจากที่นอนได้ จึงควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มทุก 1–2 สัปดาห์ พร้อมนำหมอนหรือที่นอนไปผึ่งแดดเดือนละครั้ง เพื่อลดปัญหาที่นอนเหม็นอับ ทำให้ห้องนอนน่านอนมากขึ้น
4. ไม่นำอาหารหรือขนม มาทานในห้องนอน
ไม่ว่าจะรับประทานอาหารอย่างระวังแค่ไหน เศษอาหารและกลิ่นอาหารก็ยังคงค้างอยู่ในห้องได้ ซึ่งจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นจากอาหารและกลิ่นอับตามมา อีกทั้งยังดึงดูดแมลงหรือมดเข้ามาภายในห้องอีกด้วย จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในห้องนอน และหมั่นนำขยะออกไปทิ้งทุกวัน
5. ไม่ตากผ้าที่เปียกชื้นภายในห้องนอน
การตากผ้าเปียกภายในห้องนอน จะทำให้ความชื้นในอากาศเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ห้องเหม็นอับได้ง่าย โดยเฉพาะห้องที่ไม่มีหน้าต่าง ดังนั้นควรนำผ้าไปตากในบริเวณที่อากาศถ่ายเทและมีแดดส่องถึง เพื่อให้ผ้าแห้งเร็วและลดความชื้นภายในห้อง
6. ไม่หมักหมมกองเสื้อผ้าที่ใช้แล้วไว้ในห้อง
เสื้อผ้าที่ใส่แล้วมักมีทั้งเหงื่อและกลิ่นสะสมตัวอยู่มาก หากกองทิ้งไว้ในห้องนอนเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นอับได้ง่าย ควรนำเสื้อผ้าไปซักทันที หรือใส่ตะกร้าที่มีฝาปิด เพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์จากเสื้อผ้าใช้แล้วกระจายตัวไปทั่วห้อง
ห้องเหม็นอับเกิดจากอะไร?
1. ความชื้นในห้อง
ความชื้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ห้องมีกลิ่นอับ โดยเฉพาะห้องที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เปิดแอร์เป็นเวลานาน หรือมีแสงแดดส่องไม่ถึง เมื่อความชื้นสะสมภายในห้องทั้งที่ผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์ ก็จะทำให้ห้องเริ่มมีกลิ่นเหม็นอับได้ง่ายมากขึ้น
2. เชื้อรา ไรฝุ่นในห้องนอน
เชื้อราและไรฝุ่นมักเติบโตได้ดีในพื้นที่อับชื้น เช่น ที่นอน มุมห้อง ใต้เตียง หรือหลังตู้เสื้อผ้า หากปล่อยให้สะสมเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้เกิดกลิ่นอับแล้ว ยังอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ และระคายเคืองทางเดินหายใจได้อีกด้วย
3. แอร์สกปรก ไม่ได้ล้างทุก 6 เดือน
เครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดเป็นเวลานาน มักมีฝุ่นและสิ่งสกปรกรวมตัวอยู่ภายใน ซึ่งจะทำให้ลมแอร์มีกลิ่นอับออกมาด้วย ควรล้างแอร์อย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เพื่อลดกลิ่นอับและทำให้อากาศในห้องสดชื่นมากขึ้น
4. ไม่ได้ทำความสะอาดที่นอน เฟอร์นิเจอร์
ที่นอน หมอน ผ้าม่าน พรม และโซฟาผ้า ต่างก็เป็นจุดที่สัมผัสเหงื่อและสิ่งสกปรกจากการใช้งานทุกวัน หากไม่ทำความสะอาดหรือนำออกตากแดดเป็นประจำทุกเดือน ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นอับกระจายตัวภายในห้องนอนได้มากขึ้น
5. น้ำซึมเข้าห้องนอน
ปัญหาน้ำรั่วซึมจากผนัง พื้น หรือฝ้าเพดาน เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ห้องเหม็นอับ เพราะความชื้นจะค่อย ๆ แทรกซึมอยู่ภายในโครงสร้างบ้าน จนทำให้เกิดผนังชื้นมีรอยน้ำ สีหรือวอลเปเปอร์ลอกล่อน รวมถึงกลิ่นอับ หากปล่อยไว้นานอาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นและซ่อมแซมได้ยากกว่าเดิม
จุดที่มักทำให้เกิดกลิ่นอับควรดูแลเป็นประจำ

1. ที่นอน โซฟาผ้า หมอน
ที่นอน โซฟาผ้า และหมอน มักสะสมทั้งเหงื่อ ความชื้น ฝุ่น และไรฝุ่นจากการใช้งานในทุกวัน หากไม่ทำความสะอาดเป็นประจำ ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นอับภายในห้องนอนได้ ควรซักปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่มทุก 1-2 สัปดาห์ รวมถึงนำหมอนหรือที่นอนไปตากแดดอย่างน้อยเดือนละครั้ง
2. ใต้เตียง
พื้นที่ใต้เตียงเป็นจุดที่หลายคนมักลืมทำความสะอาด โดยใต้เตียงเป็นจุดที่ทั้งความชื้น สิ่งสกปรก เศษฝุ่นเข้าไปได้ง่าย จะยิ่งทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกและเกิดกลิ่นอับได้ง่ายขึ้น ควรกวาดหรือดูดฝุ่นใต้เตียงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง และหลีกเลี่ยงการเก็บของไว้ใต้เตียงมากเกินไป เพราะจะทำให้ทำความสะอาดได้ยากขึ้น
3. มุมหลังตู้
มุมหลังตู้เป็นอีกจุดที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก โดยเฉพาะตู้ที่วางชิดผนังหรืออยู่บริเวณที่มีปัญหาน้ำรั่วซึม จะมีทั้งกลิ่นและเชื้อรา จึงควรขยับตู้ให้ห่างจากผนังประมาณ 5–10 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ควรทำความสะอาดบริเวณหลังตู้ทุก 1–2 เดือน พร้อมหมั่นสังเกตร่องรอยผนังชื้นหรือเชื้อราเป็นประจำ
ทำกันซึมช่วยป้องกันห้องเหม็นอับได้ไหม?
การทำกันซึมช่วยป้องกันปัญหาห้องเหม็นอับได้ เพราะหนึ่งในสาเหตุหลักของกลิ่นอับภายในห้องนอนคือ ความชื้นและน้ำที่รั่วซึมอยู่ภายในโครงสร้างผนังหรือพื้น เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเกิดเชื้อรา ผนังชื้น สีลอก และกลิ่นอับตามมา การทำกันซึมจึงเป็นอีกวิธีที่ป้องกันความชื้นสะสมตั้งแต่ต้นเหตุ และป้องกันปัญหากลิ่นอับในระยะยาวได้
จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึมสำหรับป้องกันกลิ่นอับในห้องนอน

สำหรับการก่อสร้างและรีโนเวตห้องนอนให้แข็งแรง ป้องกันปัญหารั่วซึมที่ทำให้ห้องเหม็นอับ ควรเลือกทำกันซึมก่อนปูกระเบื้องและปูวัสดุอื่น ๆ ด้วยจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึมชนิดยืดหยุ่น ที่ป้องกันน้ำซึมได้ทั้งบริเวณพื้นและผนัง ยืดหยุ่นสูงจึงปกปิดรอยแตกร้าวขนาดเล็กได้ดี ลดโอกาสที่ความชื้นจะซึมเข้าสู่โครงสร้าง ทาสีหรือปูกระเบื้องทับได้ตามการตกแต่งที่ต้องการ
จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ เหมาะกับทำกันซึมป้องกันห้องเหม็นอับยังไงบ้าง?
- ปกปิดรอยแตกร้าวเล็ก ๆ รอยแตกลายงา ใช้กับพื้นผิวที่มีการเคลื่อนตัวได้ไม่เกิน 0.75 มิลลิเมตร
- ใช้งานง่ายแบบส่วนผสมเดียว เพียงผสมน้ำก็ใช้งานได้ทันที
- ทาสี ปูกระเบื้อง ปูพื้นลามิเนต ปูพื้นไวนิล และปูวัสดุอื่น ๆ ทับได้ตามต้องการ ช่วยให้ตกแต่งต่อได้สะดวก
- ทนแดด ทนรังสี UV และทนต่อสภาพอากาศได้ดี ปล่อยเปลือยได้โดยไม่เสื่อมสภาพง่าย
- ได้มาตรฐาน EN 14891 และ EN1346 รวมถึงใช้เพิ่มคะแนนรับรองมาตรฐานอาคารเขียวได้
วิธีทำกันซึมห้องนอนด้วยจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
1. เตรียมพื้นผิวให้สะอาด เรียบเนียน
ก่อนเริ่มทำกันซึมห้องนอน ควรทำความสะอาดพื้นผิวให้เรียบร้อย ทั้งพื้นและผนังต้องปราศจากฝุ่น เศษปูน คราบน้ำมัน หรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ เพราะสิ่งสกปรกจะทำให้ซีเมนต์กันซึมยึดเกาะได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หลังจากนั้นให้พรมน้ำบนพื้นผิวเล็กน้อย เพื่อลดความร้อนของพื้นผิวและช่วยให้จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ยึดเกาะได้ดียิ่งขึ้น
ข้อควรรู้: หากพบรอยแตกร้าวหรือจุดที่มีน้ำรั่วซึม ควรซ่อมแซมให้เรียบร้อยด้วยจระเข้ รีแพร์ มอร์ต้า ปูนซีเมนต์สำเร็จรูปสำหรับซ่อมแซมโครงสร้าง รับแรงอัดได้สูง ซ่อมแซมรอยแตกร้าวได้ตั้งแต่ 3-40 มิลลิเมตร เพื่อป้องกันการรั่วซึมซ้ำในอนาคต
2. ผสมกันซึมจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์กับน้ำ
เตรียมน้ำสะอาดใส่ถังผสม และเทจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ 2.5 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือผสมในอัตราส่วนจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ 2.5–2.7 ส่วน ต่อน้ำ 1 ส่วน โดยปริมาตร จากนั้นค่อย ๆ เทผลิตภัณฑ์ลงในน้ำและใช้สว่านรอบต่ำประมาณ 150 รอบต่อนาที ปั่นให้ซีเมนต์เข้ากันอย่างสม่ำเสมอ
ข้อควรระวัง: เมื่อผสมจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์เสร็จแล้ว ควรใช้งานให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง และไม่ควรเติมน้ำกลับลงไปเมื่อซีเมนต์เริ่มแข็งตัว เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง
3. ทากันซึมจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ 2 รอบ ให้ทิศทางตั้งฉากกัน
ใช้แปรงหรือลูกกลิ้งทาจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ลงบนพื้นผิวผนังหรือพื้นห้องนอนได้เลย โดยควรทาให้ทั่วอย่างน้อย 2 รอบ โดยควรรอให้รอบแรกแห้งประมาณ 30–90 นาที แล้วจึงทาซ้ำในทิศทางตั้งฉากกับรอบแรก เพื่อให้กันซึมเคลือบพื้นผิวได้ทั่วถึงเท่ากัน
4. ทิ้งกันซึมให้แห้งก่อนตกแต่งอย่างน้อย 3 วัน
ควรปล่อยให้ซีเมนต์กันซึมแห้งอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้ชั้นกันซึมเซตตัวเต็มที่ และหากเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสโดนน้ำหรือความชื้นสูง ควรปล่อยให้แห้งประมาณ 7–14 วัน ก่อนทาสี ปูกระเบื้อง ปูพื้นลามิเนต รวมถึงปูพื้นไวนิล เพื่อให้กันซึมปกป้องโครงสร้างได้อย่างเต็มที่
ห้องนอนเป็นห้องสำคัญที่ต้องก่อสร้างและตกแต่งให้เหมาะกับการพักผ่อน เพื่อความผ่อนคลายและสุขภาพที่ดี อีกทั้งยังส่งผลต่อเรื่องความเป็นสิริมงคลได้อีกด้วย จะมีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง ตามไปอ่านต่อได้ที่
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด








