กาวซีเมนต์ จระเข้แดง

กาวซีเมนต์ จระเข้แดง

กาวซีเมนต์สำหรับกระเบื้องแกรนิตโต้และปูสระว่ายน้ำ

  • สำหรับงานปูสระว่ายน้ำ (ยกเว้น โมเสกเรซิ่น แก้ว)

  • ใช้งานปูกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาดใหญ่กว่า 80x80 ซม. ได้

  • ปูพื้นหินอ่อน หินแกรนิต และหินธรรมชาติ ทั้งพื้นและผนัง (ภายใน)

  • สำหรับปูกระเบื้องทั่วไป ทั้งพื้น-ผนัง ภายใน ภายนอก

มาตรฐานอเมริกา : ANSI A 118.1
สีของผลิตภัณฑ์ : สีขาว / สีเทา
ขนาดบรรจุ

20 กก.

กาวซีเมนต์จระเข้แดง ประกอบด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทราย และวัสดุผสมพิเศษอื่นๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ให้การยึดเกาะสูงสำหรับงานพื้นและผนัง โดยไม่ต้องแช่กระเบื้องในน้ำก่อนปู ใช้ได้ทั้งงานภายนอก และภายในอาคาร สามารถปูกระเบื้องสระว่ายน้ำได้ดี เหมาะสำหรับงานปูกระเบื้องขนาดใหญ่ กระเบื้องทั่วไป กระเบื้องดูดซึมน้ำต่ำ พื้นหินอ่อน และ แกรนิต

กาวซีเมนต์จระเข้แดง ประกอบด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทราย และวัสดุผสมพิเศษอื่นๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ให้การยึดเกาะสูงสำหรับงานพื้นและผนัง โดยไม่ต้องแช่กระเบื้องในน้ำก่อนปู ใช้ได้ทั้งงานภายนอก และภายในอาคาร สามารถปูกระเบื้องสระว่ายน้ำได้ดี เหมาะสำหรับงานปูกระเบื้องขนาดใหญ่ กระเบื้องทั่วไป กระเบื้องดูดซึมน้ำต่ำ พื้นหินอ่อน และ แกรนิต

การเตรียมพื้น
พื้นผิวใหม่ : พื้นผิวที่ต้องการปูจะต้องแข็ง เรียบ ได้ระดับ แห้ง และสะอาด ปราศจากฝุ่น น้ำมัน น้ำยาบ่มคอนกรีต สี เศษปูน สิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ และมีการดูดซึมน้ำปกติ หากพื้นผิวผนังปูนฉาบใหม่หรือปูนปรับระดับใหม่ ควรใช้เวลาบ่มตามมาตรฐาน 7 วัน หรือ 168 ชั่วโมง ต่อความหนา 1 ซม.
พื้นผิวเดิม : ล้างทำความสะอาดพื้นผิวโดยใช้น้ำฉีด ขัดพื้นผิวให้สะอาด เพื่อขจัดคราบฝุ่น น้ำมัน น้ำยาบ่มคอนกรีต สี เศษปูน และสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ และกวาดน้ำที่ขังบนพื้นผิวให้หมดก่อนที่ใช้กาวซีเมนต์

อัตราส่วนผสม
ตวงกาวซีเมนต์ จระเข้แดง 20 กก. (1 ถุง) ต่อ น้ำ 5.60 ลิตร
ตวงกาวซีเมนต์ จระเข้แดง 25 กก. (1 ถุง) ต่อ น้ำ 7.00 ลิตร
ตวงกาวซีเมนต์ จระเข้แดง 2.6 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน โดยปริมาตร

การผสม
  • เทปูนกาวซีเมนต์ลงในน้ำใช้เครื่องผสมรอบต่ำประมาณ 150 รอบต่อนาที (150 rpm) ช่วยในการผสมให้เข้ากัน
  • ทิ้งไว้เพื่อให้เคมีบ่มตัวประมาณ 10 นาที จึงกวนซ้ำอีกครั้งก่อนนำมาใช้งาน อย่าเติมน้ำหรือกาวซีเมนต์ลงไปเพิ่มหลังจากที่ทิ้งไว้จนเคมีบ่มตัวแล้ว

การใช้งาน

  1. ใช้เกรียงหวีด้านเรียบปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นหรือผนังที่ต้องการปูกระเบื้องให้ทั่ว และเพียงพอสำหรับกระเบื้องที่จะใช้ปูแต่ละครั้ง
  2. ใช้ด้านหวีปาดกาวซีเมนต์ให้เป็นร่อง โดยจับเกรียงหวีให้ได้มุมประมาณ 45 องศา และครูดให้เป็นรอยทางในทิศทางแนวเดียวกับด้านสั้นของกระเบื้อง (ใช้เกรียงหวีให้เหมาะกับขนาดกระเบื้อง)
  3. ใช้เกรียงหวีด้านเรียบปาดกาวซีเมนต์ไล้หลังกระเบื้อง เพื่อชดเชยความโก่ง หรือบิดตัวของกระเบื้องและให้มั่นใจว่าปูนกาวอยู่เต็มหลังกระเบื้อง ป้องกันการเกิดโพรงอากาศทำให้กระเบื้องที่ปูสามารถรับแรงกดอัดได้เต็มที่ ไม่แตก ล่อนในภายหลัง
  4. นำกระเบื้องปูบนกาวซีเมนต์ สไลด์แผ่นกระเบื้องไปทางขวางในทิศทางตั้งฉากกับแนวของเกรียงหวีที่ครูด เคาะกระเบื้องให้ติดแน่นกับกาวซีเมนต์เต็มทั่วทั้งแผ่น
  5. สามารถจัดกระเบื้องแต่ละแผ่นให้ตรงแนวตามต้องการภายในเวลาไม่เกิน 15 นาที ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิขณะทำงาน และไม่ควรจัดหรือเคาะกระเบื้องอีกเมื่อเลยเวลาดังกล่าว เมื่อกดกระเบื้องลงบนกาวซีเมนต์ ควรแน่ใจว่าหลังกระเบื้องสัมผัสกับกาวซีเมนต์เต็มทั่วทั้งแผ่น ซึ่งความหนาของกาวซีเมนต์ที่ปาดบนลงผิวควรจะอยู่ระหว่าง 2-20 มม.
การบ่มและการยาแนวกระเบื้อง
หลังจากปูกระเบื้องเสร็จแล้ว ควรบ่มทิ้งไว้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิแล้วจึงยาแนวกระเบื้อง เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพสูงสุด ควรเลือกกาวยาแนวจระเข้ให้เหมาะสมกับใช้ตามลักษณะของร่องและลักษณะของสถานที่

ข้อเสนอแนะ
  • เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรยาแนวกระเบื้องหลังจากปูกระเบื้องไปแล้วไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะ ควรใช้กาวซีเมนต์จระเข้ ไล้หลังกระเบื้องให้ทั่วแผ่น
ข้อจำกัดในการใช้
  • ไม่ควรใช้ปูกระเบื้องบนพื้นไม้ แผ่นแอสฟัลท์ ผนังเคลือบพลาสติก หรือ พีวีซี โลหะ และ กระจก (อย่าให้ถูกความเย็นจัดในระยะเวลา 72 ชั่วโมง)
  • ไม่เหมาะกับการปูกระเบื้องเรซิ่น หรือ โมเสกแก้ว
**หากต้องการปูพื้นผิวของวัสดุที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทางบริษัทฯ

ข้อควรระวัง
  • ผลิตภัณฑ์อาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง ควรใช้ อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยต่างๆ เช่น ถุงมือ หน้ากากกันฝุ่น แว่นตา ฯลฯ
  • ในกรณีเข้าตาให้ล้างนัยน์ตาด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้งทันที และรีบปรึกษาแพทย์
  • ถ้าถูกหรือสัมผัสกับผิวหน้าให้ใช้น้ำและสบู่ล้างทำความสะอาด
  • ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก
  • ห้ามรับประทาน
การเก็บรักษา
  • ควรเก็บไว้ในที่ร่ม แห้ง ปราศจากความชื้น และมีอากาศถ่ายเท อุณหภูมิไม่สูงจนเกินไป เพราะอาจทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อม
  • อายุของผลิตภัณฑ์ 1 ปีนับจากวันที่ผลิตในสภาพยังไม่เปิดถุงใช้ (ถ้าหากใช้ไม่หมดถุงต้องมัดปากถุงให้แน่นสนิททุกครั้ง)