Rooftop Farming สวนครัวดาดฟ้า

วิธีการเตรียมพื้นที่สำหรับทำสวนครัวดาดฟ้า

 


เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็นิยมทำเกษตรในเมืองซึ่งเป็นทั้งงานอดิเรกและเป็นแหล่งอาหารที่สะอาดปลอดภัยช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดขยะและพลังงานในการออกไปซื้อ เป็นหนึ่งในเทรนด์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน และจะเป็นความปกติใหม่ (New Normal Living) หลังวิกฤติไวรัสโควิด-19 โดยพื้นที่ที่เหมาะสำหรับทำเกษตรในเมืองหรือบ้านที่มีพื้นดินจำกัดคือดาดฟ้าหรือระเบียงที่ได้รับแสงแดดตลอดวัน พร้อมทั้งออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนได้ด้วย มาดูวิธีการเตรียมพื้นที่สำหรับทำสวนครัวดาดฟ้ากัน
 

ตรวจสอบสภาพอาคาร

หากวางแผนจัดสวนและปลูกผักสวนครัวเป็นพื้นที่กว้างซึ่งมีการเพิ่มน้ำหนักให้อาคารเดิมมาก ควรให้วิศวกรมาตรวจสอบสภาพและการรับน้ำหนักของโครงสร้างอาคาร รวมถึงตรวจสภาพการแตกร้าวและการรั่วซึม โดยมี 2 จุดที่มักพบ คือ

รอยต่อผนัง
 ในการทำพื้นดาดฟ้ากับผนังที่เชื่อมต่อกันมักจะทำแยกชิ้นกัน ทำให้เนื้อคอนกรีตพื้นและผนังไม่ผสานเป็นเนื้อเดียวกัน  จึงเกิดการแตกร้าวบริเวณรอยต่อนี้ได้ง่าย

 


พื้นดาดฟ้า 
การใช้วัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน การเทหรือการบ่มคอนกรีตไม่ดี และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเป็นสาเหตุให้เกิดการแตกร้าวเป็นเส้นตรงและรูปตีนกาซึ่งมีทั้งร้าวที่ผิวและร้าวลึกลงในเนื้อคอนกรีต

 

วางแผนแบ่งโซน

ตำแหน่งที่แข็งแรงที่สุดของพื้นดาดฟ้าคือ ตรงตำแหน่งเสาอาคาร รองลงมาคือแนวคานโครงสร้าง ดังนั้นถ้าจะวางวัตถุที่มีน้ำหนักมากและไม้พุ่มสูงควรวางตามแนวเสาและคาน บริเวณใกล้แนวคานเหมาะกับการรับน้ำหนักปานกลาง เช่น ไม้พุ่มเตี้ยที่ใช้ดินลึก 30 - 50 เซนติเมตร ส่วนบริเวณพื้นดาดฟ้าควรวางวัตถุที่มีน้ำหนักน้อย  ทำเป็นทางเดินหรือปูวัสดุปูพื้นเป็นพื้นที่พักผ่อน
 

 

รูปแบบการปลูกผักสวนครัว

แปลงผักที่ดีควรวางในแนวเหนือ - ใต้พืชจะได้รับแสงแดดมากกว่าการปลูกในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งสามารถปลูกได้หลายรูปแบบตามลักษณะพื้นที่และประเภทของพืช
 



การเตรียมพื้นที่

ดาดฟ้าเป็นส่วนที่มักเสียหายจากความชื้น อีกทั้งการทำเป็นพื้นที่ปลูกผักสวนครัวจะมีการใช้น้ำและดินซึ่งกักเก็บความชื้นไว้มาก จึงควรทำการซ่อมแซมรอยแตกร้าวเดิมและทำระบบกันซึมป้องกันความชื้นที่จะทำให้อาคารเสียหาย

รอยต่อ/รอยแตกที่หยุดนิ่งแล้ว
เป็นรอยต่อ/รอยแตกที่เกิดขึ้นนานแล้วและไม่ขยายตัวอีก สามารถซ่อมแซมได้โดยใช้ซีเมนต์ซ่อมแซม แล้วทาด้วยซีเมนต์กันซึม

รอยต่อ/รอยแตกที่ยังขยับอยู่ 
มักเป็นรอยแตกบริเวณรอยต่อโครงสร้างหรือวัสดุ เช่น รอยต่อพื้นกับผนังสามารถซ่อมแซมได้ด้วยการอุดด้วยวัสดุอุดรอยต่อแล้วทาทับด้วยวัสดุกันซึมชนิดพอลิเมอร์ อะคริลิกกันซึมหรือพอลิยูรีเทนกันซึมซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง

การซ่อมแซมรอยแตกหรือรอยต่อด้วยซีเมนต์ซ่อมแซมโครงสร้าง
1. ทำความสะอาดพื้นผิว สกัดพื้นผิวที่หลุดล่อน ออกจนถึงผิวที่แน่น

2. ถ้าเสียหายจนถึงเหล็กเสริมให้ทำความสะอาดเหล็กเสริม ทาน้ำยากันสนิมแล้วผสมซีเมนต์ซ่อมแซมโครงสร้างกับน้ำยาประสานคอนกรีต ทาบนผิวเหล็กเสริมเพื่อป้องกันการกัดกร่อนและเพิ่มแรงยึดเกาะในการฉาบ

3. บ่มน้ำบนพื้นผิวที่จะทำการซ่อมให้หมาดก่อนทำงาน

4. ฉาบด้วยเกรียง กดให้แน่น  อาจทำการฉาบแต่ง 1-2 ชั้น โดยทิ้งช่วงห่างในแต่ละชั้นราว 2-2.5 ชั่วโมง


การทาวัสดุกันซึม

 


1. ทำความสะอาดพื้นผิวและปล่อยให้แห้งสนิทจากนั้นใช้แปรงหรือลูกกลิ้งทาลงบนพื้นผิวแล้วปล่อยให้แห้งตามคำแนะนำของผู้ผลิต ก่อนทารอบสอง
2. เสริมแรงด้วยตาข่ายไฟเบอร์ในจุดที่แตกร้าวและบริเวณรอยต่อพื้นกับผนัง โดยปูในขณะที่ชั้นแรกยังไม่แห้ง
3. ทารอบที่สองในทิศทางตั้งฉากกับรอบแรกโดยให้เนื้อฟิล์มกลบแผ่นตาข่ายไฟเบอร์ได้สนิท แล้วปกป้องพื้นผิวไม่ให้โดนน้ำ 3 วัน หรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต

 

การติดตั้งวัสดุปูพื้น

การติดตั้งวัสดุปูพื้นเพื่อตกแต่งพื้นผิวและใช้งาน เช่น โรยกรวด/หิน ปูหญ้าเทียม และปูกระเบื้อง ควรทาวัสดุกันซึมก่อนเพื่อป้องกันความชื้น โดยมีขั้นตอนการปูกระเบื้องพื้นดาดฟ้าและระเบียงดังนี้
 

1. ใช้เกรียงหวีด้านเรียบปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นผิวให้ทั่วหนา 2-10 มิลลิเมตร และเพียงพอสำหรับใช้ปูแต่ละครั้ง
 

2. ใช้เกรียงด้านหวีทำมุม 60 องศา ปาดให้เป็นร่องในทิศทางแนวเดียวกับด้านสั้นของกระเบื้อง
 

3. ปาดกาวซีเมนต์ไล้หลังกระเบื้อง ด้วยเกรียงหวีด้านเรียบ เพื่อชดเชยความโก่งของกระเบื้องทำให้กระเบื้องที่ปูรับแรงกดอัดได้เต็มที่ไม่แตกล่อนในภายหลัง
 

4. สไลด์แผ่นในทิศทางตั้งฉากกับแนวร่องกาวซีเมนต์ เคาะให้ติดแน่น จัดให้ตรงแนวภายใน 15 นาที และบ่มทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง
 

5. ยาแนวด้วยกาวยาแนว
 

การทำกระบะปลูก

ควรคำนึงถึงการระบายน้ำและการใส่วัสดุปลูกมีตัวอย่างการทำ 2 แบบดังนี้

แบบ 1
1. พื้นคอนกรีตผสมน้ำยากันซึม
2. ทาวัสดุกันซึม
3. รางระบายน้ำ
4. ตะแกรงระบายน้ำสำหรับหลังคา
5. แผ่นตะแกรงระบายน้ำใต้ดินสำเร็จรูป
หรือแผ่นโซลาร์สแล็บ
6. ตาข่ายไนลอนหรือแผ่นจีโอเท็กซ์ไทล์
7. เปลือกมะพร้าว
8. อิฐหัก
9. ทรายหยาบ
10. ดินปลูกหญ้าควรมีความสูงของชั้นดินไม่น้อย
กว่า 30 เซนติเมตร  ไม้พุ่มไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร
และไม้ยืนต้นไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร


 

แบบ 2
1. พื้นคอนกรีตที่ทาวัสดุกันซึมแล้ว
2. ท่อพีวีซีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 นิ้ว  ผ่าครึ่ง
ใช้สว่านเจาะรูระบายน้ำ
3. ตาข่ายพลาสติก
4. หินเกล็ด
5. เศษกระถางหรืออิฐหัก
6. กาบมะพร้าวสับ
7. ดินปลูก
8. ผนังก่ออิฐฉาบปูนผสมน้ำยากันซึม

 

Products Recommend


ซีเมนต์ซ่อมแซมโครงสร้าง “จระเข้ รีแพร์มอร์ต้า” ใช้ซ่อมแซมและตกแต่งผิวคอนกรีตโครงสร้าง พื้น เพดาน คาน เสา ผนัง หรือปูนก่อฉาบที่แตกหักเสียหาย  ซ่อมแซมรอยแตกร้าวบิ่น รอยหลุมลึก ความหนา 3-40 มิลลิเมตร ยึดเกาะได้ทั้งแนวราบและเหนือศีรษะ ใช้งานง่ายเพียงผสมน้ำ

ซีเมนต์ทากันซึมชนิดยืดหยุ่นส่วนผสมเดียว “จระเข้ เฟล็กช์ ชิลด์”  ซีเมนต์ทากันซึมทุกจุดทั้งบ้าน  มีความยืดหยุ่นสูง  ปกปิดรอยร้าวไม่เกิน 0.75 มิลลิเมตร ทนการขังน้ำ  ทนแดด  ทนฝน ทนรังสียูวีได้ดี  โดยยึดเกาะเป็นเนื้อเดียวกับพื้นซีเมนต์ดาดฟ้า สามารถปล่อยเปลือยได้  ใช้งานง่ายเพียงผสมน้ำ  เหมาะสำหรับหลังคาดาดฟ้า  สวนดาดฟ้า  ระเบียง

กาวซีเมนต์  “จระเข้เขียว”  ประกอบด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์  ทรายละเอียดคัดพิเศษ  และวัสดุผสมพิเศษอื่นๆ มีคุณสมบัติที่ให้การยึดเกาะสูง เนื้อละเอียด  ปาดลื่น  ทำงานง่าย เหมาะสำหรับงานปูกระเบื้องเซรามิกทั่วไป  กระเบื้องดูดซึมน้ำต่ำ  ใช้ได้ทั้งพื้นและผนังภายนอกและภายในอาคาร ไม่ต้องแช่กระเบื้องในน้ำก่อนปู

กาวยาแนว “จระเข้ พรีเมี่ยม พลัส”กาวยาแนวชนิดเนื้อละเอียดที่ป้องกันราดำรายแรกด้วยเทคโนโลยีไมโครแบน ลดการสะสมคราบสกปรกฝังแน่นด้วยสารไฮโครโฟบิก  ยึดเกาะสูง ไม่หลุดล่อน  ไม่หดตัวด้วยกาวลาเท็กซ์พอลิเมอร์  เหมาะสำหรับร่องยาแนว 1-7 มิลลิเมตร ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

 

บทความที่เกี่ยวข้อง 
จัดสวนสไตล์วินเทจ ควรเลือกวัสดุ ของตกแต่งแบบไหนดี?
จัดสวนหน้าบ้านง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ยากอย่างที่คิด!
Jorakay แนะนำวิธีทำระบบกันซึมระเบียงและดาดฟ้าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

 

ติดตามข้อมูลข่าวสาร Line Official Jorakay ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

 

Rooftop Farming สวนครัวดาดฟ้า

โปรดกรอกข้อมูลที่สำคัญ (*) ให้ครบถ้วน