''ฟ้าใส เมืองในอนาคตไทย ไร้ PM 2.5'' โดย ดร.จิตพัต ฉอเรืองวิวัฒน์ ผู้อำนวยการผู้อำนวยการด้านบูรณาการนวัตกรรม ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน




ฟ้าใส เมืองในอนาคตไทย ไร้ PM 2.5
 

 

         

                                
  • เรื่อง PM2.5 คงยังไม่จางหายไปจากประเทศไทย แล้วส่งผลกระทบอย่างไรต่อคนไทยบ้าง
  • ค่ามาตรฐานของฝุ่น PM 2.5 ที่ยังเป็นคลื่นใต้น้ำ มีการถกเถียงกันอยู่บ้าง แท้จริงแล้วส่งผลกระทบอะไรไหม
  • วงการก่อสร้างอย่างเราเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์เหล่านี้หรือไม่
  • เครื่องฟอกอากาศระดับเมืองเกิดขึ้นแล้วจริงไหม ช่วยอะไรคนไทยได้บ้าง
  • ‘อเมริกา’ อดีตที่เคยฟ้าหม่น วันนี้ท้องฟ้ากลับมาสดใส แล้วประเทศไทยนำประสบการณ์จากอเมริกามาช่วยแก้สถานการณ์ได้หรือไม่


ใน 2-3ปีที่ผ่านมา มีสภาพอากาศอื่น ๆ ที่มารุมเร้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความกดอากาศ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate change) ส่งผลให้เกิดความชัดเจนของฝุ่น PM2.5 มากขึ้น ซึ่งมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในด้านการเสียโอกาสทางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว ได้แก่
1.ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว อาทิเช่น โรคภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจ กลุ่มโรคหลอดเลือด ซึ่งมีโอกาสที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรงกว่าคนปกติทั่วไป และ PM2.5 เป็นปัจจัยให้มีปริมาณผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และมีโอกาสที่จะมีความรุนแรงของอาการสูงกว่าคนปกติ นอกจากนี้ยังเกิดความเจ็บป่วยระยะยาว ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) แจ้งแน่ชัดอยู่แล้วว่า PM2.5 เป็นสารตัวหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดสารมะเร็งในร่างการมนุษย์ได้ หากเราสูด PM2.5 ทุกวัน ก็จะทำให้เกิดการสะสมไปในร่างกายไปเรื่อย ๆ 
 


 


2.ด้านการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวต้องปรับเปลี่ยนสถานที่และเวลาในการท่องเที่ยว หรือลดโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกที่จะปรับกิจกรรมการท่องเที่ยว เพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ก่อให้เกิดปัญหาสุภาพได้ ซึ่งปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตราฐานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้้น 

 





ค่ามาตรฐานของฝุ่น PM2.5 ของ WHO กับ ประเทศไทย เลขเดียวกันไหม
ค่ามาตรฐานในบรรยากาศทั่วไปของ PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงของประเทศไทยอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลกอยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้อาจเป็นช่องว่างในการดำเนินธุรกิจหรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อาจเกิดปัญหามลพิษ ซึ่งควรมีการทบทวนข้อกำหนดทางกฎหมายเพื่อควบคุมปัญหานี้เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาภายหลัง 

านก่อสร้าง VS PM2.5
ฝุ่นงานก่อสร้างส่วนมากเป็น PM10 ซึ่งฝุ่นพวกนี้มีขนาดใหญ่ เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสามารถกำจัดได้โดยง่าย แต่ในกระบวนการก่อสร้างเองก็มีพวกเครื่องจักร หรือสารระเหยต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดควัน-เขม่าของเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของ PM2.5 ได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักของสิ่งที่ทำให้เกิด PM2.5  ทั้งนี้การหยุดก่อสร้างซึ่งก่อฝุ่น PM10 จะช่วยลด PM2.5 ได้  ทุกท่านสามารถพิจารณาตามความเหมาะสม และดำเนินงานตามนโยบายต่างๆ เพื่อให้เกิดผลดีแก่ส่วนรวมจะเป็นอันดีที่สุด หรือ อีกแนวทางหนึ่งที่เราสามารถทำได้ คือ การเลือกผลิตภัณฑ์และวัสดุก่อสร้างที่ลดขั้นตอนการเกิดฝุ่น อาทิเช่น กาวซีเมนต์ จระเข้เงิน ที่สามารถปูทับกระเบื้องเดิมได้ โดยไม่ต้องทุบพื้นผิวเดิม และยังลดการเกิดฝุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิด PM2.5

 




เครื่องฟอกอากาศระดับเมือง เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย
หลังจากที่แต่ละครัวเรือนพยายามที่จะซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้ในบ้าน ห้องนอน หรือในรถ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการอยู่อาศัยให้พ้นจาก PM 2.5  RISC เป็นหน่วยงานวิจัยที่ศึกษาเรื่อง Well-being ซึ่งให้ความสนใจเรื่องคุณภาพอากาศในอาคาร โดยเมื่อหลายปีก่อนเราได้ทำการศึกษาเรื่องคุณภาพอากาศภายในที่พักอาศัย และพบว่าในห้องนอนที่เราใช้เวลาพักผ่อนนั้นมีค่าปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สะสมในห้องนอนที่ปรับอากาศสูงเกิน 1,000 PPM ทั้งคืนส่งผลให้เกิดความอ่อนเพลียแก่ผู้ใช้งานในวันรุ่งขึ้น ดังนั้น RISC จึงร่วมการพัฒนากับผู้ออกแบบอาคารเพื่อนำเครื่องเติมอากาศจากภายนอกที่ผ่านการกรองแล้วเข้ามาทดแทนอากาศเก่าที่สะสมในห้องนอน เพื่อควบคุมให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ อยู่ระดับที่ปลอดภัยตลอดเวลาที่ใช้งาน แต่เนื่องจากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาอากาศภายนอกเริ่มมีปริมาณ PM 2.5 สูงขึ้น RISC จึงเริ่มศึกษา และค้นคว้าหาเทคโนโลยีในการฟอกอากาศภายนอก เพื่อนำมาพัฒนาให้เกิดหอฟอกอากาศระดับเมืองขึ้น ซึ่งทางRISC ได้ศึกษาเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเทคโนโลยีที่ได้มีการใช้แล้วในปัจจุบันและเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย จนเราได้ร่วมงานกับอาจารย์ไกรพิชิต เมืองวงษ์ (NESTECH) ผู้ออกแบบ ‘ยักษ์เขียว’ เครื่องดูดฝุ่น PM 2.5 ที่เคยช่วยพื้นที่ที่ประสบภัยจาก PM 2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมาผลิตเครื่องฟอกอากาศระดับเมืองหรือ “ฟ้าใส” และนอกจากนี้ RISC ยังได้ร่วมพัฒนาการทำงานของเครื่องฟอกอากาศระดับเมืองอีกเครื่องชื่อ “Fresh one” กับทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 


 



 
เครื่องฟอกอากาศ ‘ฟ้าใส’ ช่วยอะไรได้บ้าง
“ฟ้าใส” เป็นเครื่องฟอกอากาศระดับเมืองที่ผลิตขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาอากาศที่เต็มไปด้วยมลภาวะให้ใสสะอาด ปลอดฝุ่นพิษ PM 2.5 ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง หอฟอกอากาศอัตโนมัติแบบไฮบริด (Hybrid Air Purifier Tower) สามารถฟอกอากาศบริสุทธิ์ได้ในอัตราสูงสุด 120,000 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ทำงานแบบไฮบริดโดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซล่าร์เซลล์ ขนาด 3,850 วัตต์ ร่วมกับระบบแบตเตอรี่ ช่วยลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานไฟฟ้าจากภายนอก หลักการทำงานเริ่มต้นจากการใช้ใบพัดความเร็วสูงดึงอากาศเข้าไปในระบบ และแยกฝุ่นขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ด้วยความเร็วลมและการปล่อยละอองน้ำเพื่อการดักจับฝุ่น 3 ชั้น ต่อเนื่องด้วยระบบ Jet Venturi Scrubber ระบบทั้งหมดใช้น้ำ 600 ลิตร ในช่วงที่มีค่า PM 2.5 สูง และส่งผ่านลมที่ผ่านการกรองฝุ่นแล้วออกมาทดแทนอากาศที่มีค่า PM2.5 สูงแทนที่ โดย ฟ้าใส เชื่อมต่อระบบเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ ซึ่งตอนนี้ทีมได้เก็บข้อมูลเพื่อให้ได้ผลตลอดทั้งปีเพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อไป

สุดท้ายแล้วคนไทยคงไม่อยากให้เกิดวิกฤตการณ์เช่นนี้ แล้วจะทำอย่างไรได้บ้าง
อันที่จริงแล้ว ในประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษ เคยมีปัญหา ฟ้าไม่ใส แล้วกลับมาฟ้าใส ประเทศไทยมีโอกาสที่จะ‘ฟ้าใส’ ได้ หากมีความร่วมมือกันทั้งการออกข้อกำหนดออกกฎหมายควบคุมในอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจต่างๆ มาตรการส่งเสริมการให้ Incentive ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบอุตสาหกรรม ที่ช่วยส่งเสริมภายใต้ข้อกำหนดในเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมและมลพิษเพื่อให้เกิดแนวทางเดียวกัน และพร้อมกับส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจเรื่อง PM 2.5 เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกิจกรรมที่เราทำทุกวันเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนให้..ฟ้าใส.. อีกครั้ง





ดร.จิตพัต ฉอเรืองวิวัฒน์ 
ผู้อำนวยการผู้อำนวยการด้านบูรณาการนวัตกรรม ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
 

''ฟ้าใส เมืองในอนาคตไทย ไร้ PM 2.5'' โดย ดร.จิตพัต ฉอเรืองวิวัฒน์ ผู้อำนวยการผู้อำนวยการด้านบูรณาการนวัตกรรม ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

โปรดกรอกข้อมูลที่สำคัญ (*) ให้ครบถ้วน