ประเด็นสำคัญ
- วิธีซ่อมหลังคารั่วด้วยตัวเอง ควรเริ่มจากการตรวจสอบและระบุตำแหน่งรอยรั่วให้ชัดเจน จากนั้นอุดรอยรั่วด้วยจระเข้ โพลี-ยู ซีล โพลียูริเทนซีลแลนท์ หลังจากซ่อมแซมแล้วก็ป้องกันน้ำรั่วซึมหลังคาด้วยจระเข้ รูฟ ชิลด์ อะคริลิกทากันซึม หรือจระเข้ อิลาสติก ชิลด์ โพลียูรีเทนยืดหยุ่นสูง เพื่อป้องกันความเสียหายในระยะยาว
- ในกรณีที่หลังคาเสื่อมสภาพมากหรือรั่วหลายจุด ควรเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคาใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และอาจมุงหลังคาเมทัลชีททับหลังคาเดิม เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย โดยให้วิศวกรตรวจสอบโครงสร้างก่อน และเสริมด้วยผลิตภัณฑ์กันซึมหลังคาจากจระเข้
ซ่อมหลังคารั่วต้องทำยังไง ปัญหาบ้านที่พบบ่อยในช่วงหน้าฝน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อบ้าน และหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ยังเสี่ยงต่ออันตรายจากโครงสร้างหลังคาที่เสื่อมสภาพ จระเข้จะพาไปดูวิธีซ่อมหลังคารั่วด้วยตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์จระเข้ ซึ่งทั้งซ่อมแซมความเสียหายและยังป้องกันการรั่วซึมหลังคาในอนาคตได้อีกด้วย
- จระเข้ รูฟ ชิลด์ VS จระเข้ อิลาสติก ชิลด์ กันซึมที่ช่วยป้องกันหลังคารั่ว
- กรณีหลังคารั่วซึมหลายจุด ลองมุงหลังคาเมทัลชีททับหลังคาเดิม
- หลังคารั่วซึมรุนแรง แนะนำให้เปลี่ยนกระเบื้องหลังคา
- ซ่อมหลังคารั่วซึมด้วยตัวเอง มีข้อควรระวังยังไงบ้าง?
- หลังคารั่วซึมแบบไหนที่ควรเรียกช่างมาซ่อม?
- สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหลังคารั่วมีอะไรบ้าง?
- หลังคารั่วซึมมักเกิดที่จุดไหนบ้าง?
- วิธีป้องกันหลังคารั่วซึมจะทำยังไงดี?
- สัญญาณหลังคารั่วซึมมีอะไรบ้าง?
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
3 ขั้นตอนซ่อมหลังคารั่วซึมเล็ก ๆ ด้วยตัวเองจากผลิตภัณฑ์จระเข้
1. ตรวจสอบและระบุตำแหน่งรอยรั่วของหลังคา

ก่อนเริ่มวิธีซ่อมหลังคารั่วด้วยตัวเอง ควรตรวจสอบและระบุตำแหน่งรอยรั่วให้ชัดเจน โดยสังเกตจากสัญญาณเตือน เช่น คราบน้ำ ความชื้น หรือน้ำหยดบนเพดานและผนัง จากนั้นไล่ตรวจแนวหลังคาบริเวณเหนือจุดที่มีสัญญาณเตือน การหาจุดรั่วให้ตรงจุดจะช่วยให้ซ่อมแซมได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดปัญหารั่วซ้ำ
ข้อควรรู้: จุดที่ควรตรวจสอบบริเวณแนวหลังคา เช่น รอยต่อแผ่นหลังคา สกรูยึดหลังคา หรือสันครอบ
2. อุดรอยรั่วด้วยจระเข้ โพลี-ยู ซีลโพลียูริเทนซีลแลนท์ ยืดหยุ่นมากกว่า 700%

ในกรณีที่เป็นรอยรั่วขนาดเล็ก ตามรอยต่อวัสดุ รอยแตกเล็ก ๆ และบริเวณหัวสกรู ให้ซ่อมแซมด้วยจระเข้ โพลี-ยู ซีล โพลียูริเทนซีลแลนท์ สำหรับร่องกว้าง 3-12 มิลลิเมตร และลึก 5-10 มิลลิเมตร โดยเตรียมพื้นผิวให้แห้ง สะอาด จากนั้นตัดปลายหลอดซีลแลนท์เฉียง 45 องศา ใช้ปืนยิงกาวอัดซีลแลนท์ให้เต็มร่อง ปาดให้เรียบและเช็ดส่วนเกินออก และปล่อยให้แห้งอย่างน้อย 48–72 ชั่วโมง
จระเข้ โพลี-ยู ซีลมีคุณสมบัติเด่นอะไรบ้าง?
- โพลียูรีเทนยืดหยุ่นตัวสูงมากกว่า 700% เหมาะสำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว
- มีให้เลือกสีขาวและสีเทา สามารถทาสีทับได้โดยไม่ต้องทารองพื้น
- ใช้งานได้หลากหลาย เช่น อุดรอยต่อกระเบื้องมุงหลังคา อุดร่องกันแตก รอยต่อโครงสร้าง
3. ทากันซึมจระเข้ป้องกันหลังคารั่วในอนาคตด้วยจระเข้ รูฟ ชิลด์ หรือ จระเข้ อิลาสติก ชิลด์

หลังจากซ่อมแซมรอยรั่วแล้ว ควรเสริมการป้องกันด้วยการทาผลิตภัณฑ์กันซึมจระเข้ โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อและจุดเสี่ยง จะช่วยช่วยป้องกันน้ำซึมผ่าน เหมาะสำหรับงานกันซึมหลังคาโดยเฉพาะ โดยผลิตภัณฑ์จระเข้มีให้เลือกทั้งจระเข้ รูฟ ชิลด์ อะคริลิกกันซึมสำเร็จรูป และจระเข้ อิลาสติก ชิลด์ โพลียูรีเทนกันซึม
ขั้นตอนการใช้จระเข้ รูฟ ชิลด์ วัสดุทากันซึมอะคริลิกสำเร็จรูป ทนฝน ทน UV

หลังจากอุดรอยรั่วด้วยจระเข้ โพลี-ยู ซีลเสร็จเรียบร้อย ให้ทำกันซึมทับด้วยจระเข้ รูฟ ชิลด์ อะคริลิกกันซึม
- ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นผิวหลังคาให้สะอาด ไม่มีฝุ่น สิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอม คราบสี น้ำมัน รวมถึงเตรียมพื้นผิวให้แห้งด้วย
- ขั้นตอนที่ 2: ผสมจระเข้ รูฟ ชิลด์ กับน้ำสะอาดประมาณ 5-10% ใช้แปรงหรือลูกกลิ้งทาเป็นชั้นรองพื้นชั้นแรก
- ขั้นตอนที่ 3: ทาจระเข้ รูฟ ชิลด์อีก 2 รอบ โดยทารอบแรกแล้วปล่อยไว้ 4 ชั่วโมงให้แห้ง แล้วทารอบที่ 2 ในทิศตั้งฉากกับรอบแรก
- ขั้นตอนที่ 4: ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
จระเข้ รูฟ ชิลด์มีคุณสมบัติเด่นอะไรบ้าง?
จระเข้ รูฟ ชิลด์ เป็นอะคริลิกทากันซึมสำเร็จรูป ยืดหยุ่นสูงกว่า 500% เหมาะสำหรับปกปิดรอยแตกลายงาและรอยแตกเส้นเล็ก เมื่อแห้งตัวจะเป็นฟิล์มยางบาง ช่วยป้องกันการซึมผ่านของน้ำได้ดี ทนฝนและรังสี UV ใช้งานได้หลากหลายพื้นผิว พร้อมตัวเลือกเฉดสีหลายสี รวมถึงสีสะท้อนความร้อน
- อะคริลิกคุณภาพสูง ทนน้ำขังได้นานกว่าอะคริลิกทั่วไป ใช้งานได้หลากหลาย
- รองรับการขยายตัวหดตัวของพื้นผิว เหมาะกับพื้นผิวที่มีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ต่ำกว่า 1.5 มิลลิเมตร
- ตกแต่งทาสีทับได้ ผสมสีได้ และมีให้เลือกหลายสี ได้แก่ สีขาว สีเทาเข้ม และสีเทา (สะท้อนความร้อน)
- ได้รับการรับรองมาตรฐาน ASTM D412 และ ASTM C121
ขั้นตอนการใช้จระเข้ อิลาสติก ชิลด์ โพลียูรีเทนกันซึมพร้อมใช้งาน

นอกจากอะคริลิกกันซึมแล้ว ก็ยังมีจระเข้ อิลาสติก ชิลด์ โพลียูรีเทนกันซึมเป็นอีกทางเลือกงานกันซึมหลังคา โดยทำตามขั้นตอน ดังนี้
- ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นผิวหลังคาให้แห้ง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน สนิม สีเก่า หรือวัสดุกันซึมที่เสื่อมสภาพ
- ขั้นตอนที่ 2: ผสมจระเข้ อิลาสติก ชิลด์กับน้ำสะอาดไม่เกิน 30% ใช้ลูกกลิ้งหรือแปรงทาเป็นชั้นรองพื้น แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง 1-2 ชั่วโมง
- ขั้นตอนที่ 3: ทากันซึมชั้นที่ 2 โดยไม่ต้องผสมน้ำ ในปริมาณ 0.7 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยทาอย่างน้อย 2 ชั้น ให้เนื้อฟิล์มหนาอย่างน้อย 1 มิลลิเมตร
- ขั้นตอนที่ 4: หลังทาเสร็จ ควรปล่อยให้วัสดุบ่มตัวอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้ระบบกันซึมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีความทนทานในระยะยาว
จระเข้ อิลาสติก ชิลด์มีคุณสมบัติเด่นอะไรบ้าง?
จระเข้ อิลาสติก ชิลด์ เป็นวัสดุกันซึมประเภทโพลียูรีเทนพอลิเมอร์ 100% ยืดหยุ่นสูงถึง 600% ช่วยปกปิดรอยแตกร้าวของคอนกรีตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการซึมผ่านของน้ำได้ 100% ทนต่อแรงดึง แสงแดด รังสี UV และสภาพอากาศรุนแรง เหมาะสำหรับงานกันซึมหลังคา ดาดฟ้า และพื้นที่เสี่ยงน้ำขังที่ต้องการความทนทานในระยะยาว
- ป้องกันน้ำซึมผ่าน 100% ส่วนผสมเดียวพร้อมใช้งาน ใช้ได้กับหลากหลายพื้นผิว
- ยืดหยุ่นสูง ต้านทานแรงดึงได้ดี ปกปิดรอยแตกร้าวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
- ทนทานต่อแสงแดด สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรุนแรง มีให้เลือกทั้งสีขาวและสีเทา
จระเข้ รูฟ ชิลด์ VS จระเข้ อิลาสติก ชิลด์ กันซึมที่ช่วยป้องกันหลังคารั่ว
| หัวข้อเปรียบเทียบ | จระเข้ รูฟ ชิลด์ | จระเข้ อิลาสติก ชิลด์ |
|---|---|---|
|
วัสดุ |
อะคริลิกกันซึมสำเร็จรูป |
โพลียูรีเทนพอลิเมอร์ 100% |
|
ลักษณะหลังแห้งตัว |
ฟิล์มยางบาง ยืดหยุ่น |
ฟิล์มยืดหยุ่นสูง แข็งแรง ทนแรงดึง |
|
จุดเด่น |
|
|
|
พื้นที่ใช้งาน |
|
|
|
พื้นผิวที่ยึดเกาะได้ |
|
|
|
สีของผลิตภัณฑ์ |
|
|
กรณีหลังคารั่วซึมหลายจุด ลองมุงหลังคาเมทัลชีททับหลังคาเดิม

สำหรับหลังคาที่รั่วซึมหลายจุด การมุงหลังคาเมทัลชีททับหลังคาเดิมอาจเป็นอีกทางเลือก วิธีนี้ช่วยลดปัญหาการรั่วซึมได้รวดเร็วและไม่ต้องรื้อหลังคาเดิมทั้งหมด แต่ก็ควรให้วิศวกรตรวจสอบโครงสร้าง พร้อมติดตั้งตามมาตรฐาน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และเสริมด้วยจระเข้ รูฟ ชิลด์ หรือจระเข้ อิลาสติก ชิลด์อีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันการรั่วซึมในระยะยาว
หลังคารั่วซึมรุนแรง แนะนำให้เปลี่ยนกระเบื้องหลังคา

หากตรวจพบว่ากระเบื้องหลังคาแตกร้าว หรือผุเสียหายรุนแรง การอุดรอยรั่วเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาหรือวัสดุมุงหลังคาแผ่นใหม่แทน เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และทากันซึมอีกชั้นเพื่อลดความเสี่ยงของการรั่วซึมในระยะยาว
ซ่อมหลังคารั่วซึมด้วยตัวเอง มีข้อควรระวังยังไงบ้าง?

1. ตรวจหาจุดรั่วให้ตรงจุด
ก่อนเริ่มซ่อมหลังคารั่ว ควรตรวจสอบตำแหน่งรั่วซึมให้ชัดเจน ไม่ควรซ่อมจากจุดที่เห็นน้ำหยดเพียงอย่างเดียว เพราะน้ำอาจไหลอ้อมจากตำแหน่งอื่น ควรตรวจรอยต่อแผ่นหลังคา สกรูยึดหลังคา และแนวโครงสร้างใกล้เคียง เพื่อให้การซ่อมแก้ปัญหาได้ตรงจุดและไม่เกิดการรั่วซ้ำ
2. เลือกวัสดุซ่อมแซมให้เหมาะกับชนิดหลังคา
หลังคาแต่ละประเภทต้องใช้วัสดุซ่อมแซมที่แตกต่างกัน หากเลือกวัสดุไม่เหมาะสม อาจยึดเกาะไม่ดีหรือเสื่อมสภาพเร็ว เพื่อให้การซ่อมหลังคารั่วซึมมีประสิทธิภาพและใช้งานได้ยาวนาน โดยมีแนวทางดังนี้
- หลังคาคอนกรีต เหมาะกับการใช้วัสดุกันซึมชนิดทา ที่ยืดหยุ่นสูงและยึดเกาะผิวคอนกรีตได้ดี เช่น จระเข้ รูฟ ชิลด์ หรือจระเข้ อิลาสติก ชิลด์
- หลังคาเมทัลชีท ควรเลือกวัสดุซ่อมที่ยึดเกาะโลหะได้ดีและทนต่อความร้อน เช่น โพลียูริเทนซีลแลนท์ และทำกันซึมด้วยจระเข้ รูฟ ชิลด์ หรือจระเข้ อิลาสติก ชิลด์
- กระเบื้องมุงหลังคา หากกระเบื้องแตกหรือร้าว ควรเปลี่ยนแผ่นใหม่จะให้ผลดีที่สุด แต่ในกรณีรอยรั่วเล็กน้อยบริเวณรอยต่อ สามารถใช้วัสดุอุดรอยรั่วหรือวัสดุกันซึมชนิดยืดหยุ่นทาเฉพาะจุดได้
3. ควรมีอุปกรณ์ป้องกันขณะซ่อมแซม
การซ่อมหลังคารั่วด้วยตัวเองมีความเสี่ยงสูง ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนซ่อมแซม เลือกวันที่อากาศแจ่มใส ไม่มีฝนตก และสวมอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทุกครั้ง เช่น หมวกกันน็อก เข็มขัดนิรภัย และรองเท้ากันลื่น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นล้มหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างซ่อมแซม
หลังคารั่วซึมแบบไหนที่ควรเรียกช่างมาซ่อม?

1. หลังคารั่วหลายจุดหรือรั่วซ้ำบ่อย
หากพบว่าหลังคารั่วซึมหลายตำแหน่งพร้อมกัน หรือซ่อมแล้วแต่ยังกลับมารั่วซ้ำ แสดงว่าวัสดุมุงหลังคาหรือระบบกันซึมโดยรวมเริ่มเสื่อมสภาพ การซ่อมเฉพาะจุดจะไม่ช่วยป้องกันปัญหาในระยะยาว ควรเรียกช่างมาตรวจสอบทั้งแนวหลังคา เพื่อประเมินสภาพและซ่อมแซมอย่างเป็นระบบ ช่วยลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายในอนาคต
2. หลังคารั่วบริเวณสันครอบหรือแนวโครงสร้างหลัก
สันครอบหลังคาและแนวโครงสร้างที่พบการรั่วซึมบ่อย เช่น แนวรอยต่อระหว่างสันครอบกับแผ่นหลังคา แนวหลังคาชนผนัง หากเกิดการรั่วซึมมักเกี่ยวข้องกับการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือโครงสร้างหลังคาขยับตัว การซ่อมเองอาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด และเสี่ยงต่อความเสียหายเพิ่มเติม จึงควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ซ่อมแซม
3. หลังคารั่วในจุดที่เข้าถึงยากหรือมีความเสี่ยงอันตราย
กรณีหลังคาสูงหรืออยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก เช่น แนวสันหลังคาที่อยู่สูงมาก หลังคาที่อยู่เหนือบันได ช่องแสง หรือพื้นที่เปิดโล่ง การซ่อมด้วยตัวเองเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ควรให้ช่างที่มีอุปกรณ์ป้องกันและประสบการณ์เป็นผู้ซ่อมแซม จะช่วยป้องกันอันตราย และให้การซ่อมแซมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหลังคารั่วมีอะไรบ้าง?

1. มุงหลังคาไม่ได้มาตรฐาน
จุดเริ่มต้นของปัญหารั่วซึมที่หลังคา มักเกิดจากการมุงหลังคาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเป็นเพราะช่างมีประสบการณ์น้อย ทำให้เว้นระยะวัสดุไม่เหมาะสม หรือเจาะสกรูผิดวิธี ทำให้หลังคารั่วได้เหมือนกัน
ข้อควรรู้: ควรซ้อนทับตามแนวยาวไม่น้อยกว่า 15–20 เซนติเมตร และตามแนวขวางอย่างน้อย 1 ลอน (กรณีหลังคาเมทัลชีทหรือกระเบื้องลอน) และควรเว้นระยะสกรูประมาณ 30–40 เซนติเมตรต่อจุดยึด และไม่เจาะชิดขอบแผ่นจนเกินไป
2. วัสดุเสื่อมสภาพ
แน่นอนว่าหลังคาเป็นส่วนที่ต้องเจอทั้งลม ฝน พายุ แสงแดด เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด พอใช้ไปนาน ๆ ก็อาจเสื่อมสภาพ มีรอยแตกร้าว ผุพัง ถ้าไม่ซ่อมแซมให้ดีเลย ก็ต้องค่อยซ่อมอยู่เรื่อย ๆ เสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น
3. ไม่ได้บำรุงรักษาหลังคาเป็นประจำ
บ้านไหนไม่ค่อยสำรวจหลังคาว่ามีจุดไหนเริ่มเสื่อมโทรม หรือมีกิ่งไม้ใบไม้มากองอยู่บนหลังคาเยอะ โดยไม่ได้ทำความสะอาด ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หลังคารั่วได้ เพราะน้ำหนักที่รวมกันมาก ทำให้เกิดความเสียหายที่กระเบื้องหลังคานั่นเอง
หลังคารั่วซึมมักเกิดที่จุดไหนบ้าง?
1. หลังคารั่วซึมจากรอยต่อวัสดุมุงหลังคา

รอยต่อระหว่างแผ่นหลังคาเป็นจุดที่เกิดการรั่วซึมได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นตำแหน่งที่น้ำฝนไหลย้อนหรือแทรกซึมเข้าไปได้ โดยเฉพาะแผ่นหลังคาซ้อนทับกันไม่เพียงพอ หรือใช้วัสดุอุดรอยต่อที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
ข้อควรรู้: แผ่นหลังคาควรซ้อนทับกันอย่างน้อย 1 ลอน หรือประมาณ 15–20 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับชนิดหลังคาและความลาดเอียง) เพื่อป้องกันน้ำฝนไหลย้อนในช่วงฝนตกหนักหรือมีลมแรง
2. หลังคารั่วซึมจากน็อตยึดหลังคา

น็อตหรือสกรูยึดหลังคาโดยเฉพาะในหลังคาเมทัลชีท เป็นอีกจุดที่มักพบได้เมื่อหลังคารั่วซึม โดยจุดที่พบบ่อยได้แก่
- ขันน็อตไม่แน่น การขันน็อตไม่แน่นหรือการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่แรก เพิ่มความเสี่ยงที่หลังคาจะรั่วซึมได้
- อุปกรณ์เสื่อมสภาพ แผ่นยางรองน็อตเสื่อม แข็ง และแตกจากความร้อน ทำให้น้ำฝนซึมผ่านรูสกรูลงสู่โครงสร้างด้านล่างได้
3. หลังคารั่วซึมจากสันครอบหลังคา

สันครอบหลังคาเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างหลังคาทั้งสองด้าน ซึ่งเป็นจุดที่จะรับน้ำฝนโดยตรงตลอดเวลา หากติดตั้งสันครอบไม่แน่น ใช้วัสดุอุดรอยต่อไม่เหมาะสม หรือแตกร้าวจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อย จะทำให้น้ำฝนไหลซึมเข้าตามแนวสันหลังคา และไหลลงสู่ฝ้าเพดานได้
4. หลังคารั่วซึมรางระบายน้ำที่มีเศษใบไม้อุดตัน ลาดเอียงไม่เหมาะสม

รางน้ำฝนที่อุดตันจากเศษขยะ เศษใบไม้ เอียงผิดองศา หรือรางน้ำเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำฝนล้นย้อนเข้าสู่แนวหลังคาหรือผนังบ้าน ยิ่งฝนตกหนักก็จะระบายน้ำไม่ทัน เกิดน้ำขังและซึมเข้าตามรอยต่อของหลังคาและโครงสร้าง
5. หลังคารั่วซึมจากแผ่นหลังคาไม่ลงล็อก

แผ่นหลังคาที่ติดตั้งไม่เข้าล็อกหรือวางไม่ตรงตำแหน่ง จะทำให้เกิดช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างแผ่นวัสดุมุงหลังคา เมื่อเจอฝนตกหนักหรือลมพายุ น้ำฝนจะถูกพัดย้อนเข้าสู่ช่องดังกล่าว ส่งผลให้เกิดปัญหาหลังคารั่วซึมได้ ส่วนใหญ่มักพบในงานติดตั้งที่ไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด
วิธีป้องกันหลังคารั่วซึมจะทำยังไงดี?
.webp?1770101719768)
1. ตรวจเช็กสภาพหลังคาเป็นประจำ
ควรตรวจสอบสภาพหลังคาอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนและหลังฤดูฝน เพื่อมองหารอยแตกร้าว แผ่นหลังคาที่หลุดหรือไม่ลงล็อก รวมถึงทำความสะอาดเศษใบไม้และสิ่งสกปรกที่อาจทำให้รางน้ำอุดตัน
2. อุดรอยต่อและจุดเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ
เมื่อพบรอยร้าวหรือจุดเสี่ยงต่อการรั่วซึม ควรรีบซ่อมแซมทันที ไม่ควรรอให้เกิดการรั่วซึมหรือน้ำหยดอย่างชัดเจน เพราะรอยรั่วเล็ก ๆ นั้นลุกลามเสียหายได้ในระยะยาว การอุดรอยต่อด้วยจระเข้ โพลี-ยู ซีลจะช่วยป้องกันน้ำฝนแทรกซึม และยืดอายุการใช้งานของหลังคาได้
3. เลือกใช้วัสดุกันซึมคุณภาพจากผลิตภัณฑ์ ตราจระเข้
การเลือกใช้วัสดุอุดรอยต่อและวัสดุกันซึมที่ได้มาตรฐาน เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันหลังคารั่วซึมในระยะยาว ผลิตภัณฑ์ซีลแลนท์และกันซึมจากตราจระเข้ ออกแบบให้ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ยืดหยุ่น ยึดเกาะได้ดี และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐาน ASTM ป้องกันการรั่วซึมซ้ำอีก
สัญญาณหลังคารั่วซึมมีอะไรบ้าง?
1. คราบน้ำบนเพดาน

คราบน้ำที่ปรากฏบนเพดานหรือผนัง เป็นสัญญาณชัดเจนของปัญหาหลังคารั่วซึม โดยคราบน้ำอาจมีสีน้ำตาล สีเหลือง หรือคล้ำ ขึ้นอยู่กับวัสดุมุงหลังคาและระยะเวลาที่น้ำซึมสะสม หากพบคราบลักษณะนี้ ควรตรวจสอบแนวหลังคาบริเวณเหนือจุดดังกล่าวทันที
2. ความชื้นจากเพดาน

เพดานหรือผนังที่มีความชื้นผิดปกติ สัมผัสแล้วรู้สึกเย็นหรือเปียก มักเกิดจากน้ำฝนที่ซึมผ่านหลังคาอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่เห็นน้ำหยดชัดเจน แต่ความชื้นสะสมอาจนำไปสู่เชื้อราและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างได้
3. น้ำหยดจากเพดาน

หากสังเกตเห็นน้ำหยดจากเพดาน โดยเฉพาะในช่วงฝนตก แสดงว่าหลังคามีรอยรั่วชัดเจน หากไม่ใช่ช่วงที่ฝนตกลองใช้วิธีฉีดน้ำบนหลังคาทีละจุด เพื่อดูว่าน้ำซึมลงมาตรงตำแหน่งใดก็ได้เช่นกัน
4. รอยร้าวบนกระเบื้องหลังคา

ควรหมั่นสังเกตหรือตรวจสอบรอยร้าว ความเสียหายที่มองเห็นได้จากภายนอก เพราะความเสียหายเหล่านี้อาจเป็นช่องทางให้น้ำฝนแทรกซึมเข้าสู่ตัวบ้านได้ หากพบควรรีบซ่อมแซมหรือเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคาทันที
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด



