ประเด็นสำคัญ
- การทำสโลปพื้น โดยปกติความลาดเอียงมักอยู่ที่ 1-2% แต่ก็ควรกำหนดความลาดเอียงให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ ระยะทาง และตำแหน่งจุดระบายน้ำด้วย เพื่อช่วยกำหนดทิศทางให้น้ำไหลจากจุดสูงไปยังจุดต่ำและเข้าสู่ท่อ ราง ตะแกรงระบายน้ำได้สะดวก ลดปัญหาน้ำขังและความชื้นที่อาจส่งผลต่อพื้นและวัสดุปูผิว
- วิธีปรับสโลปพื้น เริ่มจากสำรวจระดับพื้นเดิมและตำแหน่งจุดระบายน้ำ จากนั้นกำหนดทิศทางการไหลและคำนวณความลาดเอียงที่ต้องการ ก่อนเตรียมและซ่อมปรับพื้นด้วยวัสดุที่เหมาะกับงานลาดเอียงอย่าง จระเข้ ฟลอร์ สมูท เบส แล้วตรวจสอบระดับและทดสอบการระบายน้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำไหลไปยังจุดระบายได้ตามที่วางแผนไว้
พื้นสโลปเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของงานพื้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องสัมผัสน้ำเป็นประจำ เพราะความลาดเอียงจะช่วยให้น้ำไหลไปยังจุดระบายน้ำได้สะดวกและลดปัญหาน้ำขัง วันนี้จระเข้จะพาทุกคนไปดูกันว่าพื้นสโลปคืออะไร ควรกำหนดความลาดเอียงเท่าไร พร้อมสูตรคำนวณสโลป วิธีปรับสโลปพื้นอย่างถูกต้อง เพื่อให้วางแผนและปรับพื้นได้เหมาะกับการใช้งานจริง
- ค่าพื้นสโลปใช้รูปแบบไหนได้บ้าง?
- สูตรคำนวณสโลปพื้นตามขนาดพื้นที่ต้องใช้วิธีไหน?
- พื้นที่ใดบ้างที่ควรทำพื้นสโลปและมาตรฐานของแต่ละพื้นที่อยู่ที่เท่าไร?
- วิธีปรับสโลปพื้นต้องทำยังไงบ้าง? ให้พื้นเรียบเนียน ระบายน้ำได้ดี
- ข้อควรระวังก่อนทำพื้นสโลปมีอะไรบ้าง?
- จะทำห้องน้ำต้องทำสโลปพื้นตั้งแต่เทปูนหรือค่อยมาสโลปตอนปูกระเบื้อง?
- ข้อดีของการทำพื้นสโลป ทำไมถึงต้องทำ?
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
พื้นสโลปคืออะไร? ดียังไง?

พื้นสโลป คือ การกำหนดระดับพื้นให้มีความลาดเอียง เพื่อกำหนดทิศทางให้น้ำไหลจากจุดสูงไปยังจุดต่ำและเข้าสู่ท่อระบายน้ำได้สะดวก การเทพื้นสโลปจึงต้องทำตรงจุดที่สัมผัสน้ำ เช่น ห้องน้ำ ระเบียง ลานซักล้าง และดาดฟ้า เพื่อลดปัญหาน้ำขังที่ทำให้เกิดความชื้นสะสม และส่งผลให้วัสดุปูพื้นหรือร่องยาแนวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ โดยต้องคำนวณความลาดเอียงให้สัมพันธ์กับขนาดพื้นที่ ระยะทาง และตำแหน่งจุดระบายน้ำ เพื่อให้ระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้พื้นลาดชันเกินความจำเป็น
ค่าพื้นสโลปใช้รูปแบบไหนได้บ้าง?
1. เปอร์เซ็นต์ เช่น 1–2%
การบอกสโลปเป็นเปอร์เซ็นต์เป็นการระบุว่า ระดับพื้นต่างกันกี่หน่วยเมื่อเทียบกับระยะทางแนวราบ 100 หน่วย เช่น สโลป 1% หมายถึง ระดับพื้นต่างกัน 1 เซนติเมตรต่อระยะทาง 1 เมตร ดังนั้นสโลป 2% จะมีระดับต่างกัน 2 เซนติเมตรต่อระยะทาง 1 เมตร
2. อัตราส่วน เช่น สโลป 1:100 สโลป 1:200
การบอกสโลปในรูปแบบอัตราส่วนจะแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ความสูงที่เปลี่ยนแปลงกับระยะทางแนวราบ เช่น สโลป 1:100 หมายถึง ระดับพื้นต่างกัน 1 ส่วนในระยะทางแนวราบ 100 ส่วน หรือเท่ากับ 1% ขณะที่สโลป 1:200 เท่ากับ 0.5% โดยตัวเลขยิ่งมาก พื้นจะยิ่งลาดเอียงน้อยลง เช่น 1:200 ลาดน้อยกว่า 1:100
สูตรคำนวณสโลปพื้นตามขนาดพื้นที่ต้องใช้วิธีไหน?

สูตร
สโลป (%) = (ความต่างระดับ ÷ ระยะทางแนวราบ) × 100
การคำนวณสโลปพื้นเพื่อระบายน้ำ สามารถหาความลาดเอียงได้จาก ความต่างระดับระหว่างจุดสูงสุดกับจุดต่ำสุด ÷ ระยะทางแนวราบ × 100 เพื่อดูว่าพื้นมีสโลปกี่เปอร์เซ็นต์
โดยควรวัดระยะจากจุดที่ต้องการให้น้ำเริ่มไหลไปจนถึงจุดระบายน้ำ เช่น หากพื้นมีระยะทาง 3 เมตร และต้องการทำสโลป 1% จะต้องมีความต่างระดับระหว่างจุดสูงสุดกับจุดต่ำสุด 3 เซนติเมตร
ตัวอย่างการคำนวณ
พื้นที่ห้องน้ำยาว 3 เมตร ต้องการสโลป 1%
ความต่างระดับ = 3 × 1%
= 3 × 0.01
= 0.03 เมตร หรือ 3 เซนติเมตร
พื้นที่ใดบ้างที่ควรทำพื้นสโลปและมาตรฐานของแต่ละพื้นที่อยู่ที่เท่าไร?
| พื้นที่ | ความลาดเอียง (%) | อัตราส่วน |
|---|---|---|
| ห้องน้ำ | 1–2% | 1:100–1:50 |
| ระเบียง | 1–2% | 1:100–1:50 |
| โรงรถ | 1–2% | 1:100–1:50 |
| ลานซักล้าง | 1–2% | 1:100–1:50 |
| ดาดฟ้า | อย่างน้อย 0.5% | อย่างน้อย 1:200 |
| ทางเดินภายนอก | ประมาณ 1% | ประมาณ 1:100 |
หมายเหตุ: อัตราส่วน 1:100 หมายถึง ระดับพื้นต่างกัน 1 ส่วนในระยะทางแนวราบ 100 ส่วน เช่น พื้นยาว 1 เมตรจะมีระดับต่างกัน 1 เซนติเมตร ส่วนค่าที่เหมาะสมจริงควรพิจารณาจากขนาดพื้นที่ ตำแหน่งจุดระบายน้ำ และลักษณะการใช้งานร่วมด้วย
วิธีปรับสโลปพื้นต้องทำยังไงบ้าง? ให้พื้นเรียบเนียน ระบายน้ำได้ดี
1. สำรวจระดับพื้นและจุดระบายน้ำ

ตรวจสอบระดับพื้นเดิมด้วยเลเซอร์วัดระดับโดยกำหนดจุดอ้างอิงเป็นระดับ 0 แล้ววัดระดับบริเวณจุดสูงสุด จุดต่ำสุด และจุดระบายน้ำ เพื่อดูความต่างระดับของพื้น พร้อมตรวจสอบว่าท่อ ตะแกรง หรือรางระบายน้ำอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและไม่มีสิ่งอุดตัน
2. กำหนดทิศทางและคำนวณความลาดเอียงที่ต้องการ

กำหนดให้พื้นลาดจากจุดสูงไปยังท่อระบายน้ำ แล้วคำนวณความลาดเอียงตามระยะทาง เช่น พื้นระยะ 3 เมตร หากต้องการสโลป 1% จะต้องมีความต่างระดับ 3 เซนติเมตร โดยสามารถใช้สูตร สโลป (%) = (ความต่างระดับ ÷ ระยะทางแนวราบ) × 100 เพื่อกำหนดระดับพื้นก่อนเริ่มงาน
3. ปรับสโลปพื้นด้วยจระเข้ ฟลอร์ สมูท เบส ปรับได้ครั้งละ 2-10 มิลลิเมตร

ก่อนปรับสโลป ควรทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่น น้ำมัน และสิ่งสกปรกต่าง ๆ จากนั้นผสม จระเข้ ฟลอร์ สมูท เบส 1 ส่วน กับ น้ำ 3.8 ส่วน ผสมด้วยเครื่องผสมไฟฟ้าความเร็วรอบต่ำกว่า 150 รอบต่อนาที แล้วใช้เกรียงฉาบลงบนพื้นที่ที่ต้องการปรับหรือซ่อม โดยฉาบได้ที่ความหนา 2–10 มิลลิเมตร และปรับผิวให้เรียบด้วยวิธีฉาบแบบกดรีดหรือปั่นหน้าปูน เพื่อให้ผิวเรียบสม่ำเสมอ ลดโอกาสแตกร้าว และช่วยควบคุมระดับพื้นให้ลาดเอียงต่อเนื่องจากจุดสูงไปยังจุดต่ำ ทำให้น้ำไหลไปยังจุดระบายน้ำตามที่กำหนด
จระเข้ ฟลอร์ สมูท เบส มีจุดเด่นอะไรบ้าง?
- แรงยึดเกาะสูง ยึดเกาะกับพื้นผิวเดิมได้ดี ช่วยลดปัญหาการหลุดล่อนและแตกร้าว
- ซ่อมและปรับระดับพื้นบางได้ สำหรับพื้นคอนกรีตที่ชำรุด สึกกร่อน หรือมีความลึก 2-10 มิลลิเมตร
- ปรับพื้นลาดเอียงได้โดยไม่ไหลตัว เหมาะสำหรับงานซ่อมปรับพื้นบริเวณที่ต้องการความลาดเอียง
- แห้งเร็วเปิดใช้งานได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง สำหรับทางเดินสัญจรทั่วไป และ 48 ชั่วโมงสำหรับพื้นที่ที่รับน้ำหนักมาก
- เหมาะกับพื้นที่ใช้งานหลากหลาย เช่น คลังสินค้า โรงจอดรถ ดาดฟ้า และทางลาด
4. ปรับพื้นตามระดับและความลาดเอียงที่กำหนด

นำปูนสำหรับปรับพื้นหรือปูนที่มีแรงยึดเกาะสูงชนิดไม่หดตัว โดยกำหนดความหนาของวัสดุให้สัมพันธ์กับจุดสูงและจุดต่ำที่วางแผนไว้ จากนั้นเกลี่ยและปรับผิวตามแนวระดับที่กำหนด เพื่อให้พื้นมีความลาดเอียงต่อเนื่องไปยังจุดระบายน้ำ และไม่มีจุดแอ่งหรือจุดที่ทำให้น้ำไหลย้อนกลับ ก่อนปล่อยให้พื้นแห้งและแข็งตัวตามคำแนะนำของวัสดุที่เลือกใช้
5. ตรวจสอบระดับและทดสอบการระบายน้ำ

หลังปรับพื้นเสร็จควรตรวจสอบระดับและความลาดเอียงอีกครั้งให้ตรงตามค่าที่คำนวณไว้ จากนั้นทดลองปล่อยน้ำบนพื้นเพื่อดูว่าน้ำไหลไปยังท่อ ตะแกรง หรือรางระบายน้ำตามทิศทางที่กำหนดหรือไม่ หากพบจุดน้ำขังหรือระดับพื้นไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ควรแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนปูกระเบื้องหรือวัสดุปิดผิว เพื่อให้พื้นระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อควรระวังก่อนทำพื้นสโลปมีอะไรบ้าง?

1. ตรวจสอบตำแหน่งและจำนวนจุดระบายน้ำ
ก่อนทำพื้นสโลป ควรตรวจสอบตำแหน่งท่อ ตะแกรง รางระบายน้ำให้ชัดเจน รวมถึงพิจารณาขนาดพื้นที่และระยะทางที่น้ำต้องไหล เพื่อกำหนดทิศทางการลาดเอียงให้เหมาะสม โดยทั่วไปควรกำหนดทิศทางการไหลของน้ำดังนี้
- พื้นที่ภายในบ้าน: ห้องน้ำและลานซักล้าง ควรลาดเข้าหาท่อหรือตะแกรงระบายน้ำภายในพื้นที่ เพื่อให้น้ำไหลออกทางระบบระบายน้ำโดยไม่กระจายไปยังพื้นที่อื่น
- พื้นที่ติดกับตัวบ้าน: ระเบียง เฉลียง หรือพื้นที่หน้าประตู ควรลาดออกจากตัวบ้านไปยังจุดระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำฝนไหลย้อนเข้าสู่ภายในบ้าน
- พื้นที่ภายนอกบ้าน: ลานจอดรถหรือลานคอนกรีต ควรลาดไปยังรางหรือตะแกรงระบายน้ำที่อยู่นอกตัวอาคาร เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่และไม่ให้ไหลย้อนเข้าบ้าน
2. กำหนดความลาดเอียงให้เหมาะกับพื้นที่
ควรกำหนดค่าความลาดเอียงให้เหมาะกับประเภทพื้นที่ ระยะทาง และตำแหน่งจุดระบายน้ำ เช่น ห้องน้ำ ระเบียง และลานซักล้างมักใช้สโลปประมาณ 1–2% เพื่อช่วยให้น้ำไหลไปยังจุดระบายน้ำได้ดี โดยไม่ควรทำพื้นลาดเอียงมากเกินความจำเป็น เพราะอาจทำให้ระดับพื้นต่างกันมากและกระทบกับพื้นที่โดยรอบ
3. ตรวจสอบสภาพพื้นก่อนปรับสโลป
ก่อนปรับสโลปพื้นควรตรวจสอบว่าพื้นเดิมแข็งแรง ไม่มีส่วนที่แตกร้าว หลุดล่อน หรือมีฝุ่นและสิ่งสกปรกเกาะอยู่ หากพบความเสียหายควรซ่อมแซมและทำความสะอาดพื้นก่อน เพื่อให้วัสดุปรับพื้นยึดเกาะกับพื้นเดิมได้ดีและช่วยลดปัญหาพื้นเสียหายหลังปรับสโลปแล้ว
จะทำห้องน้ำต้องทำสโลปพื้นตั้งแต่เทปูนหรือค่อยมาสโลปตอนปูกระเบื้อง?
สำหรับการทำห้องน้ำ ควรวางแผนและทำสโลปพื้นตั้งแต่ขั้นตอนปรับระดับพื้นก่อนปูกระเบื้อง โดยกำหนดจุดสูงจุดต่ำและทิศทางให้น้ำไหลเข้าท่อระบายน้ำให้เรียบร้อยก่อนเริ่มปูกระเบื้อง พร้อมตรวจสอบความลาดเอียงและทดลองการระบายน้ำก่อนตกแต่ง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำไหลได้ดีและไม่เกิดแอ่งน้ำตามจุดต่าง ๆ
ข้อควรรู้: หากปูกระเบื้องแล้วพบว่ามีน้ำขังเป็นแอ่ง ควรรื้อและปรับสโลปพื้นใหม่ทั้งหมดก่อนปูกระเบื้องใหม่ เพื่อให้ได้ระดับและทิศทางการระบายน้ำที่ถูกต้อง เพราะการแก้สโลปบนพื้นผิวที่ปูกระเบื้องแล้วอาจทำให้ปูนยึดเกาะได้ไม่ดี อาจเกิดปัญหาปูนแตกร้าวหลุดล่อนในอนาคต
ข้อดีของการทำพื้นสโลป ทำไมถึงต้องทำ?
1. ระบายน้ำได้รวดเร็ว ลดปัญหาน้ำขัง
หากไม่ปรับสโลปพื้นหรือกำหนดความลาดเอียงให้เหมาะสม น้ำอาจไหลไปยังจุดระบายน้ำได้ไม่ดี จนเกิดแอ่งน้ำตามจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะห้องน้ำ ระเบียง ลานซักล้าง และดาดฟ้า การทำสโลปพื้นจึงช่วยกำหนดทิศทางให้น้ำไหลจากจุดสูงไปยังจุดต่ำและระบายออกจากพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น
2. ลดปัญหาจากความชื้นสะสมและน้ำขัง
เมื่อน้ำขังบนพื้นเป็นเวลานาน ความชื้นอาจส่งผลต่อวัสดุปูพื้น ร่องยาแนว และพื้นผิวโดยรอบ ทำให้เกิดปัญหาเสื่อมสภาพหรือหลุดล่อนตามมาได้ การปรับสโลปพื้นให้เหมาะสมจึงช่วยให้น้ำระบายออกจากพื้นได้เร็วขึ้นและลดโอกาสที่พื้นจะสัมผัสน้ำหรือความชื้นเป็นเวลานาน
3. ลดโอกาสเกิดเชื้อรา ตะไคร่น้ำ และพื้นลื่น
หากพื้นแห้งช้าจนมีน้ำขังง่าย ความชื้นที่สะสมอยู่จะทำให้เกิดเชื้อราและตะไคร่น้ำ โดยเฉพาะบริเวณพื้นภายนอกอาคาร เมื่อตะไคร่น้ำเกาะบนพื้นผิว อาจทำให้พื้นลื่นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การทำสโลปพื้นและจัดทิศทางน้ำให้ระบายออกได้ดีจึงช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด







