ประเด็นสำคัญ
- การซ่อมถังเก็บน้ำรั่ว ให้เริ่มจากหาตำแหน่งที่น้ำรั่วก่อน แล้วเลือกวิธีซ่อมให้ตรงกับจุดที่เสียหาย เช่น รอยแตกร้าวบนตัวถัง ให้ใช้กาวอีพ็อกซี่หรือกาวซิลิโคน ข้อต่อหรือซีลยางรั่ว ให้เปลี่ยนซีลหรือแก้ไขข้อต่อ ส่วนท่อประปารั่ว ให้ตรวจและเปลี่ยนท่อที่เสียหาย หากถังมีรอยร้าวหลายจุด เสียรูป หรือซ่อมแล้วรั่วซ้ำ ควรพิจารณาเปลี่ยนถังใหม่เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจรุนแรงขึ้น
- สำหรับปัญหาถังเก็บน้ำคอนกรีตรั่ว น้ำซึม น้ำไหล ต้องเลือกใช้จระเข้ ปลั๊ก โดยเริ่มจากทำความสะอาดรอยรั่ว จากนั้นผสมจระเข้ ปลั๊ก 4 ส่วนต่อน้ำ 1 ส่วน ปั้นส่วนผสมให้เข้ากันแล้วกดเข้าไปในรอยรั่วทันที กดค้างไว้ 30–60 วินาที หรือ 2–3 นาที หากระหว่างอุดมีน้ำไหลอยู่ แล้วปล่อยให้แห้ง ทดสอบด้วยการเติมน้ำ หากไม่พบรอยซึมและระดับน้ำไม่ลด สามารถใช้งานได้ตามปกติ
ปัญหาถังเก็บน้ำรั่วเป็นปัญหาภายในบ้านที่ควรรีบแก้ไข เพราะนอกจากจะทำให้เสียค่าน้ำเพิ่มขึ้นแล้ว รอยรั่วยังอาจขยายจนทำให้ตัวถังเสียหายมากขึ้น จึงควรซ่อมแซมให้ตรงกับสาเหตุ วันนี้จระเข้มีความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับวิธีซ่อมถังเก็บน้ำรั่วมาฝากกัน รวมถึงวิธีตรวจหาจุดรั่ว ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้ถังน้ำกลับมารั่วซ้ำอีกด้วย
- ซ่อมถังเก็บน้ำซีเมนต์รั่วได้ทันที ด้วยจระเข้ ปลั๊ก ซีเมนต์อุดรอยรั่ว ภายใน 30 วินาที-3 นาที
- วิธีซ่อมถังเก็บน้ำคอนกรีตรั่วด้วยจระเข้ ปลั๊กมีขั้นตอนยังไงบ้าง?
- วิธีซ่อมถังเก็บน้ำพลาสติกรั่ว ควรทำยังไงบ้าง?
- เคล็ดลับตรวจสอบว่าถังน้ำรั่วจากจุดไหนบ้าง?
- วิธีป้องกันไม่ให้ถังเก็บน้ำรั่วซ้ำ พร้อมสำหรับการใช้งานอย่างยาวนาน
- ถ้าไม่ซ่อมถังเก็บรั่วจะส่งผลเสียอย่างไรบ้าง ?
- ถังเก็บน้ำรั่ว เกิดจากอะไร?
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
วิธีซ่อมถังเก็บน้ำรั่วตามจุดต่าง ๆ ควรซ่อมด้วยวิธีไหน?

| สาเหตุที่ถังน้ำรั่ว | ลักษณะความเสียหาย | วิธีซ่อมแซม |
|---|---|---|
|
ตัวถังมีรอยร้าวขนาดเล็ก |
|
|
|
ข้อต่อหรือซีลยางเสื่อม |
|
|
|
ถังซีเมนต์รั่ว |
|
|
|
ถังติดตั้งบนฐานไม่เรียบ |
|
|
|
พลาสติกเสื่อมสภาพจากแสงแดด |
|
|
|
ตัวถังเสียรูปจากแรงภายนอก |
|
|
|
วัสดุของถังเสื่อมสภาพตามอายุ |
|
|
ซ่อมถังเก็บน้ำซีเมนต์รั่วได้ทันที ด้วยจระเข้ ปลั๊ก ซีเมนต์อุดรอยรั่ว ภายใน 30 วินาที-3 นาที

สำหรับบ้านที่เจอปัญหาถังเก็บน้ำซีเมนต์รั่วซึม ให้ใช้จระเข้ ปลั๊ก ซีเมนต์แห้งเร็วที่ออกแบบมาสำหรับอุดรอยรั่วในงานคอนกรีตที่มีแรงดันน้ำ เพราะทำปฏิกิริยาและก่อตัวได้แม้มีน้ำไหลผ่าน จึงเหมาะสำหรับซ่อม แท็งก์น้ำ อ่างเก็บน้ำ และถังเก็บน้ำคอนกรีต ที่มีน้ำซึมน้ำรั่ว ใช้งานง่ายเพียงผสมน้ำ ปิดรอยรั่วได้อย่างรวดเร็วและกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มที่
ทำไมจระเข้ ปลั๊กถึงเหมาะกับซ่อมถังเก็บน้ำคอนกรีต?
- ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที–3 นาที จึงช่วยให้งานซ่อมรอยรั่วทำได้รวดเร็ว
- ใช้งานง่ายเพียงผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่กำหนด ก็นำไปอุดหรือปะรอยรั่วได้ทันที
- ยึดเกาะได้ดีและต้านการหดตัว เหมาะสำหรับงานซ่อมคอนกรีต รวมถึงใช้ยึดประสานกับหมุดเหล็กและเหล็กเดือย
- ได้การรับรองมาตรฐาน ASTM C109 ใช้งานได้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส จึงเหมาะกับงานซ่อมในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ
วิธีซ่อมถังเก็บน้ำคอนกรีตรั่วด้วยจระเข้ ปลั๊กมีขั้นตอนยังไงบ้าง?
1. ทำความสะอาดพื้นผิวและเปิดรอยรั่วให้กว้างและลึกไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว

ทำความสะอาดบริเวณรอยรั่วให้ปราศจากเศษฝุ่น สิ่งสกปรก น้ำมัน และเศษคอนกรีต หากพื้นผิวมีความมันเงาหรือมีวัสดุปิดผิว ควรขัดเปิดผิวด้วยแปรงลวดหรือสิ่วให้หยาบและขรุขระ จากนั้นเปิดรอยรั่วให้มีขนาดไม่น้อยกว่า 1 นิ้วทั้งด้านกว้างและด้านลึก โดยให้ความลึกมากกว่าความกว้าง เพื่อเพิ่มพื้นที่ยึดเกาะและช่วยรับแรงดันน้ำได้ดีขึ้น
2. ผสมจระเข้ ปลั๊ก 4 ส่วน กับน้ำสะอาด 1 ส่วน ใช้เวลาผสมไม่เกิน 2 นาทีก่อนอุดรู

สวมถุงมือก่อนผสม แล้วผสมจระเข้ ปลั๊ก 4 ส่วนต่อน้ำ 1 ส่วน โดยควรใช้น้ำอุณหภูมิประมาณ 21 องศาเซลเซียส ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วปั้นซีเมนต์ให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับรอยแตกหรือรูที่จะอุด โดยใช้เวลาผสมไม่เกิน 2 นาที และควรนำไปใช้งานทันที หากทิ้งไว้นานเกิน 3 นาที ไม่ควรเติมน้ำเพิ่มหรือนำกลับมาผสมใหม่
3. ใช้จระเข้ ปลั๊กอุดรอยแตกร้าว และใช้มือกดค้างไว้อย่างน้อย 30-60 วินาที

อุดจระเข้ ปลั๊กเข้าไปในรอยแตกทันทีขณะที่เนื้อซีเมนต์ยังหนืดอยู่ โดยใช้อุ้งมือหรือเกรียงแบนกดให้แน่น แล้วกดค้างอย่างน้อย 30–60 วินาที หากระหว่างอุดมีน้ำไหลอยู่ให้กดค้างประมาณ 2–3 นาที จากนั้นใช้เกรียงขูดวัสดุส่วนเกินออก สำหรับรอยรั่วตามแนวหรือแนวดิ่ง ควรเริ่มอุดจากด้านบนแล้วไล่ลงด้านล่าง
4. ทาจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์กันซึมเพื่อป้องกันการรั่วซ้ำ

หลังอุดถังเก็บน้ำซีเมนต์รั่วแล้ว ควรตรวจสอบบริเวณโดยรอบว่ามีรอยแตกร้าวหรือจุดที่น้ำซึมเพิ่มเติมหรือไม่ หากถังซีเมนต์มีปัญหาการซึมหลายจุด ควรทาจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น ไม่มีสารพิษ เพื่อช่วยลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาน้ำรั่วซ้ำ
จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ เหมาะกับถังเก็บน้ำซีเมนต์ยังไงบ้าง?
- รองรับพื้นผิวที่มีการขยับเคลื่อนไหวไม่เกิน 0.75 มิลลิเมตร ยืดหยุ่น ช่วยปกปิดรอยแตกร้าว
- ทนแรงดันน้ำได้มากกว่า 1.5 bar พร้อมทนรังสี UV และสภาพอากาศ จึงปล่อยเปลือยได้
- มีให้เลือกหลายสี ได้แก่ สีเทา สีขาว สีเขียว สีฟ้า และสีดำ
- ปลอดภัยสำหรับงานกักเก็บน้ำ ไม่มีสารพิษ สามารถใช้กับพื้นที่เก็บน้ำดื่มและบ่อเลี้ยงปลาได้
- ได้รับการรับรองมาตรฐาน EN 14891 และ EN1346 รวมถึงใช้เพิ่มคะแนนมาตรฐานอาคารเขียวได้
5. ทดสอบการกักเก็บน้ำก่อนใช้งาน หาไม่มีน้ำซึมหรือน้ำลดลงก็ใช้ได้ตามปกติ

หลังอุดจระเข้ ปลั๊กครบ 30 วินาที-3 นาที แล้ว ให้เติมน้ำและตรวจสอบบริเวณที่เคยรั่ว รวมถึงผิวด้านนอกของถัง ข้อต่อ และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ หากไม่พบรอยน้ำซึมและระดับน้ำไม่ลดลงผิดปกติ สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
ข้อควรระวัง: ไม่ควรผสมจระเข้ ปลั๊กครั้งละมาก ๆ เพราะวัสดุอาจแข็งตัวก่อนใช้งาน ควรผสมแค่พอใช้งานตามรูรั่ว และควรสวมถุงมือ หน้ากากกันฝุ่น และแว่นตานิรภัยขณะทำงานทุกครั้ง
วิธีซ่อมถังเก็บน้ำพลาสติกรั่ว ควรทำยังไงบ้าง?

1. ตรวจสอบตำแหน่งและขนาดของรอยรั่ว ถ้ารั่วเยอะควรเปลี่ยนใหม่
ระบายน้ำออกจากถัง แล้วตรวจหารอยร้าวหรือจุดที่มีน้ำซึม พร้อมตรวจสอบข้อต่อ ท่อ และวาล์วด้วย เพราะน้ำที่รั่วอาจไม่ได้มาจากตัวถังโดยตรง หากพบรอยรั่วขนาดเล็กเฉพาะจุดสามารถซ่อมได้ด้วยกาวอีพ็อกซี่หรือกาวซิลิโคน แต่ถ้าถังแตกร้าวหลายจุดหรือเสียรูป ควรเปลี่ยนถังใหม่
2. ทำความสะอาดและเตรียมพื้นผิวก่อนซ่อมรอยรั่วขนาดเล็ก
ทำความสะอาดบริเวณรอยรั่วขนาดเล็กให้ปราศจากฝุ่น คราบสกปรก และน้ำมัน แล้วเช็ดให้แห้งสนิทก่อนซ่อม หากผลิตภัณฑ์กำหนดให้ขัดพื้นผิว ควรใช้กระดาษทรายขัดบริเวณรอบรอยรั่วเพื่อให้กาวซิลิโคนหรืออีพ็อกซี่ยึดเกาะได้เต็มประสิทธิภาพ
3. ซ่อมรอยรั่วขนาดเล็กด้วยวัสดุอีพ็อกซี่หรือซิลิโคน
หลังเตรียมพื้นผิวให้สะอาดและแห้งแล้ว ใช้กาวอีพ็อกซี่ปาดหรือกดลงบนรอยรั่วและพื้นที่โดยรอบ หรือใช้กาวซิลิโคนบีบลงตามแนวรอยรั่ว แล้วปาดให้เรียบและแนบสนิทกับพื้นผิว จากนั้นปล่อยให้กาวแห้งหรือบ่มตามเวลาที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ก่อนเติมน้ำกลับเข้าไปในถัง
4. ทดสอบการรั่วซึมก่อนกลับมาใช้งาน
เมื่อซ่อมและปล่อยจนแห้งสนิท ให้เติมน้ำทีละระดับและสังเกตบริเวณที่ซ่อมว่ามีน้ำซึมหรือไม่ หากไม่พบรอยรั่วจึงเติมน้ำจนถึงระดับใช้งานปกติ โดยควรตรวจสอบข้อต่อและวาล์วอีกครั้งระหว่างทดสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดรอยรั่วขนาดเล็กซ้ำอีก
เคล็ดลับตรวจสอบว่าถังน้ำรั่วจากจุดไหนบ้าง?
1. ตรวจสอบรอยแตกร้าวบนตัวถัง
ควรตรวจสอบหารอยแตกร้าวบนถังเก็บน้ำ โดยเฉพาะบริเวณก้นถัง มุมถัง รอยต่อต่าง ๆ และจุดที่เคยได้รับแรงกระแทก ควรสังเกตรอยร้าว รอยแตกเส้นเล็ก ๆ รอยบุบ หรือบริเวณที่ถังเปลี่ยนรูป และสังเกตดูด้วยว่ามีน้ำซึมออกจากรอยร้าวหรือไม่
2. ตรวจสอบบริเวณข้อต่อและวาล์วน้ำ
สังเกตหยดน้ำหรือคราบน้ำบริเวณท่อน้ำ จุดต่อท่อกับตัวถัง วาล์ว และซีลยาง หากพบว่ามีน้ำซึมเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อ แต่ตัวถังยังแห้งและแข็งแรงดี ปัญหาอาจเกิดจากข้อต่อหลวม ซีลเสื่อม หรือวาล์วชำรุดมากกว่าตัวถังเก็บน้ำรั่ว
3. สังเกตคราบน้ำหรือความชื้นรอบถัง
ตรวจดูบริเวณก้นถัง รอบฐานวางถังน้ำ และด้านหลังหรือมุมที่มองเห็นได้ยาก หากพบพื้นเปียก คราบน้ำ รอยตะไคร่ หรือคราบชื้นที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ให้ไล่ตรวจขึ้นไปยังตัวถังเพื่อหาต้นทางของน้ำ โดยควรเช็ดพื้นให้แห้งก่อนแล้วสังเกตอีกครั้ง เพื่อให้ระบุตำแหน่งรั่วได้แม่นยำขึ้น
4. เติมน้ำเพื่อหารอยรั่วตามจุดต่าง ๆ ของถัง
ทดลองเติมน้ำลงในถัง แล้วสังเกตผิวถังด้านนอกและพื้นรอบถัง ว่ามีน้ำหยดหรือน้ำซึมออกมาจากจุดใด หากพบจุดที่มีน้ำซึมออกมา ให้เช็ดบริเวณนั้นให้แห้งแล้วตรวจดูว่ามีรอยร้าวหรือรอยต่อที่ผิดปกติหรือไม่ หากยังหารอยแตกร้าวไม่พบ ให้เติมน้ำเพิ่มแล้วตรวจซ้ำจนกว่าจะระบุตำแหน่งที่รั่วได้ชัดเจน
5. แยกว่าเป็นรอยรั่วของถังหรือท่อประปา
หากตรวจตัวถังแล้วไม่พบรอยร้าว แต่น้ำยังลดหรือมีน้ำขังรอบถัง ให้ตรวจสอบระบบประปาที่เชื่อมต่อกับถัง โดยเฉพาะแนวท่อที่ต่อเข้ากับถังและท่อที่พาน้ำออกจากถัง หากพบว่าท่อมีรอยแตก มีน้ำหยด หรือมีน้ำรั่วตามแนวท่อ แสดงว่าสาเหตุอาจมาจากระบบประปาไม่ใช่ตัวถัง ควรซ่อมหรือเปลี่ยนท่อในจุดที่เสียหายก่อน
วิธีป้องกันไม่ให้ถังเก็บน้ำรั่วซ้ำ พร้อมสำหรับการใช้งานอย่างยาวนาน

1. ติดตั้งถังบนฐานที่ได้ระดับ เรียบเนียน
ควรติดตั้งถังเก็บน้ำบนฐานคอนกรีตที่แข็งแรง เรียบ และได้ระดับ โดยไม่มีเศษหินหรือเศษสิ่งสกปรก เพราะเมื่อน้ำเต็มถัง น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น เมื่อวางบนจุดที่มีเศษหิน อาจทำให้ตัวถังรับแรงไม่สม่ำเสมอและเสียหายได้ ควรตรวจสอบฐานก่อนติดตั้งและแก้ไขทันทีหากพบการทรุดตัวหรือแตกร้าว
2. ตรวจสอบท่อน้ำ วาล์วน้ำ ข้อต่อเกลียว และซีลยางเป็นประจำ
ควรตรวจสอบจุดเชื่อมต่อรอบถังเป็นประจำ โดยสังเกตความชื้น คราบน้ำ หรือน้ำที่หยดออกมามากผิดปกติ หากพบรอยรั่วซึมควรรีบแก้ไขก่อนที่จะเกิดปัญหาถังเก็บน้ำรั่ว โดยจุดที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
| จุดที่ควรตรวจสอบ | รายละเอียด |
|---|---|
|
ท่อน้ำ |
|
|
วาล์วน้ำ |
|
|
ข้อต่อเกลียว |
|
|
ซีลยาง |
|
3. หลีกเลี่ยงการวางของหนัก หรือแรงกระแทกต่าง ๆ ที่ถังเก็บน้ำ
จัดพื้นที่รอบถังให้โล่งและหลีกเลี่ยงการวางของหนักพิงตัวถัง รวมถึงระวังการกระแทกจากอุปกรณ์หรือสิ่งของระหว่างทำความสะอาดและซ่อมบำรุง เพราะแรงกระแทกอาจทำให้ถังพลาสติกแตกร้าวหรือทำให้ข้อต่อเสียหาย ซึ่งส่งผลให้ถังเก็บน้ำรั่วซึมได้ในเวลาต่อมา
4. ทำความสะอาดถังเก็บน้ำเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ควรทำความสะอาดถังเก็บน้ำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง พร้อมตรวจสอบผนังถัง พื้นถัง ฝาถัง และข้อต่อส่วนต่าง ๆ ด้วย หากพบคราบน้ำ รอยร้าว หรือบริเวณที่วัสดุเริ่มเสื่อมสภาพ ควรรีบซ่อมแซมก่อนที่ความเสียหายจะขยายตัวและทำให้ถังน้ำรั่ว
5. ซ่อมรอยรั่วทันทีเมื่อพบความเสียหาย
เมื่อพบปัญหาถังเก็บน้ำรั่ว ควรระบายน้ำออกและตรวจหาสาเหตุก่อนลงมือซ่อม โดยเลือกวัสดุให้เหมาะกับชนิดของถังและลักษณะความเสียหาย หากเป็นรอยรั่วเล็ก ๆ ควรรีบซ่อมตั้งแต่แรกเพื่อป้องกันรอยร้าวขยายตัว ส่วนถังที่แตกร้าวหลายจุดหรือมีโครงสร้างเสียหาย ควรพิจารณาเปลี่ยนถังใหม่แทนการซ่อมซ้ำหลายครั้ง
ถ้าไม่ซ่อมถังเก็บรั่วจะส่งผลเสียอย่างไรบ้าง ?
1. ค่าน้ำเพิ่มขึ้น
หากเกิดปัญหาถังเก็บน้ำรั่ว แม้จะรั่วเพียงเล็กน้อยแต่หากปล่อยไว้นาน ก็ทำให้ต้องเติมน้ำเข้าถังบ่อยขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำเพิ่มและค่าน้ำสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะจุดรั่วที่มองเห็นได้ยากอาจทำให้ค่าน้ำขึ้นโดยไม่ทันได้สังเกต
2. ถังเก็บน้ำเสื่อมสภาพและแตกร้าวมากขึ้น
รอยรั่วที่ถังเก็บน้ำ หากปล่อยทิ้งไว้อาจขยายจากรอยเล็ก ๆ เป็นรอยแตกร้าวที่ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะถ้าตัวถังที่ต้องรับแรงดันจากน้ำอย่างต่อเนื่อง เมื่อความเสียหายเพิ่มขึ้นอาจทำให้ถังรั่วหลายจุดหรือเสียรูปจนซ่อมได้ยากหรือต้องเปลี่ยนใหม่
3. น้ำในถังเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
เมื่อถังน้ำมีรอยรั่วหรือรอยแตกร้าว น้ำจากภายนอกอาจเข้าสู่ตัวถังผ่านช่องเปิดหรือจุดที่ซีลไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะถ้าถังเก็บน้ำตั้งอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่น ดิน หรือสิ่งสกปรก จึงเพิ่มความเสี่ยงที่น้ำภายในถังจะปนเปื้อน จึงควรรีบแก้ไขและตรวจสอบคุณภาพน้ำก่อนนำกลับมาใช้งาน
4. เกิดเชื้อรา เสียหายต่อโครงสร้าง
น้ำที่รั่วออกมาสะสมบริเวณฐานหรือพื้นที่โดยรอบ ทำให้เกิดความชื้นและอาจเกิดเชื้อราซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก นอกจากนี้หากน้ำรั่วซึมเข้าสู่พื้น ผนัง หรือโครงสร้างอาคาร อาจทำให้วัสดุโดยรอบเสื่อมสภาพหรือเกิดความเสียหายที่ต้องซ่อมแซมเพิ่มเติมได้
ถังเก็บน้ำรั่ว เกิดจากอะไร?

1. ถังน้ำเสื่อมสภาพตามเวลาและการใช้งาน
เมื่อถังเก็บน้ำใช้งานมานาน วัสดุของตัวถังและชิ้นส่วนต่าง ๆ จะค่อย ๆ เสื่อมสภาพตามเวลาและการใช้งาน ทำให้ผิวถังแข็งกรอบ เกิดรอยร้าว หรือรับแรงดันน้ำได้ลดลง โดยเฉพาะถังพลาสติกที่ใช้งานมานาน หากเริ่มพบรอยร้าว คราบน้ำ หรือความผิดปกติบริเวณตัวถัง ควรรีบตรวจสอบก่อนถังน้ำรั่วรุนแรง
2. ถังได้รับแรงกระแทกหรือแรงกดทับ
แรงกระแทกจากภายนอกหรือการวางของหนักพิงถัง อาจทำให้ตัวถังเกิดรอยบุบ รอยร้าว หรือเสียรูปได้ โดยเฉพาะถังพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นและความแข็งแรงแตกต่างกันตามวัสดุ หากพบรอยเสียหายหลังโดนกระแทก ควรตรวจสอบทันทีแม้ยังไม่เห็นน้ำรั่ว
3. ติดตั้งบนพื้นไม่เรียบหรือฐานรองรับไม่แข็งแรง
หากติดตั้งถังบนพื้นที่ไม่เรียบ มีจุดนูน หรือฐานรองรับไม่แข็งแรง น้ำหนักของน้ำจะกดลงบนตัวถังไม่สม่ำเสมอ ทำให้บางส่วนรับน้ำหนักมากกว่าปกติจนแตกร้าวหรือเสียรูปได้ จึงควรติดตั้งถังบนฐานที่แข็งแรง เรียบ และได้ระดับเท่ากันทั้งหมด
4. การเสื่อมสภาพจากแสงแดดและสภาพอากาศ
ถังเก็บน้ำที่ตั้งอยู่กลางแจ้งต้องเผชิญกับแสงแดด ความร้อน ฝน และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเป็นเวลานาน โดยเฉพาะรังสี UV ที่เร่งการเสื่อมสภาพของพลาสติก ทำให้วัสดุเปราะและเกิดรอยแตกร้าวได้ง่ายขึ้น หากถังเริ่มมีสีซีด ผิวกรอบ หรือแตกร้าว ควรตรวจสอบสภาพถังและพิจารณาเปลี่ยนใหม่ หากวัสดุเสื่อมสภาพอย่างรุนแรง
5. ข้อต่อ ท่อ หรือวาล์วรั่ว
น้ำไม่ได้รั่วจากตัวถังเท่านั้น แต่อาจเกิดจากข้อต่อ ท่อน้ำเข้า–ออก วาล์ว หรือซีลยางที่เสื่อมสภาพ โดยสามารถสังเกตได้จากหยดน้ำ คราบน้ำ หรือความชื้นรอบจุดเชื่อมต่อ หากพบถังเก็บน้ำรั่วตามจุดข้อต่อต่าง ๆ ควรตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพ โดยไม่ต้องเปลี่ยนถังน้ำใหม่
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด








