หลังคาบ้านมีกี่ประเภท ? แตกต่างกันอย่างไร ?

หลังคาบ้านมีหลายประเภท!
 

หลังคาบ้าน ถือเป็นหัวใจสำคัญของบ้าน ที่มีส่วนช่วยให้บ้านร่มเย็น และช่วยปกป้องจากแดด ลม ฝน รวมถึงสภาพอากาศที่ย่ำแย่อีกด้วย และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการซ่อมแซมในภายหลัง ควรเลือกช่างที่มีความรู้ความชำนาญในการสร้างหรือปูหลังคา ที่สำคัญคือเลือกทรงหลังคาที่เหมาะกับสไตล์การออกแบบบ้าน
 

โดยหลังคาบ้านมีหลายประเภท และมีรูปทรงที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

หลังคาทรงจั่ว

เป็นประเภทหลังคาที่ได้รับความนิยม โดยมาพร้อมรูปทรงมาตรฐานที่เหมาะกับแบบบ้านทั่วไป อีกทั้งยังเป็นหลังคาที่เหมาะกับทุกภูมิภาค ข้อดีของหลังคาทรงจั่วคือมีปัญหาการรั่วซึมน้อย เนื่องจากมีมุมองศาที่ลาดเอียงพิเศษ จึงทำให้เมื่อฝนตกแรงของน้ำจะลงไปชั้นล่างได้รวดเร็ว ช่วยลดปัญหาการรั่วซึมได้ดี
ข้อเสีย : หากฝนตกในทิศทางลมที่หันเข้าสู่จั่วบ้าน อาจทำให้น้ำฝนกระเด็นเข้ามาภายในบริเวณบ้าน เพราะฉะนั้นแนะนำให้ติดกันสาดเพิ่ม

หลังคาทรงมะนิลา

เป็นประเภทรูปแบบหลังคาที่ผสมระหว่างปั้นหยา และหน้าจั่วเข้าด้วยกัน เหมาะกับบ้านที่ตกแต่งสไตล์แบบร่วมสมัย ข้อดีคือช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ดี
ข้อเสีย : เป็นประเภทหลังคาที่เกิดการรั่วซึมได้ง่าย เนื่องจากมีรูปทรงที่ซับซ้อน

หลังคาทรงปีกผีเสื้อ

มีลักษณะหลังคาที่แหงนออกทั้ง 2 ด้าน ด้านนอกเป็นมุมสูง ส่วนตรงกลางจะเป็นมุมต่ำ เหมือนกับผีเสื้อที่กำลังกระพือปีกบิน มีรูปทรงที่ดูดีมีความทันสมัย ข้อดีคือสามารถรองรับน้ำฝนได้ดีกว่าหลังคาประเภทอื่น ช่วยลดปัญหาการรั่วซึมได้

หลังคาทรงปั้นหยา

เป็นอีกหนึ่งประเภทหลังคาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีลักษณะครอบคลุมทุกทิศทาง มีมุมลาดเอียงน้อยกว่าหลังคาทรงจั่ว โดยจุดยอดของแต่ละด้านเป็นทรงเหลี่ยมหันพิงเข้าหากัน ซึ่งเข้าได้เกือบทุกสไตล์ของการออกแบบบ้าน

หลังคาทรงเพิงหมาแหงน

เป็นหลังคาที่นิยมใช้กับบ้านที่ออกแบบเป็นทรงเหลี่ยม โดยมีรูปทรงที่เชิดขึ้น เหมาะกับบ้านที่ต้องการความโมเดิร์น ข้อดีคือเป็นชนิดหลังคาที่ไม่แพง
ข้อเสีย : ไม่สามารถป้องกันความร้อนจากภายนอกบ้านได้ดีเท่าที่ควร

หลังคาทรงแบน

มาพร้อมรูปแบบที่มีความโมเดิร์น และทันสมัย นิยมใช้กับบ้านที่เป็นทาวน์โฮม หรือทาวน์เฮาส์ ข้อดีคือสามารถใช้บริเวณพื้นหลังคาด้านบนเป็นดาดฟ้า หรือมุมพักผ่อนแบบส่วนตัวได้

หลังคาทรงโค้งกลม

เป็นประเภทหลังคาที่ไม่สามารถใช้กับกระเบื้องได้ โดยต้องใช่ร่วมกับโลหะรีดลอนที่รองรับการโค้งงอ หรือเลือกใช้แผ่นทองแดงที่ดัดโค้งได้ ซึ่งเป็นหลังคาที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

นอกจากการเลือกรูปแบบหลังคาที่เหมาะสมแล้ว โครงสร้างหลังคาก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้นๆ โดยต้องมีความแข็งแรงทนทาน ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายที่ต้องเสียเงินซ่อมแซมภายหลัง ดีไม่ดีหากโครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน ก็มีความเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่คนในบ้านเช่นกัน โดยโครงสร้างหลังคา มี 2 แบบ
โครงสร้างไม้ : เป็นประเภทโครงสร้างหลังคาที่ติดตั้งง่าย มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงนำมายึดติดกับเสาและคาน แต่มีข้อเสียตรงที่โครงสร้างบิดงอง่าย หาไม้ที่มีคุณภาพได้ค่อนข้างยาก และมีปัญหาเกี่ยวกับปลวก ที่สำคัญคือราคาแพง
โครงสร้างเหล็ก : มีสำหรับบ้านที่ก่อสร้างด้วยปูน มีรูปแบบให้เลือกเยอะ และมีราคาถูกกว่าโครงสร้างแบบไม้ แต่ต้องเลือกช่างที่มีความชำนาญในการติดตั้ง เพราหากทำไม่ดี อาจทำให้เกิดการรั่วซึมได้

เลือกกระเบื้องหลังคาแบบไหนดี ?

เบื้องหลังคาเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญ ซึ่งนอกจากเลือกประเภทหลังคาที่เหมาะกับสไตล์การออกแบบบ้านแล้ว เรื่องความแข็งแรงทนทานก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน โดยกระเบื้องหลังคามีหลายแบบ ดังนี้
กระเบื้องซีเมนต์ : กระเบื้องคอนกรีต หรือกระเบื้องซีเมนต์ มี 2 ชนิด คือ กระเบื้องสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีขนาดเล็ก เหมาะกับการมุ้งหลังคาที่มีความลาดเอียงตั้งแต่ 40-45 องศา ชนิดที่ 2 คือ กระเบื้องโมเนียร์ สามารถมุ่งหลังคาที่มีความชันตั้งแต่ 17 องศา โดยหลังคากระเบื้องคอนกรีต หรือกระเบื้องซีเมนต์ เป็นประเภทที่มีน้ำหนักมาก ดังนั้น โครงสร้างหลังคาต้องมีความแข็งแรง สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี
กระเบื้องลอนคู่ : มีลักษณะเป็นลอนลึกและกว้าง สามารถระบายน้ำได้ดี
กระเบื้องคอนกรีตแผ่นเรียบ : เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าแผ่นชิงเกิ้ล มีลักษณะพื้นผิวเรียบและสวยงาม
กระเบื้องซีเมนต์ใยหิน : หรือเรียกว่ากระเบื้องเอสเบสทอสซีเมนต์ เป็นฉนวนที่ป้องกันความร้อนได้ดี รวมถึงกันไฟได้ เหมาะสำหรับมุงหลังคาตั้งแต่ 10 องศา ที่สำคัญราคาไม่แพง
กระเบื้องดินเผา : เป็นกระเบื้องที่เหมาะกับบ้านทรงไทย โดยให้ความสวยที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่มีข้อเสียคืออาจเกิดการรั่วซึมได้ง่าย
นอกจากนี้หลังคามุมโลหะ ก็เป็นอีกหนึ่งชนิดที่นิยมใช้ในการมุงหลังคาบ้านขนาดใหญ่ โดยเป็นวัสดุที่ทำจากแผ่นเหล็กอาบสังกะสีเคลือบสี มีรอยต่อน้อยจึงรีดเป็นแผ่นยาวได้ตลอด ช่วยลดปัญหาการรั่วซึมได้ดี แต่มีข้อเสียคือกันความร้อนได้น้อย

ด้วยสภาพอากาศประเทศไทยที่ร้อนระอุ การสร้างบ้านที่เน้นความโปล่งโล่ง มีลมพัดเข้าออก อากาศท่ายเทได้สะดวก จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ อีกทั้งการติดตั้งฉนวนกันความร้อน ก็เป็นตัวช่วยที่ในการบรรเทาความร้อนภายในบ้านได้ดีเช่นกัน ซึ่งมีหลากประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ดังนี้
แผ่นสะท้อนกันความร้อน : มีลักษณะบางและมันวาว สามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้ดี
แผ่นยิมซั่มบอร์ด : มีลักษณะแผ่นบางๆ สามารถป้องกันการนำความร้อนเข้ามาในบ้านได้ดี
ใยแก้ว : มีลักษณะแผ่นฟูโปร่งด้วยเส้นใยสีเหลือง หรือสีขาว มีน้ำหนักเบา เป็นชนิดที่ป้องกันความร้อนได้ดี และติดตั้งง่าย
สารโพลียูรีเทนโฟม : เป็นนวัตกรรมที่ช่วยป้องกันควาร้อน กันเสียง และกันสนิมได้ดี
หากไม่ยากต้องทนอยู่ร่วมกับความร้อนภายในบ้าน ควรเลือกวัสดุหลังคาที่เหมาะสม รวมถึงเลือกใช้ จระเข้ พียู โฟม ฉนวนกันความร้อน และกันเสียงได้ โดยมีการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม มีความทนทาน ไร้ปัญหาการแตกร้าว ทาสีทับได้

 

สามารถใช้งานได้กับหลากหลายวัสดุ ไม่ว่าจะเป็น คอนกรีต, ไม้, ปูน หรือกระจก รับรองว่าความร้อนไม่มีวันได้เข้ามากล่ำกลายภายในบริเวนบ้านแน่นอน