ประเด็นสำคัญ
- การติดบัวพื้นเริ่มจากการเตรียมพื้นผิวให้สะอาดและแห้งสนิท จากนั้นวัดและตัดบัวให้ได้ขนาดพอดีกับพื้นที่ โดยเฉพาะมุมผนังทั้งสองด้านควรตัด 45 องศาเพื่อให้แนบสนิท แล้วใช้กาวตะปูจระเข้ แอดฮีซีพ เนล ยิงด้านหลังบัวพื้นในลักษณะเส้นซิกแซก ก่อนนำไปติดกับผนังและกดให้แน่น ตรวจสอบแนวให้ตรง และสุดท้ายเก็บงานด้วยซีลแลนท์ เพื่อให้รอยต่อเรียบเนียนสมบูรณ์
- การซ่อมบัวพื้น ควรเริ่มจากการรื้อบัวเดิมที่เสียหายออกอย่างระมัดระวัง จากนั้นขูดกาวเก่าและทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่น ใช้กาวตะปูจระเข้ แอดฮีซีพ เนล ติดตั้งบัวใหม่หรือชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยน โดยจัดแนวให้ตรงและกดให้แนบสนิท แล้วใช้เทปช่วยยึดชั่วคราวในระหว่างรอกาวเซตตัว เก็บรอยต่อด้วยอะคริลิกซีลแลนท์ ก็เป็นที่เรียบร้อย
การติดบัวพื้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานตกแต่งภายใน ที่ช่วยเก็บรายละเอียดระหว่างพื้นและผนังให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันผนังจากแรงกระแทก คราบสกปรก และความชื้นที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจคิดว่าการติดตั้งหรือซ่อมบัวพื้นเป็นเรื่องยาก แต่ที่จริงวิธีติดบัวพื้นนั้นทำเองได้ง่าย ๆ โดยใช้กาวตะปูจระเข้ แอดฮีซีพ เนล จะต้องทำยังไงบ้างนั้น จระเข้มีความรู้ดี ๆ มาฝากกัน
- อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับติดตั้งและซ่อมบัวพื้น
- วิธีติดบัวพื้นให้ได้มาตรฐานต้องทำยังไงบ้าง?
- วิธีซ่อมบัวพื้นให้กลับมาสวยงามเหมือนใหม่
- บัวพื้นหลุดเกิดจากอะไร?
- ซ่อมบัวพื้นต้องรื้อทั้งหมดไหม?
- ทำไมต้องติดบัวพื้น?
- บัวพื้นมีวัสดุแบบไหนให้เลือกใช้บ้าง?
- เคล็ดลับเลือกสีบัวพื้นให้เข้ากับผนังควรเลือกแบบไหนดี?
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
บัวพื้นคืออะไร?

บัวพื้น คือ วัสดุที่ใช้ติดตั้งบริเวณช่องว่างระหว่างพื้นและผนัง นอกจากจะเก็บงานให้เรียบร้อยแล้ว ยังช่วยป้องกันผนังจากแรงกระแทก รวมถึงช่วยลดปัญหาความชื้น คราบสกปรก และฝุ่นสะสมบริเวณขอบผนังอีกด้วย โดยบัวพื้นมีให้เลือกหลายวัสดุ เช่น บัวพื้นไม้จริง บัวพื้นไม้เทียม บัวพื้น PVC ไปจนถึงบัวพื้นโพลีสไตรีน และบัวพื้นไฟเบอร์ซีเมนต์
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับติดตั้งและซ่อมบัวพื้น

