ประเด็นสำคัญ
- การออกแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น ควรคำนึงถึงสภาพดินและพื้นที่ก่อสร้าง งบประมาณ สภาพอากาศและทิศทางลม รวมถึงการเลือกเสาเข็มที่เหมาะสม เพื่อให้โครงสร้างมั่นคง ปลอดภัย และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ช่วยลดปัญหาทรุดตัวหรือแตกร้าวในระยะยาว
- โครงสร้างบ้าน 2 ชั้นที่นิยมใช้มี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่แข็งแรง ทนทาน เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป โครงสร้างเหล็กที่มีน้ำหนักเบา ก่อสร้างเร็ว เหมาะกับบ้านสมัยใหม่หรือพื้นที่จำกัด โครงสร้างผสมที่รวมข้อดีของทั้งสองแบบ และควรเสริมด้วยจระเข้ แอดมิค เคียว น้ำยาบ่มคอนกรีต ลดการแตกร้าว
การออกแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น ต้องวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะโครงสร้างคือหัวใจหลักของความแข็งแรงและความปลอดภัยของบ้าน การสร้างบ้าน 2 ชั้น จึงควรเข้าใจองค์ประกอบหลายด้าน วันนี้จระเข้จึงมีความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น เพื่อออกแบบบ้านแล้วแข็ง ทนทาน อยู่สบาย และไม่เกิดปัญหาทรุดตัวในอนาคต
โครงสร้างบ้าน มีอะไรบ้าง? ทำหน้าที่อะไร? สำคัญอย่างไร?

โครงสร้างบ้าน คือ ส่วนประกอบของบ้าน เช่น ฐานราก เสา คาน หลังคา ที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักและกระจายน้ำหนักของทั้งบ้านให้มั่นคง ปลอดภัย โดยโครงสร้างบ้านแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ โครงสร้างใต้ดิน และโครงสร้างบนดิน
1. โครงสร้างบ้านใต้ดิน รับน้ำหนักและถ่ายเทลงสู่ดิน

โครงสร้างบ้านส่วนใต้ดิน คือ โครงสร้างส่วนที่อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน มีหน้าที่สำคัญในการ รับน้ำหนักจากตัวบ้านและถ่ายเทลงสู่พื้นดิน โดยการออกแบบโครงสร้างใต้ดินต้องคำนึงถึงสภาพดิน พื้นที่ และน้ำหนักของอาคารโดยเฉพาะ โดยทั่วไปบ้าน 2 ชั้น มักใช้ฐานรากเสาเข็มเพื่อให้รองรับน้ำหนักได้มากกว่าบ้านชั้นเดียว โดยส่วนประกอบของโครงสร้างใต้ดิน ได้แก่
- ฐานราก (Foundation) โครงสร้างที่อยู่ใต้ดิน ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากเสาและถ่ายแรงลงสู่ดิน แบ่งเป็นฐานรากแผ่และฐานรากเสาเข็ม
- เสาเข็ม (Pile) ส่วนที่รับแรงจากฐานรากลงไปยังดินชั้นลึก เหมาะกับพื้นที่ดินอ่อน ช่วยป้องกันการทรุดตัวของอาคารในระยะยาว
- ตอม่อ (Foundation Post) ส่วนต่อระหว่างเสาเข็มกับคานคอดิน ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากเสาและถ่ายแรงลงสู่ฐานรากอย่างสมดุล
- คานคอดิน (Grade Beam) คานที่เชื่อมต่อระหว่างตอม่อหรือหัวเสาเข็ม มีหน้าที่กระจายน้ำหนักและช่วยให้โครงสร้างฐานรากแข็งแรงมากขึ้น
2. โครงสร้างบ้านบนดิน รับน้ำหนักวัสดุตกแต่งและผู้อยู่อาศัย

โครงสร้างบนดิน คือ ส่วนที่มองเห็นได้และอยู่เหนือพื้นดิน ทำหน้าที่กระจายน้ำหนักวัสดุตกแต่งจากตัวบ้านลงสู่ฐานราก รวมถึงช่วยรับแรงลม แรงสั่นสะเทือน การออกแบบโครงสร้างบนดินต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของวิศวกร เพื่อให้ขนาดเสาและคานเหมาะสมกับน้ำหนักและพื้นที่ใช้งาน โดยเฉพาะบ้าน 2 ชั้นที่มีน้ำหนักมากกว่าและมีจุดรับแรงมากกว่าบ้านชั้นเดียว มีส่วนประกอบ ได้แก่
- โครงสร้างหลังคา (Roof Structure) ส่วนที่รับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคาและแรงลม ช่วยปกป้องตัวบ้านจากแดดและฝน โดยมักใช้โครงเหล็กหรือไม้
- เสา (Column) เป็นแกนหลักของโครงสร้างบ้าน ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากพื้น ผนังและหลังคา แล้วส่งต่อไปยังคานและฐานราก
- คาน (Beams) ส่วนที่เชื่อมระหว่างเสาแต่ละต้น ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากพื้นและผนัง แล้วถ่ายแรงลงสู่เสา
- ผนัง (Wall) ทำหน้าที่กั้นห้อง ป้องกันเสียงและอุณหภูมิ บางส่วนอาจช่วยรับน้ำหนักร่วมกับโครงสร้างหลักได้ด้วย
- พื้น (Floor Slab) ส่วนที่รองรับน้ำหนักการใช้งานภายในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์และผู้อยู่อาศัย ต้องแข็งแรงและเรียบได้ระดับ
ออกแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?
| ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง | รายละเอียด | แนวทางออกแบบ |
|---|---|---|
| สภาพดินและพื้นที่ก่อสร้าง | ดินเป็นตัวกำหนดชนิดฐานรากและเสาเข็ม หากดินอ่อนหรือดินทราย ต้องใช้เสาเข็มเจาะหรือเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงเพื่อรับน้ำหนัก | สำรวจประเภทและรูปแบบชั้นดินให้ละเอียด ก่อนเริ่มออกแบบและเลือกรูปแบบโครงสร้าง |
| งบประมาณก่อสร้าง | งบประมาณส่งผลต่อการเลือกวัสดุและรูปแบบโครงสร้าง เช่น คอนกรีตเสริมเหล็ก เหล็ก หรือโครงสร้างผสม | เลือกโครงสร้างให้เหมาะกับงบ เช่น ฐานรากแผ่ในพื้นที่ดินแข็ง หรือโครงสร้างเหล็กในงานที่ต้องการความรวดเร็ว |
| สภาพอากาศและทิศทางลมแดด | ส่งผลต่อการอยู่อาศัยและอายุการใช้งานของโครงสร้าง | หันบ้านรับลมธรรมชาติ หลีกเลี่ยงแดดตะวันตก ใช้หลังคาลาดชันและระบบระบายน้ำดี |
| เสาเข็มที่เหมาะสม | ส่วนสำคัญในการถ่ายน้ำหนักจากโครงสร้างลงดิน ต้องเลือกให้เหมาะกับชนิดดินและพื้นที่ | ดินอ่อน ใช้เสาเข็มเจาะหรือคอนกรีตอัดแรง, ดินแข็ง ใช้ฐานรากแผ่ได้ |
1. สภาพดินและพื้นที่ก่อสร้าง

สภาพพื้นดินเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อการออกแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น เพราะดินแต่ละประเภทมีความแข็งแรงไม่เท่ากัน เช่น ดินอ่อน ดินเหนียว หรือดินทราย ซึ่งส่งผลต่อการเลือกใช้ฐานรากและเสาเข็ม หากไม่สำรวจชั้นดินให้ละเอียด อาจทำให้บ้านทรุดตัวในระยะยาว โดยมีแนวทางในการเลือกดังนี้
- พื้นดินอ่อน ควรเลือกเสาเข็มเจาะหรือเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง เพื่อช่วยถ่ายน้ำหนักจากตัวบ้านลงสู่ชั้นดินแข็งที่อยู่ลึกลงไป ลดโอกาสที่บ้านหรืออาคารจะทรุดตัว
- พื้นดินแข็ง เลือกใช้ฐานรากแผ่ได้ เพราะเนื้อดินหนาแน่นและรับน้ำหนักได้ดี ช่วยประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างโดยไม่ต้องใช้เสาเข็ม
2. งบประมาณก่อสร้าง

งบประมาณเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อรูปแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้นและวัสดุที่ใช้ตกแต่ง การจัดสรรงบประมาณอย่างรอบคอบจะช่วยลดปัญหางบประมาณบานปลาย และทำให้การสร้างบ้านเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ตัวอย่างเช่น
- งบประมาณจำกัด เลือกใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแบบมาตรฐาน ร่วมกับฐานรากแผ่ (หากสภาพดินแข็งเพียงพอ) เพื่อลดค่าเสาเข็มและประหยัดเวลาก่อสร้าง
- งบประมาณปานกลาง เลือกโครงสร้างเหล็กผสมโครงสร้างคอนกรีต เพื่อให้ก่อสร้างได้รวดเร็วขึ้น และใช้เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง เพื่อเพิ่มความมั่นคงของโครงสร้าง
- งบประมาณสูง ใช้โครงสร้างเหล็กร่วมกับคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยเลือกใช้เสาเข็มให้เหมาะกับลักษณะพื้นดินได้ อีกทั้งยังเสริมความมั่นคงด้วยฐานรากเสริมเหล็ก และระบบกันซึมเพิ่มเติมได้
3. สภาพอากาศและทิศทางลมแดด

การออกแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น ควรสัมพันธ์กับสภาพอากาศโดยรอบ เพื่อให้บ้านอยู่สบายและประหยัดพลังงาน เช่น
- ทิศทางบ้าน ควรวางทิศทางบ้านให้รับลมธรรมชาติได้ดี เช่น ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศใต้ เพื่อช่วยระบายอากาศภายในบ้าน ลดความร้อนสะสม
- หลีกเลี่ยงทิศตะวันตก เป็นทิศที่รับแดดจัดในตอนบ่าย เพราะจะทำให้ผนังและภายในบ้านร้อนมากกว่าปกติ
- หลังคาลาดชันเหมาะสม ออกแบบหลังคาให้มีความลาดชันเหมาะสมกับประเภทหลังคาและปริมาณฝนในพื้นที่ เพื่อให้น้ำฝนไหลลงได้พื้นได้เร็ว ไม่เกิดน้ำขังหรือรั่วซึมเข้าสู่โครงสร้าง
4. เสาเข็มที่เหมาะสม

โครงสร้างบ้าน 2 ชั้น มีน้ำหนักมากกว่าบ้านชั้นเดียวหลายเท่า จึงจำเป็นต้องเลือกเสาเข็มที่รับแรงได้เหมาะสม โดยควรให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเลือกประเภทเสาเข็ม รวมถึงคำนวณความยาวและขนาดให้รับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการทรุดตัว โดยเสาเข็มที่นิยมใช้ ได้แก่
- เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก นิยมใช้ทั่วไปในการสร้างบ้าน เพราะแข็งแรง ทนทาน มีหน้าตัดสี่เหลี่ยมรับน้ำหนักได้ดี เหมาะกับพื้นดินทั่วไป มีขนาดให้เลือก เช่น 22x22 เซนติเมตร 26x26 เซนติเมตร หรือ 35x35 เซนติเมตร ใช้ได้ทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น
- เสาเข็มเจาะ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่สามารถตอกเสาเข็มได้ เช่น พื้นที่ในชุมชนหรือใกล้อาคารอื่น เพราะไม่เกิดแรงสั่นสะเทือน เสาเข็มชนิดนี้เจาะลึกถึงชั้นดินแข็งได้ดี มีขนาดตั้งแต่ 35–100 เซนติเมตร และลึกได้มากกว่า 30 เมตร
เสาเข็มเป็นรากฐานสำคัญของบ้านและอาคาร ควรรู้จักให้ดีก่อนเลือกใช้ ใครกำลังมีแผนสร้างบ้านอ่านความรู้ดี ๆ ต่อได้ที่ เสาเข็มบ้านรากฐานสำคัญที่คนสร้างบ้าน ต้องให้ความสำคัญ
ประเภทของโครงสร้างบ้าน 2 ชั้นที่นิยมใช้มีอะไรบ้าง?
| ประเภทโครงสร้างบ้าน | ข้อดี | เหมาะกับงานก่อสร้างแบบไหน |
|---|---|---|
| โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก | แข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้มาก, อายุการใช้งานยาวนาน , ดูแลรักษาง่าย | บ้านพักอาศัยทั่วไป , อาคารที่ต้องการความมั่นคงสูง เช่น บ้าน 2 ชั้นขึ้นไป |
| โครงสร้างเหล็ก | น้ำหนักเบา , ติดตั้งรวดเร็ว ลดระยะเวลาก่อสร้าง , ยืดหยุ่น ต่อเติมได้สะดวก | บ้านสมัยสไตล์โมเดิร์น, บ้านที่ต้องการก่อสร้างในเวลาจำกัด |
| โครงสร้างผสม | แข็งแรงแต่เบากว่าโครงสร้างคอนกรีตล้วน , ติดตั้งง่าย , ออกแบบได้หลากหลาย | บ้านดีไซน์ทันสมัย , อาคารที่ต้องการลดน้ำหนักโครงสร้าง, อาคารที่ต้องการเพิ่มพื้นที่ใช้สอย |
1. โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นรูปแบบที่นิยมมากในโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น เพราะแข็งแรง ทนทานต่อแรงกด แรงดึง และแรงเฉือน เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป บ้านเดี่ยว หรือทาวน์โฮมที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน
- ข้อดี: แข็งแรง ทนไฟ อายุการใช้งานยาวนาน ดูแลรักษาง่าย และรับน้ำหนักได้ดี เหมาะกับบ้านขนาดกลางถึงใหญ่
- ข้อเสีย: ใช้เวลาในการก่อสร้างนาน ต้องใช้แรงงานฝีมือ และหากออกแบบไม่ดีอาจเกิดรอยแตกร้าวได้ในอนาคต
จระเข้ แอดมิค เคียว น้ำยาบ่มคอนกรีต ลดการแตกร้าว

จระเข้ แอดมิค เคียว น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิด Sodium Silicate ที่ช่วยลดปัญหาโครงสร้างแตกร้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะสร้างฟิล์มเคลือบบนผิวคอนกรีต เพื่อป้องกันน้ำระเหยเร็วเกินไปในช่วงที่คอนกรีตกำลังเซตตัว ส่งผลให้การเกิดปฏิกิริยาเคมีในเนื้อคอนกรีตสมบูรณ์ แข็งแรง และทนทานยิ่งขึ้น
จระเข้ แอดมิค เคียว มีจุดเด่นอะไรบ้าง?
- ป้องกันน้ำระเหยจากลมและความร้อนจากแสงแดด ช่วยให้ปฏิกิริยาในคอนกรีตเป็นไปอย่างสมบูรณ์
- ลดปัญหาการหดตัวหรือแตกร้าวจากการสูญเสียน้ำ
- ช่วยลดฝุ่นบนผิวหน้าคอนกรีต เหมาะกับการบ่มคอนกรีตทั่วไปหรือคอนกรีตบริเวณกว้าง
2. โครงสร้างเหล็ก

โครงสร้างเหล็กเป็นโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น ที่นิยมใช้กับบ้านสไตล์โมเดิร์น บ้านสำเร็จรูป หรือบ้านที่ต้องการก่อสร้างให้เสร็จในเวลาสั้น โดยใช้เหล็กรูปพรรณเป็นโครงหลักของเสาและคาน ซึ่งแข็งแรงสูงแต่มีน้ำหนักเบากว่าคอนกรีต ประกอบติดตั้งได้แม่นยำและรวดเร็ว
- ข้อดี: น้ำหนักเบา ติดตั้งรวดเร็ว ประกอบง่าย ลดระยะเวลาก่อสร้างได้มาก เหมาะกับพื้นที่จำกัดหรือบ้านในเมือง
- ข้อเสีย: ต้องเคลือบกันสนิม หากออกแบบหรือเชื่อมไม่ดีอาจบิดงอหรือโก่งตัวได้ และราคาวัสดุอาจสูงกว่าคอนกรีต
3. โครงสร้างผสม

โครงสร้างผสมเป็นการนำจุดเด่นของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและโครงสร้างเหล็กมารวมกัน เช่น ใช้เสาและคานเหล็ก แต่พื้นและฐานรากใช้คอนกรีต เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดน้ำหนักโดยรวมของอาคาร เหมาะกับการออกแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น สมัยใหม่ที่เน้นความรวดเร็ว ออกแบบได้หลากหลาย
- ข้อดี: แข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบากว่าโครงสร้างคอนกรีตล้วนก่อสร้างได้รวดเร็ว และปรับรูปแบบได้หลากหลาย
- ข้อเสีย: ต้องออกแบบโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโครงสร้างแบบอื่น
เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างบ้าน 2 ชั้นอย่างไรได้บ้าง?

1. ใช้เหล็กเสริมคุณภาพสูง และคอนกรีตตามมาตรฐาน
การเลือกใช้เหล็กเสริมที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน มอก. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้โครงสร้างบ้าน 2 ชั้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเหล็กเสริมทำหน้าที่รับแรงดึง ส่วนคอนกรีตรับแรงอัด หากวัสดุทั้งสองมีคุณภาพได้มาตรฐาน และผสมคอนกรีตตามสัดส่วนที่ถูกต้อง จะช่วยให้เสา คาน และพื้น ทนทานต่อแรงกดต่าง ๆ ลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวและยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างบ้าน
2. ตรวจสอบความหนาแน่นของฐานราก
ควรให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความหนาแน่นและประเภทของชั้นดินก่อนเริ่มก่อสร้างฐานราก รวมถึงทดสอบกำลังอัดของคอนกรีตหลังเทฐานราก เพื่อให้มั่นใจว่าได้ค่าตามมาตรฐานที่ออกแบบไว้ การควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนก่อสร้าง จะช่วยให้บ้านมีโครงสร้างที่มั่นคง และปลอดภัยจากการทรุดตัวในอนาคต
3. ป้องกันการแตกร้าวด้วยการวางเหล็กกันรอยร้าว
รอยร้าวในคานหรือพื้นบ้านมักเกิดจากการขยายตัวและหดตัวของคอนกรีต การวางเหล็กกันรอยร้าว จึงเป็นวิธีช่วยลดแรงดึงและกระจายแรงได้ดี เหมาะสำหรับบริเวณพื้นบ้าน ผนัง หรือจุดต่อของโครงสร้าง ช่วยลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวในอนาคต และทำให้โครงสร้างโดยรวมแข็งแรงมากขึ้น
4. ติดตั้งระบบกันซึมและควบคุมความชื้น
ความชื้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โครงสร้างเสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยเฉพาะส่วนฐานราก ผนัง และหลังคา การเลือกใช้ซีเมนต์กันซึมทาบริเวณพื้นและผนัง จะช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมเข้าสู่เนื้อคอนกรีต ควบคู่กับการระบายอากาศภายในบ้านให้ดี จะช่วยยืดอายุการใช้งานโครงสร้างบ้านในระยะยาว สำหรับผลิตภัณฑ์กันซึมโครงสร้าง จระเข้มีสินค้ามาตรฐานให้เลือกหลายรุ่น เช่น
- จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึมชนิดยืดหยุ่น ยืดหยุ่นสูงช่วยปกปิดรอยร้าวได้ เหมาะกับพื้นที่ที่มีโอกาสเคลื่อนตัวไม่เกิน 0.75 มิลลิเมตร ใช้ได้ทั้งกับพื้นและผนังก่อนฉาบเรียบหรือปูกระเบื้อง
- จระเข้ เพอร์เฟ็ค ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึม ชนิดตกผลึก มีคุณสมบัติแทรกซึมลึกเข้าไปในผิวคอนกรีต ช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมทั้ง 2 ด้าน อีกทั้งยังทนทานต่อสารเคมี น้ำใต้ดิน น้ำทะเล ซัลเฟต คลอไรด์ และคาร์บอเนต
- จระเข้ ซุปเปอร์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึม ตกผลึกผิวหน้าแข็งอุดรูพรุนบนหน้าคอนกรีต ป้องกันน้ำซึมผ่านอย่างมีประสิทธิภาพ ทนแรงดันน้ำได้สูงสุด 70 Bar และยังป้องกันการกัดกร่อนจากสารเคมีและกรดได้
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด




