ประเด็นสำคัญ
- การเลือกดอกเจาะกระเบื้อง จระเข้ ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับรูที่ต้องการเจาะ โดยมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 6–100 มิลลิเมตร เช่น ขนาด 6–19 มิลลิเมตร สำหรับรูขนาดเล็กเพื่อใส่พุกและสกรู และขนาด 22–100 มิลลิเมตร สำหรับเจาะรูขนาดกลางถึงใหญ่ เช่น ช่องสำหรับท่อน้ำ ก๊อกน้ำ และท่อน้ำทิ้ง
- การเจาะกระเบื้องไม่ให้แตก ควรเริ่มจากมาร์กตำแหน่งที่ต้องการให้ชัดเจน ใช้อุปกรณ์นำร่องเจาะกระเบื้อง จระเข้ ช่วยประคองดอกเจาะกระเบื้อง จระเข้ ปิดโหมดกระแทกที่สว่านไฟฟ้า แล้วเริ่มเจาะด้วยรอบต่ำและออกแรงกดสม่ำเสมอ รวมถึงใช้น้ำหล่อเลี้ยงบริเวณหัวดอกเจาะและจุดที่กำลังเจาะ เพื่อลดความร้อน ทำให้เจาะได้ต่อเนื่องและลดโอกาสที่กระเบื้องจะเสียหาย
การเจาะกระเบื้องให้สวย เรียบเนียน และไม่แตกร้าว ต้องเลือกดอกเจาะให้เหมาะกับขนาดรูที่ต้องการ พร้อมใช้อุปกรณ์ช่วยและเทคนิคการเจาะที่ถูกต้อง จระเข้จึงรวบรวมความรู้เกี่ยวกับการเจาะกระเบื้อง ตั้งแต่การเลือกดอกเจาะ อุปกรณ์นำร่อง ไปจนถึงขั้นตอนการเจาะ เพื่อช่วยให้กำหนดตำแหน่งได้แม่นยำและลดโอกาสกระเบื้องเสียหายระหว่างทำงาน มาฝากกัน
- วิธีเจาะกระเบื้องไม่ให้แตกด้วยอุปกรณ์จระเข้ต้องทำยังไงบ้าง?
- ไม่อยากเจาะกระเบื้องแล้วแตก ต้องเลือกดอกสว่านที่เหมาะสมกับกระเบื้องแต่ละประเภท
- เคล็ดลับเจาะกระเบื้องให้แม่นยำขึ้น ทำยังไงได้บ้าง?
- สาเหตุที่ทำให้เจาะกระเบื้องแล้วแตกเกิดจากอะไรได้บ้าง?
- การเจาะกระเบื้องมักทำตอนไหนบ้าง?
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการเจาะกระเบื้องมีอะไรบ้าง?
1. สว่านไฟฟ้าควรใช้ความเร็วรอบต่ำ 300-800 รอบ/นาที เจาะกระเบื้อง

สำหรับสว่านไฟฟ้าที่ใช้สำหรับเจาะกระเบื้อง ควรเลือกใช้สว่านไฟฟ้าที่ปรับความเร็วรอบได้ โดยควรเริ่มเจาะด้วยความเร็วรอบต่ำประมาณ 300–800 รอบ/นาที และใช้สว่านในระบบแบบธรรมดา ไม่ควรใช้ระบบแบบกระแทก เพราะแรงกระแทกอาจทำให้กระเบื้องแตกร้าวได้ และควรปรับความเร็วรอบให้เหมาะกับขนาดดอก ประเภทกระเบื้อง และคำแนะนำของผู้ผลิตดอกเจาะ
ข้อควรรู้: สว่านกระแทกเป็นสว่านที่เพิ่มแรงกระแทกในแนวแกนของดอกสว่านขณะหมุน เพื่อช่วยให้เจาะวัสดุแข็ง เช่น คอนกรีตหรืออิฐได้ง่ายขึ้น แต่ระบบกระแทกไม่เหมาะกับการเจาะผิวกระเบื้อง เพราะอาจทำให้กระเบื้องแตกได้ หากจำเป็นต้องใช้สว่านกระแทกเจาะกระเบื้องจริง ๆ จึงควรปิดระบบกระแทกก่อนทุกครั้ง
2. ดอกเจาะกระเบื้อง จระเข้ เลือกขนาดตามรูที่เจาะตั้งแต่ 6-100 มิลลิเมตร

เพื่อเจาะกระเบื้องไม่ให้แตก ควรเลือกดอกเจาะกระเบื้องจระเข้ เป็นดอกเจาะโฮลซอว์แบบเปียกที่มีมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 6–100 มิลลิเมตร เจาะได้ทั้งกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องแกรนิตโต้ หินอ่อน และหินแกรนิต โดยเป็นการเจาะแบบเปียก ครอบคลุมตั้งแต่งานเจาะรูขนาดเล็กสำหรับใส่พุกและสกรู ไปจนถึงรูขนาดกลางและใหญ่สำหรับงานติดตั้งระบบต่าง ๆ เช่น ก๊อกน้ำ ท่อระบายน้ำ
ทำไมดอกเจาะกระเบื้อง จระเข้ ถึงช่วยเจาะกระเบื้องไม่ให้แตก
- ดอกเจาะชุบกากเพชรด้วยเทคโนโลยีพิเศษ ทำให้กากเพชรยึดติดกับดอกเจาะได้ทนนาน และรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ดอกเจาะแบบผ่านน้ำช่วยลดความร้อน ทำให้เจาะได้ต่อเนื่องและลดการสึกหรอ
- ใช้ได้กับวัสดุหลากหลายประเภท รองรับงานติดตั้งและงานปรับปรุงพื้นที่ได้หลากหลาย
ดอกเจาะกระเบื้อง จระเข้ มีขนาดไหนให้เลือกบ้าง?
| ขนาดดอกเจาะกระเบื้อง | การใช้งาน |
|---|---|
| 6, 8 มิลลิเมตร | รูใส่พุกพลาสติกทั่วไป |
| 13 มิลลิเมตร | รูใส่พุกโลหะทั่วไป |
| 19 มิลลิเมตร | รูใส่พุกโลหะขนาดใหญ่ |
| 22 มิลลิเมตร | ท่อน้ำและก๊อกน้ำ ขนาด 1/2 นิ้ว (4 หุน) |
| 28 มิลลิเมตร | ท่อน้ำและก๊อกน้ำ ขนาด 3/4 นิ้ว (6 หุน) |
| 35 มิลลิเมตร | ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้าหรือท่อน้ำขนาด 1 นิ้ว |
| 50 มิลลิเมตร | ท่อน้ำขนาด 1 นิ้วครึ่ง |
| 60 มิลลิเมตร | ท่อน้ำขนาด 2 นิ้ว |
| 90 มิลลิเมตร | ท่อน้ำทิ้ง Floor Drain ขนาด 1 นิ้วครึ่ง |
| 100 มิลลิเมตร | ท่อน้ำทิ้ง Floor Drain ขนาด 2 นิ้ว |
3. อุปกรณ์นำร่องเจาะกระเบื้อง จระเข้ เจาะได้ตรงจุด ไม่คลาดเคลื่อน

อุปกรณ์นำร่องหรือจิ๊กเจาะกระเบื้อง เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นแผ่นหรือฐานสำหรับวางทาบบนผิวกระเบื้อง พร้อมช่องนำร่องตามขนาดดอกเจาะ ใช้สำหรับประคองดอกเจาะให้อยู่ตรงกับตำแหน่งที่กำหนด โดยเฉพาะช่วงเริ่มเจาะที่ดอกสว่านอาจลื่นไถลบนผิวกระเบื้อง จิ๊กจึงช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดความผิดพลาดในการกำหนดตำแหน่งรูเจาะ
เลือกใช้อุปกรณ์นำร่องเจาะกระเบื้อง จระเข้ ช่วยประคองดอกเจาะให้อยู่ตรงตำแหน่งที่กำหนด ลดโอกาสที่ดอกจะเลื่อนหรือสะบัดออกจากจุดที่ต้องการ โดยเฉพาะการเจาะบนพื้นผิวเรียบของกระเบื้อง หินอ่อน หินแกรนิต และแกรนิตโต้ จึงช่วยให้กำหนดตำแหน่งรูได้แม่นยำและลดความผิดพลาดระหว่างการทำงาน
ทำไมอุปกรณ์นำร่องเจาะกระเบื้อง จระเข้ถึงช่วยเจาะกระเบื้องไม่ให้แตก
- ช่วยลดโอกาสชิ้นงานเสียหาย กำหนดตำแหน่งดอกเจาะตามความต้องการ ลดการเจาะผิดจุดและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับกระเบื้อง
- ใช้งานสะดวก ช่วยให้เริ่มเจาะได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องคอยประคองดอกด้วยมือเพียงอย่างเดียว
- แข็งแรงและทนทาน ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับงานเจาะกระเบื้องและวัสดุที่มีความแข็งสูง
4. น้ำสำหรับหล่อเลี้ยงดอกเจาะ ป้องกันความร้อนสูงเกิน

น้ำจะใช้สำหรับหล่อเลี้ยงการเจาะกระเบื้องแบบเปียก และเจาะกระเบื้องที่มีความแข็งสูง เพราะน้ำช่วยลดความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างดอกเจาะกับผิวกระเบื้อง ทำให้ดอกเจาะทำงานได้ต่อเนื่องและช่วยลดการสึกหรอของดอกเจาะ หากไม่ใช้น้ำอาจทำให้ดอกเกิดความร้อนสูง สึกหรอเร็ว และเพิ่มโอกาสที่ผิวกระเบื้องบริเวณรูเจาะจะเสียหายได้
5. เทปกาวสำหรับมาร์กตำแหน่งที่ต้องการ

เทปกาวใช้สำหรับติดบริเวณตำแหน่งที่ต้องการเจาะ เพื่อทำเครื่องหมายและช่วยให้มองเห็นจุดเจาะได้ชัดเจนขึ้น หรือจะเลือกใช้ปากกาหรือมาร์กเกอร์ ทำเครื่องหมายบนเทปกาวตรงตำแหน่งที่ต้องการเจาะก็ได้เช่นกัน เพื่อกำหนดจุดได้แม่นยำและช่วยลดความผิดพลาดระหว่างการเจาะกระเบื้อง
6. ถุงมือและแว่นตานิรภัยสำหรับป้องกันเศษกระเบื้อง

ทุกครั้งที่เจาะกระเบื้อง ควรสวมแว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันเศษวัสดุและฝุ่นจากการเจาะกระเบื้องกระเด็นเข้าดวงตา และสวมถุงมือรวมถึงหน้ากากกันฝุ่นละอองด้วย นอกจากนี้ควรตรวจสอบคำแนะนำด้านความปลอดภัยของสว่านและดอกเจาะทุกครั้งก่อนใช้งาน
วิธีเจาะกระเบื้องไม่ให้แตกด้วยอุปกรณ์จระเข้ต้องทำยังไงบ้าง?
1. กำหนดตำแหน่งที่ต้องการ ถ้าเจาะบนกระเบื้องที่ปูแล้วให้ตรวจสอบระบบภายในโครงสร้างก่อน

ก่อนเจาะควรกำหนดตำแหน่งและทำเครื่องหมายตรงจุดที่ต้องการเจาะให้ชัดเจน เพื่อป้องกันดอกเจาะเคลื่อนหรือเจาะคลาดจากตำแหน่งที่กำหนด หากจะเจาะกระเบื้องที่ปูแล้ว ควรตรวจสอบแนวระบบประปาและระบบไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ภายในผนังหรือโครงสร้างก่อนเจาะ เพื่อป้องกันดอกสว่านเจาะโดนท่อ สายไฟ หรืออุปกรณ์ภายใน
2. ติดตั้งอุปกรณ์นำร่องเจาะกระเบื้องจระเข้ให้แนบกับพื้นผิว

วางอุปกรณ์นำร่องเจาะกระเบื้อง จระเข้ ให้ตรงกับตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้ แล้วโยกด้ามจับเพื่อให้อุปกรณ์ยึดติดกับผิวกระเบื้อง จากนั้นติดตั้งดอกเจาะกระเบื้อง จระเข้ เข้ากับสว่านไฟฟ้าและนำดอกเจาะทาบกับช่องนำร่องของอุปกรณ์ การใช้อุปกรณ์นำร่องจะช่วยประคองดอกไม่ให้เลื่อนหรือสะบัดออกจากตำแหน่ง
3. เจาะรูด้วยดอกเจาะกระเบื้อง จระเข้ โดยใช้น้ำหล่อเลี้ยง

เริ่มเจาะด้วยสว่านในระบบหมุนแบบธรรมดา โดยใช้น้ำหล่อเลี้ยงบริเวณหัวดอกเจาะและจุดที่กำลังเจาะอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ ออกแรงกดอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อดอกใกล้ทะลุผ่านกระเบื้องทั้งหมดให้ลดแรงกดลง เพื่อช่วยลดโอกาสที่ขอบรูหรือกระเบื้องจะเสียหาย
4. เปลี่ยนเป็นดอกเจาะปูนเมื่อเจาะผ่านแผ่นกระเบื้อง

เพราะดอกเจาะกระเบื้องออกแบบมาสำหรับพื้นผิวกระเบื้องเท่านั้น เมื่อดอกเจาะกระเบื้องเจาะทะลุแผ่นกระเบื้องแล้ว ให้หยุดการทำงานและเปลี่ยนเป็นดอกเจาะปูนสำหรับเจาะพื้นซีเมนต์หรือวัสดุโครงสร้างแทน โดยสามารถใช้ระบบกระแทกกับดอกเจาะปูนตามความเหมาะสมของวัสดุ จะช่วยลดการสึกหรอของดอกเจาะกระเบื้อง จระเข้
5. ทำความสะอาดพื้นผิวและนำเศษกระเบื้องออกจากดอกเจาะก่อนเจาะรูถัดไป

หลังเจาะเสร็จให้ดึงเศษกระเบื้องที่ติดอยู่ภายในดอกเจาะออก และทำความสะอาดเศษวัสดุหรือฝุ่นบริเวณรูเจาะให้เรียบร้อยก่อนติดตั้งอุปกรณ์ หากต้องเจาะหลายรู ควรนำเศษกระเบื้องออกจากดอกก่อนเริ่มเจาะรูถัดไป เพื่อให้เจาะรูได้อย่างราบรื่น หลังใช้งานควรทำความสะอาดดอกเจาะและอุปกรณ์ แล้วจัดเก็บไว้ในที่แห้ง
ไม่อยากเจาะกระเบื้องแล้วแตก ต้องเลือกดอกสว่านที่เหมาะสมกับกระเบื้องแต่ละประเภท
1. ดอกสว่านเจาะกระเบื้องปลายหอกขนาด 6-19 มิลลิเมตร เหมาะกับเจาะรูพุกและสกรู
ดอกสว่านเจาะกระเบื้องปลายหอกมีปลายดอกเป็นรูปทรงคล้ายหัวหอก ออกแบบมาให้เจาะผ่านผิวกระเบื้องได้ง่าย เหมาะสำหรับการเจาะรูขนาดเล็ก เช่น รูสำหรับใส่พุกและสกรูเพื่อยึดชั้นวาง ราวแขวน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนเจาะควรกำหนดตำแหน่งให้ชัดเจน จากนั้นใช้สว่านในระบบหมุนแบบธรรมดาโดยไม่ใช้โหมดกระแทก และเริ่มเจาะด้วยความเร็วรอบต่ำ พร้อมออกแรงกดอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ดอกค่อย ๆ เจาะผ่านกระเบื้อง
- ขนาดที่เหมาะสม: โดยทั่วไปดอกสว่านแบบปลายหอกมีขนาดประมาณ 6–19 มิลลิเมตร โดยควรเลือกขนาดให้สัมพันธ์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของพุกหรืออุปกรณ์ยึดที่ต้องการติดตั้ง และตรวจสอบขนาดที่ผู้ผลิตกำหนดก่อนเจาะ
2. ดอกเจาะโฮลซอว์แบบเจาะแห้ง ขนาดตั้งแต่ 22 ถึง 60 มิลลิเมตร สำหรับงานระบบต่าง ๆ
ดอกเจาะโฮลซอว์แบบเจาะแห้ง มีลักษณะเป็นวงแหวนสำหรับเจาะรูขนาดใหญ่กว่าดอกสว่านปลายหอก เหมาะสำหรับทำช่องเปิดบนกระเบื้องเพื่อรองรับการติดตั้งท่อ ก๊อกน้ำ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จุดเด่นของการเจาะแบบแห้งคือสามารถทำงานได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้น้ำขณะเจาะ แต่ต้องควบคุมความเร็วรอบและระยะเวลาในการเจาะเพื่อไม่ให้ดอกเกิดความร้อนสูงเกินไป
- ขนาดที่เหมาะสม: ดอกเจาะโฮลซอว์แบบเจาะแห้ง มีให้เลือกหลายขนาด เช่น 22, 28, 35, 50 และ 60 มิลลิเมตร โดยควรเลือกขนาดดอกให้เหมาะกับขนาดช่องที่ต้องการและอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง ทั้งนี้ขนาดที่มีจำหน่ายอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิต
3. ดอกเจาะโฮลซอว์แบบเจาะเปียก เจาะได้ต่อเนื่องไม่ทำให้พื้นผิวเสียหาย มีขนาดตั้งแต่ 22-100 มิลลิเมตร
ดอกเจาะโฮลซอว์แบบเจาะเปียกมีลักษณะเป็นวงแหวนเช่นเดียวกับแบบเจาะแห้ง แต่ต้องใช้น้ำช่วยหล่อลื่นและระบายความร้อนระหว่างเจาะ เหมาะกับงานเจาะกระเบื้องที่ต้องการควบคุมความร้อน โดยเฉพาะกระเบื้องที่มีความแข็งสูง เช่น กระเบื้องพอร์ซเลน น้ำจะช่วยลดความร้อนจากการเสียดสี ทำให้ดอกเจาะสึกหรอช้าลงและช่วยให้เจาะได้ต่อเนื่องมากขึ้น
- ขนาดที่เหมาะสม: ดอกเจาะโฮลซอว์แบบเจาะเปียกมีหลายขนาดเช่นเดียวกับโฮลซอว์แบบเจาะแห้ง เช่น 22, 28, 35, 50, 60, 90 ไปจนถึง 100 มิลลิเมตร โดยควรเลือกขนาดดอกให้สัมพันธ์กับช่องเปิดที่ต้องการและลักษณะของงาน
เคล็ดลับเจาะกระเบื้องให้แม่นยำขึ้น ทำยังไงได้บ้าง?
1. ติดเทปกาวบริเวณจุดที่จะเจาะ
ผิวกระเบื้องที่เรียบและมันทำให้ดอกเจาะมีโอกาสเลื่อนออกจากตำแหน่งที่กำหนดไว้ได้ง่าย จึงควรติดเทปกาวทับบริเวณที่จะเจาะ แล้วทำเครื่องหมายบนเทปให้ตรงกับจุดที่ต้องการ วิธีนี้ช่วยให้มองเห็นตำแหน่งได้ชัดขึ้นและช่วยให้เริ่มเจาะได้ตรงจุดมากกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อเจาะกระเบื้องที่มีลวดลายหรือผิวมันวาว
2. ใช้จิ๊กเจาะกระเบื้องกำหนดตำแหน่งให้แม่นยำ
ถ้าต้องการเจาะรูอย่างแม่นยำ ควรใช้อุปกรณ์นำร่องเจาะกระเบื้อง จระเข้ หรือจิ๊กเจาะกระเบื้องเป็นตัวช่วย เพราะจิ๊กจะทำหน้าที่ประคองดอกให้อยู่ในแนวที่กำหนด เพียงวางจิ๊กให้ตรงกับจุดเจาะ เลือกช่องนำร่องให้พอดีกับดอกเจาะ แล้วเริ่มเจาะผ่านช่อง จะช่วยลดโอกาสที่ดอกจะไถลออกจากตำแหน่ง และเหมาะกับงานที่ต้องเจาะหลายรูให้ได้ตำแหน่งใกล้เคียงกัน
3. ไม่ใช้โหมดกระแทก ควรใช้รอบที่สม่ำเสมอ
ก่อนเริ่มเจาะควรเช็กโหมดของสว่านทุกครั้ง หากเป็นสว่านกระแทกให้เปลี่ยนเป็นระบบหมุนแบบธรรมดา เพราะโหมดกระแทกจะเพิ่มแรงกระแทกเข้าไปขณะดอกหมุน ซึ่งไม่เหมาะกับผิวกระเบื้อง และอาจทำให้เกิดรอยร้าวหรือกระเบื้องแตกได้ เมื่อปิดโหมดกระแทกแล้ว ให้เริ่มเจาะด้วยความเร็วรอบต่ำและออกแรงกดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ดอกเจาะค่อย ๆ ทะลุลงไปในเนื้อกระเบื้องแทนการใช้แรงกระแทก
4. เจาะผ่านน้ำเพื่อลดความร้อน
การเจาะแบบเปียกถือเป็นวิธีที่เหมาะกับงานเจาะกระเบื้อง เพราะการเสียดสีทำให้ดอกและกระเบื้องเกิดความร้อน หากปล่อยให้ดอกร้อนจัด อาจทำให้ดอกสึกหรอเร็วและประสิทธิภาพในการเจาะลดลง น้ำจึงช่วยควบคุมอุณหภูมิของดอกเจาะกระเบื้องไม่ให้สูงไป และช่วยให้เจาะได้ต่อเนื่องมากขึ้น โดยควรใช้น้ำตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด และไม่ใช้น้ำกับดอกที่ออกแบบมาสำหรับการเจาะแบบแห้ง
สาเหตุที่ทำให้เจาะกระเบื้องแล้วแตกเกิดจากอะไรได้บ้าง?
1. ใช้ดอกสว่านไม่เหมาะกับกระเบื้อง
กระเบื้องแตกร้าวหรือขอบรูที่เจาะแล้วไม่เรียบเนียน มักเกิดจากการเลือกดอกสว่านไม่เหมาะกับประเภทกระเบื้องและขนาดรูที่ต้องการ เพราะดอกเจาะแต่ละชนิดออกแบบมาสำหรับงานที่แตกต่างกัน หากเลือกดอกไม่ตรงกับงาน ดอกสว่านอาจเจาะกระเบื้องได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้รูเจาะไม่เรียบและเพิ่มโอกาสที่กระเบื้องจะแตกร้าวหรือบิ่นได้
2. ใช้โหมดกระแทกหรือความเร็วรอบสูงเกินไป
กระเบื้องแตกร้าวหรือจุดที่เจาะแล้วเสียหาย มักเกิดจากการใช้โหมดกระแทกหรือความเร็วรอบสูงเกินไป ทำให้กระเบื้องรับแรงมาก รวมถึงทำให้ดอกเจาะสึกเร็วขึ้น จึงควรปิดโหมดกระแทกและใช้สว่านในระบบหมุนแบบธรรมดา พร้อมเริ่มเจาะด้วยความเร็วรอบต่ำและปรับความเร็วตามคำแนะนำของดอกเจาะกระเบื้อง
3. ออกแรงกดมากเกินไป
ถึงจะใช้ความเร็วรอบต่ำแต่หากออกแรงกดมากเกินไปขณะเจาะกระเบื้อง ก็ทำให้กระเบื้องแตกร้าวเสียหายได้เช่นกัน เพราะแรงกดที่มากเกินอาจทำให้ดอกเจาะกัดเนื้อกระเบื้องเร็วเกินไปจนเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นขณะเจาะกระเบื้องควรจับสว่านให้มั่นคงและออกแรงกดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ดอกสว่านค่อย ๆ เจาะผ่านกระเบื้องแทนการกดอย่างรุนแรง
4. ตำแหน่งใกล้ขอบกระเบื้องมากไป
นอกจากอุปกรณ์และขั้นตอนระหว่างเจาะแล้ว การกำหนดตำแหน่งเจาะใกล้ขอบกระเบื้องมากเกินไปก็ทำให้กระเบื้องแตกได้เช่นกัน เพราะบริเวณใกล้ขอบกระเบื้องรองรับแรงน้อยกว่าตรงกลางแผ่น เมื่อสว่านทำงานจึงเพิ่มโอกาสที่ขอบจะเสียหายได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเจาะกระเบื้องชิดขอบมากเกินไป จะช่วยป้องกันการแตกร้าวได้
การเจาะกระเบื้องมักทำตอนไหนบ้าง?
1. ติดตั้งชั้นวางและอุปกรณ์ภายในบ้าน เจาะรูเล็กใส่พุกและสกรู
เมื่อต้องการติดตั้งชั้นวางของ ราวแขวน ผ้าม่าน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องยึดเข้ากับผนัง มักต้องเจาะกระเบื้องเพื่อทำรูสำหรับใส่พุกและสกรู โดยควรวัดระยะและกำหนดตำแหน่งติดตั้งให้เรียบร้อยก่อนเจาะ เพื่อให้รูตรงกับจุดยึดและอุปกรณ์ติดตั้งได้พอดี
2. ติดตั้งสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า ชั้นวางของ กระจกในห้องน้ำ
การติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ เช่น อ่างล้างหน้า กระจก ชั้นวาง ราวแขวน หรือก๊อกน้ำ อาจต้องเจาะกระเบื้องเพื่อทำช่องสำหรับวางระบบท่อหรือรูสำหรับยึดอุปกรณ์ โดยบางงานสามารถเตรียมตำแหน่งและช่องเปิดไว้ก่อนปูกระเบื้อง ขณะที่การติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมภายหลังอาจต้องเจาะกระเบื้องที่ปูเสร็จแล้ว
3. ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ตู้แขวน ของตกแต่งบ้าน
เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่ต้องยึดกับผนัง เช่น ตู้แขวน ชั้นวาง รูปภาพ หรืออุปกรณ์ตกแต่ง อาจต้องเจาะกระเบื้องเพื่อยึดพุกและสกรูให้แน่นหนา โดยควรตรวจสอบขนาดและตำแหน่งจุดยึดของอุปกรณ์ก่อนเลือกขนาดดอกเจาะ เพื่อให้ได้รูที่มีขนาดเหมาะสมและติดตั้งได้พอดี
4. เดินระบบไฟฟ้าหรือระบบประปาเพิ่มเติมภายในบ้าน
เมื่อต้องการเพิ่มหรือปรับตำแหน่งระบบไฟฟ้าและระบบประปา อาจต้องเจาะกระเบื้องเพื่อทำช่องสำหรับท่อ สายไฟ หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น ก๊อกน้ำ เต้ารับ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า โดยเฉพาะงานปรับปรุงที่ต้องติดตั้งระบบเพิ่มเติมหลังปูกระเบื้องแล้ว ควรตรวจสอบแนวท่อและสายไฟที่ซ่อนอยู่ในผนังก่อนเจาะ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบเดิมที่มีอยู่
5. รีโนเวตบ้าน ปรับเปลี่ยนระบบและเฟอร์นิเจอร์
การรีโนเวตบ้านอาจต้องเจาะกระเบื้องหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องเปลี่ยนหรือติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ เช่น เปลี่ยนสุขภัณฑ์ เพิ่มชั้นวาง หรือปรับระบบน้ำและไฟ หากยังอยู่ในขั้นตอนวางแผนงาน ควรกำหนดตำแหน่งช่องเปิดและจุดยึดต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก่อนปูกระเบื้อง แต่หากเป็นการปรับปรุงพื้นที่ที่ปูกระเบื้องเสร็จแล้ว ก็สามารถใช้ดอกเจาะกระเบื้องจระเข้ขนาดที่เหมาะสมเพื่อเจาะกระเบื้องเฉพาะจุดได้
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด





