น้ำยาจระเข้ ขจัดคราบตะไคร่น้ำ
ขจัดคราบตะไคร่

น้ำยาจระเข้ ขจัดคราบตะไคร่น้ำ
ขจัดคราบตะไคร่น้ำ
มีประสิทธิภาพสูงในการขจัดเชื้อรา, ตะไคร่น้ำ, สาหร่าย, และพืชสีเขียวที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวต่างๆ และยังสามารถใช้ทำความสะอาดคราบเชื้อราในสระว่ายน้ำได้ดีอีกด้วย

ขนาดบรรจุ

0.5 ลิตร / 3.0 ลิตร / 10.0 ลิตร / 20.0 ลิตร

น้ำยาจระเข้ ขจัดคราบตะไคร่ มีประสิทธิภาพสูงในการขจัดเชื้อรา, ตะไคร่น้ำ, สาหร่าย, และพืชสีเขียวที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวต่างๆ และยังสามารถใช้ทำความสะอาดคราบเชื้อราในสระว่ายน้ำได้ดีอีกด้วย

น้ำยาจระเข้ ขจัดคราบตะไคร่ มีประสิทธิภาพสูงในการขจัดเชื้อรา, ตะไคร่น้ำ, สาหร่าย, และพืชสีเขียวที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวต่างๆ และยังสามารถใช้ทำความสะอาดคราบเชื้อราในสระว่ายน้ำได้ดีอีกด้วย

อัตราส่วนผสม

  • สำหรับฉีดพ่นบนผนัง 1 : 500
  • สำหรับทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค 1 : 1,000
  • สำหรับทำความสะอาดสระว่ายน้ำ 500 ซีซี ต่อน้ำในสระ 100 คิวบิกเมตร

การใช้งาน

  1. ผสมน้ำยา "น้ำยาขจัดคราบตะไคร่น้ำจระเข้" ตามสัดส่วนที่เหมาะสม ในกรณีที่ต้องการขจัดคราบจำนวนมากสามารถใช้ โดยไม่ต้องผสมน้ำ
  2. เทหรือฉีดพ่นลงบนพื้นที่ที่ต้องการขจัดคราบ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  3. ล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยใช้แปรงขัดออก ควรทำซ้ำในกรณีที่คราบยังคงกำจัดไม่หมด

ข้อควรระวัง

  • ห้ามรับประทาน
  • อย่าให้เข้าตาหรือถูกผิวหนัง
  • สวมเครื่องป้องกันทุกครั้งที่ใช้
  • ห้ามทิ้งน้ำยา หรือภาชนะบรรจุลงแหล่งน้ำ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  • ทางการเข้าตา ล้างตาด้วยน้ำเปล่าจำนวนมากทันที และกรอกตาขึ้นลง หากใส่คอนเทคเลนส์ ควรถอดอย่างระมัดระวัง และล้างตาด้วยน้ำเปล่าต่ออย่างน้อย 20 นาที และควรปรึกษาแพทย์
  • ทางการสูดดม เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปที่โล่งและอากาศถ่ายเท หากยังมีควันฟุ้งจากสารเคมี ควรสวมใส่หน้ากากในกรณีหมดสติ ควรจัดท่าทางผู้ป่วยอยู่ในท่าที่เหมาะสมคลายกระดุมเสื้อหรือเนคไทด์ ควรเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปในสถานที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเท และปรึกษาแพทย์ฉุกเฉินทันที
  • ทางผิวหนัง ล้างสิ่งปนเปื้อนจากผิวหนังด้วยน้ำ จำนวนมาก ล้างสารที่ปนเปื้อนเสื้อผ้าด้วยน้ำ และควรสวมถุงมือ ควรล้างน้ำเป็นระยะเวลา 20 นาที ซักเสื้อผ้าและรองเท้าก่อนนำมาสวมใส่
  • ทางปาก ล้างปาก ถอดฟันปลอมหากมี และดื่มน้ำตามในปริมาณพอสมควร และควรหยุดหากผู้ป่วยมีอาการอยากอาเจียน หากผู้ป่วยมีอาการอาเจียน ควรจัดท่าให้ศีรษะอยู่ต่ำ เพื่อปกป้องไม่ให้สารพิษเข้าสู่ปอด ไม่ควรนำสิ่งต่างๆใส่ปากผู้ป่วย หากผู้ป่วยมีอาการหมดสติ การเคลื่อนย้าย ผู้ป่วยไปที่อากาศปลอดโปร่งและถ่ายเท คลายกระดุมเสื้อ และปรึกษาแพทย์ฉุกเฉินทันที
การเก็บรักษา
เก็บในที่มิดชิด ห่างจากเด็ก อาหาร และ สัตว์เลี้ยง ควรจัดเก็บให้พ้นแสงแดด สามารถจัดเก็บที่อุณหภูมิห้อง