1. ตลับเมตรสำหรับวัดขนาดบัวพื้น
ตลับเมตรเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับวัดระยะความยาวของผนังและพื้นที่จะติดบัวพื้น การวัดขนาดให้แม่นยำก่อนติดตั้ง จะช่วยลดความผิดพลาดในการตัดบัว ทำให้ติดตั้งได้พอดี ไม่เกิดช่องว่างหรือรอยต่อที่ไม่สวยงาม
2. ดินสอหรือปากกาสำหรับทำเครื่องหมาย
ดินสอหรือปากกาใช้สำหรับทำเครื่องหมายตำแหน่งที่ต้องตัด หรือจุดติดตั้งบนบัวและผนัง ช่วยให้ติดบัวพื้นหรือซ่อมบัวพื้นได้แม่นยำมากขึ้น และลดโอกาสในการตัดบัวผิดขนาดทำให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
3. เลื่อยตัดบัวสำหรับตัดบัวพื้นอย่างแม่นยำ
เลื่อยตัดบัวใช้สำหรับตัดบัวพื้นให้ได้ขนาดและทำมุมตามแบบที่ต้องการ โดยเฉพาะการตัดมุม 45 องศาสำหรับเข้ามุมห้อง หากตัดได้เรียบร้อยตั้งแต่แรก จะช่วยให้ทำงานได้เร็วและเป็นมืออาชีพมากขึ้น
4. เกรียงใช้สำหรับขูดกาวเก่าออก
เกรียงหรือมีดโป๊วใช้สำหรับซ่อมบัวพื้น โดยใช้ขูดกาวเก่าออก และยังใช้ช่วยปาดกาวตะปูบนบัวพื้น หรือปรับพื้นผิวให้เรียบก่อนติดตั้งได้
5. ผ้าทำความสะอาดฝุ่น
ผ้าทำความสะอาดใช้เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวผนังและพื้นให้สะอาดก่อนการติดตั้ง โดยควรเตรียมพื้นผิวก่อนติดบัวพื้นให้ปราศจากเศษฝุ่น คราบสกปรก หรือคราบมัน ซึ่งจะช่วยให้กาวตะปูยึดเกาะได้เต็มประสิทธิภาพ
6. ปืนยิงกาวและกาวตะปู
ปืนยิงกาวและกาวตะปูเป็นอุปกรณ์หลักในการยึดบัวพื้นเข้ากับผนัง โดยปืนยิงกาวจะช่วยควบคุมปริมาณกาวให้สม่ำเสมอ ส่วนกาวตะปูเป็นวัสดุยึดเกาะที่แข็งแรง ช่วยให้บัวติดแน่นและทนทาน โดยควรเลือกใช้จระเข้ แอดฮีซีพ ควิกกาวตะปูอเนกประสงค์สูตรน้ำ และจระเข้ แอดฮีซีพ เนลกาวตะปูอเนกประสงค์ สูตรโซลเวนท์ แห้งเร็ว
วิธีติดบัวพื้นให้ได้มาตรฐานต้องทำยังไงบ้าง?
1. กรณีติดตั้งใหม่เตรียมพื้นผิวให้สะอาด

ก่อนเริ่มติดบัวพื้น ควรทำความสะอาดผนังและพื้นให้ปราศจากฝุ่น คราบปูน หรือคราบมัน รวมถึงต้องตรวจสอบให้พื้นผิวแห้งสนิท เพราะหากมีความชื้นจะทำให้กาวตะปูยึดเกาะได้ไม่ดีและเสี่ยงต่อการหลุดล่อนก่อนเวลาอันควร
2. วัดและตัดบัวให้พอดี

ใช้ตลับเมตรวัดขนาดพื้นที่จริง และตัดบัวตามขนาดที่ได้ โดยเฉพาะบริเวณมุมห้องควรตัดมุม 45 องศาเพื่อให้เข้ามุมได้สนิท การวัดระยะและตัดให้แม่นยำ จะช่วยให้งานติดตั้งออกมาสวยงามและลดปัญหารอยต่อไม่แนบสนิทกัน
3. ใช้กาวตะปูจระเข้ แอดฮีซีพ ควิกติดบัวพื้น

ตัดปลายหลอดกาวตะปู จระเข้ แอดฮีซีพ ควิก ให้ได้ขนาดตามต้องการ จากนั้นใส่หลอดกาวลงในปืนยิงกาวให้เรียบร้อย แล้วเริ่มฉีดกาวลงบนด้านหลังของบัวพื้น โดยแนะนำให้ยิงกาวเป็นเส้นต่อเนื่องในลักษณะซิกแซกหรือเป็นแนวยาว เพื่อให้กาวกระจายตัวและยึดเกาะได้ทั่วทั้งแผ่น
จุดเด่นของกาวตะปูจระเข้ แอดฮีซีพ ควิกมีอะไรบ้าง?

- กาวตะปูสูตรน้ำ ยึดเกาะสูง แห้งเร็ว ใช้แทนการตอกตะปูได้ เหมาะกับงานติดตั้งทั่วไปทั้งภายในและภายนอก
- ใช้งานได้กับวัสดุหลากหลาย ทั้งพื้นผิวเรียบและไม่เรียบ เช่น ไม้ พลาสติก โลหะ และคอนกรีต
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปราศจากสารทำละลาย กลิ่นไม่ฉุน ไม่มีกลิ่นรบกวนระหว่างทำงาน
4. ติดตั้งบัวพื้นเข้ากับผนัง

นำบัวพื้นที่ยิงกาวตะปูแล้ว กดติดเข้ากับผนังตามตำแหน่งที่กำหนด โดยกดให้แน่นและจัดแนวให้ตรงตลอดเส้น ทิ้งไว้ 3-5 นาที อาจใช้เทปช่วยยึดชั่วคราวในช่วงที่กาวยังไม่แห้ง เพื่อให้บัวไม่ขยับออกจากตำแหน่งที่กำหนด
5. เก็บงานให้เรียบร้อยด้วยจระเข้ อะคริลิก ซีล พลัส

หลังจากติดบัวพื้นเรียบร้อย ให้ใช้อะคริลิกซีลแลนท์ จระเข้ อะคริลิก ซีล พลัส อุดรอยต่อระหว่างบัวกับผนัง รวมถึงรอยต่อระหว่างชิ้นบัว เพื่อให้ผิวงานเรียบเนียน ป้องกันฝุ่นและความชื้น พร้อมทั้งช่วยให้งานดูเรียบร้อยและเป็นมืออาชีพมากขึ้น
จุดเด่นของจระเข้ อะคริลิก ซีล พลัสมีอะไรบ้าง?
- อะคริลิกคุณภาพสูงเกรดพิเศษ สำเร็จรูปพร้อมใช้งานได้เลยเพียงใส่ในปืนยิงกาว
- เนื้ออะคริลิกยืดหยุ่น แห้งเร็ว ไม่เหลือง และทาสีทับได้เมื่อแห้งตัว
- ป้องกันน้ำ พร้อมผสมสารป้องกันเชื้อรา จึงใช้งานในที่เปียกชื้นได้ดี
- ยึดเกาะดีเยี่ยม ใช้ได้กับหลากหลายพื้นผิว เช่น ไม้ เซรามิก คอนกรีต แผ่นไม้สังเคราะห์ รวมถึงปูนฉาบ
วิธีซ่อมบัวพื้นให้กลับมาสวยงามเหมือนใหม่
1. ใช้เกรียงรื้อบัวเดิมออก

เริ่มต้นด้วยการรื้อบัวพื้นที่ชำรุด หลุดล่อน แตกร้าวหรือบวม ออกจากผนังอย่างระมัดระวัง โดยใช้เกรียงหรือมีดโป๊วค่อย ๆ งัดบัวพื้นเดิมออกทีละจุด เพื่อลดความเสียหายต่อผนังให้มากที่สุด หากเป็นบัวที่ยังอยู่ในสภาพดีบางส่วน สามารถเก็บไว้ใช้ซ้ำเฉพาะช่วงที่ไม่เสียหายได้ จะช่วยประหยัดงบประมาณและลดปริมาณวัสดุที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
2. เตรียมพื้นผิวให้สะอาด

หลังจากรื้อบัวออกแล้ว ควรขูดเศษกาวหรือวัสดุเดิมออกให้หมด จากนั้นทำความสะอาดผนังและพื้นบริเวณที่จะติดตั้งใหม่ให้ปราศจากฝุ่น คราบสกปรก และความชื้น เพื่อให้พื้นผิวพร้อมสำหรับการยึดเกาะของกาวตะปูในขั้นตอนถัดไป
3. ยิงกาวตะปูจระเข้ แอดฮีซีพ เนล ใส่บัวพื้น

เตรียมกาวตะปูจระเข้ แอดฮีซีพ เนล โดยตัดปลายหลอดและใส่เข้ากับปืนยิงกาว จากนั้นฉีดกาวลงบนด้านหลังของบัวในลักษณะเป็นเส้นซิกแซกยาวตลอดแนว เพื่อช่วยให้กาวยึดเกาะได้ดีและรองรับพื้นผิวที่อาจไม่เรียบเสมอกัน
จุดเด่นของกาวตะปูจระเข้ แอดฮีซีพ เนลมีอะไรบ้าง?

- กาวตะปูสูตรโซลเวนท์ แห้งเร็ว ยึดติดแน่นสูง เนื้อกาวแข็งไม่ยืดตัว
- ใช้งานได้หลากหลายพื้นผิว ทั้งแนวตั้งและแนวระนาบ เช่น บัวพื้น บัวเพดาน ไม้ กระเบื้อง หิน และกระจกเงา
- ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ทั้งความชื้น รังสี UV และอุณหภูมิ พร้อมทาสีทับได้หลังแห้ง
4. ติดตั้งบัวพื้นกลับเข้าตำแหน่งเดิม

นำบัวพื้นที่ทากาวแล้วมาติดตั้งเข้ากับตำแหน่งเดิม กดให้แนบกับผนังและจัดให้ตรงตลอดแนว กดไว้ประมาณ 3-5 นาที เพื่อให้ได้งานที่เรียบร้อย หากกาวยังไม่แห้ง สามารถใช้เทปหรืออุปกรณ์ช่วยยึดชั่วคราวเพื่อป้องกันบัวพื้นเคลื่อนตัว
5. ปิดท้ายด้วยซีลแลนท์ จระเข้ อะคริลิก ซีล พลัส

เมื่อบัวพื้นติดแน่นดีแล้ว ใช้จระเข้ อะคริลิก ซีล พลัส อะคริลิกซีลแลนท์ เก็บงานตามรอยต่อต่าง ๆ รวมถึงรอยต่อระหว่างบัวพื้น เพื่อเก็บงานให้แข็งแรง ทนความชื้น และช่วยให้งานซ่อมบัวพื้นดูสวยงามเหมือนติดตั้งใหม่
บัวพื้นหลุดเกิดจากอะไร?

บัวพื้นหลุดมักเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น พื้นผิวไม่สะอาด มีฝุ่นหรือคราบมันก่อนติดตั้ง วิธีติดบัวพื้นที่ไม่เหมาะสม หรือผนังมีความชื้นสูงจนทำให้กาวยึดเกาะได้ไม่ดี นอกจากนี้ขณะติดตั้งหากไม่ได้กดให้แนบสนิท หรือไม่ได้ทิ้งเวลาให้กาวเซตตัว 24-48 ชั่วโมง ก็ทำให้บัวพื้นหลุดได้เช่นกัน
ซ่อมบัวพื้นต้องรื้อทั้งหมดไหม?

การซ่อมบัวพื้นไม่จำเป็นต้องรื้อออกทั้งหมด สามารถซ่อมบัวพื้นเฉพาะจุดที่เสียหายได้ เช่น บัวหลุดบางส่วน บัวแตก หรือรอยต่อเปิด แต่ในกรณีที่บัวเสียหายเป็นแนวยาวหรือเสื่อมสภาพมาก การรื้อและติดตั้งใหม่ทั้งเส้นจะช่วยให้งานออกมาดูเรียบร้อยและทนทานมากกว่า
ทำไมต้องติดบัวพื้น?

1. ปกปิดรอยต่อระหว่างผนังและพื้น
บัวพื้นมีหน้าที่ปิดช่องว่าง รอยต่อระหว่างพื้นและผนัง รวมถึงจุดที่เรียบไม่สนิท การติดบัวพื้นจึงช่วยให้พื้นที่ดูเรียบร้อย ทำให้ภาพรวมของงานตกแต่งภายในห้องสวยงามเป็นระเบียบสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
2. ป้องกันผนังจากรอยขีดข่วน
บัวพื้นช่วยปกป้องผนังจากรอยขีดข่วน และแรงกระแทกที่เกิดจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ หรือโซฟา ชนผนังโดยไม่ตั้งใจ จึงช่วยลดปัญหารอยบุบ รอยถลอก และสีลอก ทำให้ผนังดูใหม่ได้นานขึ้น และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาวอีกด้วย
3. ช่วยป้องกันคราบสกปรก
บริเวณรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังมักเป็นจุดที่ฝุ่นและคราบสกปรกสะสมได้ง่าย โดยเฉพาะคราบน้ำจากการถูพื้นหรือทำความสะอาด การติดบัวพื้นจะช่วยป้องกันคราบสกปรกซึมไปเปื้อนผนังโดยตรง ทำให้ขอบผนังดูสะอาดอยู่เสมอ และช่วยลดปัญหาคราบฝังลึกที่ทำความสะอาดยาก
บัวพื้นมีวัสดุแบบไหนให้เลือกใช้บ้าง?
| ประเภทวัสดุบัวพื้น | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
|
บัวไม้จริง |
|
|
|
บัวไม้เทียม MDF |
|
|
|
บัวไม้เทียม WPC |
|
|
|
บัว PVC |
|
|
|
บัวโพลีสไตรีน |
|
|
|
บัวไฟเบอร์ซีเมนต์ |
|
|
1. บัวไม้จริง สวยงามเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกหรูหรา

บัวไม้จริงผลิตจากไม้ธรรมชาติ เช่น ไม้ยางพารา ไม้โอ๊ก หรือไม้เนื้อแข็งอื่น ๆ จุดเด่นคือมีลวดลายและโทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ตามธรรมชาติ เหมาะกับงานตกแต่งภายในที่ต้องการความความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา เช่น บ้านสไตล์คลาสสิก สไตล์โมเดิร์นลักซ์ชัวรี และสไตล์สแกนดิเนเวียน โดยหากใช้งานไปนาน ๆ สามารถนำไปขัดผิวหรือทำสีใหม่ได้ ทำให้รีโนเวตได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
- ข้อดี: แข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานทั่วไป มีลวดลายไม้ธรรมชาติที่สวยงามไม่ซ้ำกัน ขัดและทำสีใหม่ได้ ทำให้ใช้งานได้ยาวนานและดูใหม่อยู่เสมอ
- ข้อเสีย: ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับวัสดุอื่น และไม่ทนความชื้น หากใช้งานในพื้นที่เปียกหรือมีความชื้นสูง อาจบวม โก่งตัว หรือผุได้
2. บัวพื้นไม้เทียม MDF ผิวเรียบ ทาสีง่าย ราคาเข้าถึงได้

บัวไม้เทียม MDF (Medium Density Fiberboard) คือ บัวพื้นที่ผลิตจากผงไม้บดละเอียดหรือขี้เลื่อย ผสมกาวและอัดขึ้นรูปให้แน่นปานกลาง จึงได้วัสดุที่มีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ มีสีสันให้เลือกหลากหลายคล้ายกับไม้จริงแต่ราคาถูกกว่าไม้จริงมาก และยังดูแลรักษาง่ายไม่โก่งตัวหรือหลุดล่อน
- ข้อดี: ราคาประหยัดเมื่อเทียบกับไม้จริง ผิวเรียบสวย ทำสีได้ง่าย และติดตั้งสะดวก เหมาะกับงานตกแต่งภายในที่ต้องการความเรียบร้อย
- ข้อเสีย: ไม่ทนความชื้น หากโดนน้ำหรืออยู่ในพื้นที่ชื้น อาจบวมและเสียรูปได้ง่าย
3. บัวพื้นไม้เทียม WPC ทนชื้นสูง แข็งแรงกว่าบัวไม้ทั่วไป

บัวไม้เทียม WPC (Wood Plastic Composite) เป็นบัวพื้นจากวัสดุผสมระหว่างผงไม้กับพลาสติก จึงแข็งแรงทนทานความชื้นได้ดีกว่าไม้จริงและไม้ MDF เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความชื้น เช่น ห้องครัว หรือบริเวณกึ่งภายนอก อีกทั้งยังมีผิวสัมผัสและลวดลายใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ
- ข้อดี: ทนความชื้นได้ดี ไม่บวมง่าย ป้องกันปลวกและแมลง แข็งแรงมากกว่าวัสดุไม้เทียมทั่วไป เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานระยะยาว
- ข้อเสีย: ราคาสูงกว่า MDF และบางรุ่นอาจมีผิวสัมผัสที่ไม่เป็นธรรมชาติเท่าไม้จริง
4. บัว PVC กันน้ำ 100% ดูแลรักษาง่าย

บัว PVC เป็นบัวพื้นที่ผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูง มีคุณสมบัติเด่นคือไม่ดูดซึมน้ำ และป้องกันปลวกและแมลงต่าง ๆ เหมาะกับพื้นที่เปียกชื้นหรือพื้นที่ที่ต้องทำความสะอาดบ่อย เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือผนังที่ติดกับพื้นที่ภายนอก อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีราคาประหยัด
- ข้อดี: กันน้ำได้ 100% ไม่บวม ไม่ผุ และปลวกไม่กิน น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และดูแลรักษาง่าย เหมาะกับพื้นที่ใช้งานหนักหรือเปียกชื้น
- ข้อเสีย: ความแข็งแรงอาจน้อยกว่าวัสดุประเภทไม้หรือไฟเบอร์ซีเมนต์ พื้นผิวอาจดูไม่หรูหราเท่าวัสดุธรรมชาติ
5. บัวพื้นโพลีสไตรีน น้ำหนักเบา ดีไซน์ทันสมัย

บัวพื้นโพลีสไตรีน (Polystyrene) หรือบัว PS เป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง ที่มีน้ำหนักเบา มีดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย ไม่หดตัว และยังทนต่อปลวกและทนความชื้น 100% จึงเหมาะกับนำมาทำเป็นบัวพื้น คิ้วเก็บงานตกแต่งผนังหรือเพดาน และยังใช้ปิดของมุมต่าง ๆ เพื่อความเรียบร้อยได้อีกด้วย
- ข้อดี: น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ทนความชื้นได้ดี และมีดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับงานตกแต่งที่เน้นความสวยงาม
- ข้อเสีย: เหมาะกับงานตกแต่งภายในเท่านั้น อาจเสียหายได้หากโดนแรงกระแทกโดยตรง
6. บัวพื้นไฟเบอร์ซีเมนต์ แข็งแรง ทนสภาพแวดล้อมได้ดี

บัวไฟเบอร์ซีเมนต์ผลิตจากปูนซีเมนต์ผสมเส้นใยสังเคราะห์ ทำให้ได้บัวพื้นที่แข็งแรงสูง ทนต่อสภาพอากาศทั้งแดดและฝน เหมาะสำหรับใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการความทนทาน เช่น ระเบียง ทางเดิน หรืออาคารพาณิชย์
- ข้อดี: แข็งแรง ทนแดด ทนฝน ไม่บวม ไม่ผุ และปลวกไม่กิน อายุการใช้งานยาวนาน
- ข้อเสีย: น้ำหนักมาก ติดตั้งยากกว่าวัสดุอื่น อาจต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการทำงาน
เคล็ดลับเลือกสีบัวพื้นให้เข้ากับผนังควรเลือกแบบไหนดี?
1. บัวพื้นสีเข้มกว่าพื้นและผนัง เพิ่มมิติให้กับห้อง

การติดบัวพื้นสีเข้มกว่าพื้นและผนังจะช่วยสร้างเส้นกรอบให้กับห้อง ทำให้เส้นขอบระหว่างพื้นกับผนังดูชัดเจนมากขึ้น เพิ่มมิติและความโดดเด่นให้กับการตกแต่ง โดยเฉพาะห้องที่ใช้โทนสีอ่อนเป็นหลัก บัวสีเข้มจะช่วยตัดสายตาและทำให้ห้องดูมีดีไซน์เฉพาะตัวมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพรางคราบสกปรกบริเวณขอบผนังได้ดี
2. บัวพื้นสีอ่อนกว่าพื้นและผนัง บรรยากาศนุ่มนวลผ่อนคลาย

การใช้บัวพื้นสีอ่อนจะช่วยให้ห้องดูโปร่ง โล่ง และสบายตามากขึ้น เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก หรือห้องที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลาย แต่อาจจะต้องดูแลเรื่องความสะอาดมากขึ้น เพราะจะเห็นคราบสกปรกได้ชัดกว่าบัวพื้นสีเข้ม
3. บัวพื้นสีใกล้เคียงกับพื้นและผนัง เรียบร้อยแต่ไม่น่าเบื่อ

การเลือกบัวพื้นสีใกล้เคียงกับพื้นหรือผนัง จะช่วยให้ห้องดูต่อเนื่องและกลมกลืนมากที่สุด เส้นรอยต่อระหว่างพื้นและผนังจะไม่เด่นชัด แต่ก็ไม่กลมกลืนกันมากเกินไป ทำให้พื้นที่ดูเรียบเนียน เหมาะกับสไตล์มินิมอลและสไตล์โมเดิร์นที่เน้นความเรียบง่าย ช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นเพราะไม่มีเส้นตัดแบ่งพื้นที่ แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ในการตกแต่งไว้ได้ดี
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด



