ประเด็นสำคัญ
- แผ่นพื้น Hollow Core คือ แผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรงที่มีช่องกลวงตามแนวยาวภายในแผ่น ช่วยลดน้ำหนักตัวพื้นเมื่อเทียบกับแผ่นพื้นคอนกรีตตันที่มีขนาดใกล้เคียงกัน และพาดช่วงได้ยาวตามการออกแบบ จึงช่วยลดภาระของคาน เสา และฐานราก ทำให้ก่อสร้างได้เร็วขึ้น ทำให้หน้างานสะอาดและเป็นระเบียบ
- พื้น Hollow Core เหมาะกับงานอาคารทั่วไป เช่น บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ สำนักงาน โรงงาน รวมถึงสะพานเชื่อมอาคาร ทั่วไปมักกว้างประมาณ 1.2 เมตร โดยสามารถผลิตความหนาได้ตั้งแต่ 15–30 เซนติเมตร และมีช่วงพาดยาวได้ถึง 12 เมตร โดยขนาดและช่วงพาดที่เหมาะสมต้องพิจารณาตามการออกแบบ
แผ่นพื้น Hollow Core เป็นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในงานก่อสร้าง เพราะมีน้ำหนักเบาและผลิตสำเร็จจากโรงงาน จึงนำมาติดตั้งที่หน้างานได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับงานอาคารหลายประเภท จระเข้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันว่าแผ่นพื้น Hollow Core คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน มีข้อดีและข้อจำกัดอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนเลือกมาใช้ก่อสร้างบ้าน
- แผ่นพื้น Hollow Core เหมาะกับงานแบบไหนบ้าง?
- แผ่นพื้น Hollow Core มาตรฐานมีขนาดเท่าไหร่? เลือกขนาดเท่าเท่าไรให้เหมาะกับการใช้งาน?
- แผ่นพื้นสำเร็จรูปท้องเรียบ (Hollow Core) vs แผ่นพื้นตัน (Plank) ต่างกันยังไง?
- ขั้นตอนติดตั้งแผ่นพื้น Hollow Core ทำยังไงบ้าง?
- ข้อดีของแผ่นพื้น Hollow Core มีอะไรบ้าง?
- ข้อจำกัดของพื้น Hollow Core ที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
แผ่นพื้น Hollow Core คืออะไร? ต่างจากแผ่นพื้นทั่วไปยังไง?

แผ่นพื้น Hollow Core คือ แผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปออกแบบให้มีช่องกลวงภายในแผ่น เพื่อลดน้ำหนักของตัวพื้น รับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ต่างจากแผ่นพื้นคอนกรีตทั่วไปที่มีเนื้อคอนกรีตเต็มทั้งแผ่น ทำให้ Hollow Core ใช้วัสดุน้อยกว่า น้ำหนักเบากว่า และผลิตจากโรงงานแล้วนำมาติดตั้งหน้างานได้รวดเร็ว
แผ่นพื้น Hollow Core เหมาะกับงานแบบไหนบ้าง?
1. โครงสร้างพื้นอาคารทั่วไป ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์
แผ่นพื้น Hollow Core เหมาะสำหรับใช้เป็นระบบพื้นของอาคารที่ต้องการก่อสร้างอย่างรวดเร็ว เช่น อาคารสำนักงาน บ้านพักอาศัย โรงแรม และอาคารพาณิชย์ เพราะแผ่นพื้นผลิตสำเร็จรูปจากโรงงานและนำมาติดตั้งบนคานหรือโครงสร้างที่เตรียมไว้ได้โดยตรง ช่วยลดงานหล่อพื้นในพื้นที่ก่อสร้าง และรองรับน้ำหนักได้ดีอีกด้วย
2. สะพานเชื่อมอาคาร ลดน้ำหนักที่ตัวอาคาร
นอกจากพื้นอาคารทั่วไป แผ่นพื้น Hollow Core ยังนำมาใช้เป็นพื้นของสะพานเชื่อมอาคารหรือทางเชื่อมระหว่างอาคารได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องการลดน้ำหนักโครงสร้างและก่อสร้างให้รวดเร็ว โดยวิศวกรจะต้องตรวจสอบช่วงพาด น้ำหนักบรรทุก และรายละเอียดจุดรองรับให้เหมาะสมกับลักษณะของสะพานเชื่อมแต่ละโครงการ
3. พื้นที่สำหรับร้อยสายไฟและติดตั้งระบบประปา
ช่องกลวงภายในแผ่นพื้น Hollow Core สามารถใช้จัดวางสายไฟหรือระบบงานประกอบอาคารบางประเภทได้ ช่วยให้วางระบบได้เป็นระเบียบและลดการทำงานเจาะพื้นเพิ่มเติม โดยควรวางแผนตำแหน่งและแนวงานระบบตั้งแต่การออกแบบ เพื่อให้ติดตั้งได้มาตรฐาน
ข้อควรรู้: ไม่ควรเจาะหรือตัดแผ่นพื้น Hollow Core โดยไม่ได้ตรวจสอบแบบโครงสร้าง เพราะอาจกระทบลวดอัดแรงหรือส่วนรับน้ำหนักภายในแผ่น และส่งผลต่อความแข็งแรงของพื้น ควรให้วิศวกรตรวจสอบและกำหนดตำแหน่งก่อนการก่อสร้างทุกครั้ง
แผ่นพื้น Hollow Core มาตรฐานมีขนาดเท่าไหร่? เลือกขนาดเท่าเท่าไรให้เหมาะกับการใช้งาน?

แผ่นพื้น Hollow Core มีให้เลือกหลายขนาดขึ้นอยู่กับผู้ผลิต โดยทั่วไปแผ่นพื้นจะมีความกว้างประมาณ 1.20 เมตร ความหนาประมาณ 15–30 เซนติเมตร และผลิตความยาวตามช่วงพาดที่ต้องการได้ โดยขนาดที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากช่วงพาด น้ำหนักบรรทุก และความสามารถในการรับน้ำหนักของแผ่นพื้นเป็นหลัก
| ความหนาแผ่นพื้น | ลักษณะการใช้งานทั่วไป | ช่วงพาดโดยประมาณ* |
|---|---|---|
|
15 เซนติเมตร |
|
ประมาณ 4–6 เมตร |
|
20 เซนติเมตร |
|
ประมาณ 5–8 เมตร |
|
25 เซนติเมตร |
|
ประมาณ 6–10 เมตร |
|
30 เซนติเมตร |
|
ประมาณ 7–12 เมตร |
*หมายเหตุ: ช่วงพาดเป็นเพียงค่าประกอบการพิจารณา ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เลือกขนาดแผ่นพื้นโดยตรง เพราะความสามารถในการรับน้ำหนักขึ้นอยู่กับรูปแบบแผ่น ลวดอัดแรง น้ำหนักบรรทุก สภาพการรองรับ และการออกแบบของวิศวกรโครงสร้าง
แผ่นพื้นสำเร็จรูปท้องเรียบ (Hollow Core) vs แผ่นพื้นตัน (Plank) ต่างกันยังไง?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | แผ่นพื้น Hollow Core | แผ่นพื้นตัน (Plank) |
|---|---|---|
|
ลักษณะ |
|
|
|
การติดตั้ง |
|
|
|
ขนาดที่นิยมใช้ |
|
|
|
การใช้งาน |
|
|
|
พื้นที่ในการติดตั้งต่อวัน |
|
|
ขั้นตอนติดตั้งแผ่นพื้น Hollow Core ทำยังไงบ้าง?
1. เตรียมโครงสร้างเสาและคาน ตรวจสอบให้ตรงตามแปลนที่วางไว้

ก่อนติดตั้งแผ่นพื้น Hollow Core ควรตรวจสอบแนวคานและระดับความสูงให้ถูกต้องตามแบบโครงสร้าง จากนั้นทำความสะอาดผิวคานและเตรียมพื้นที่หน้างานให้โล่ง เพื่อให้สะดวกต่อการขนย้ายและติดตั้งแผ่นพื้น พร้อมกำหนดตำแหน่งและแนวการวางแผ่น Hollow Core ให้ชัดเจนตามแบบแปลน เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
2. ใช้เครนยกพื้นขึ้นวางตามตำแหน่งที่กำหนด

เมื่อโครงสร้างรองรับพร้อมแล้ว ใช้ปั้นจั่นหรือรถเครนยกแผ่นพื้น Hollow Core โดยใช้สลิงหรืออุปกรณ์ยกที่เหมาะสมและปลอดภัย จากนั้นวางแผ่นพื้นพาดลงบนคานตามตำแหน่ง โดยให้ปลายแผ่นพื้น วางบนคานและมีระยะรองรับไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร เพื่อให้แผ่นพื้นอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและรองรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย
3. ใช้จระเข้ จีพี เกร้าท์ยึดติดรอยต่อระหว่างแผ่น Hollow Core

บริเวณรอยต่อให้ใช้ปูนเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างแผ่นพื้น Hollow Core ด้วยจระเข้ จีพี เกร้าท์ ซีเมนต์ไฮดรอลิกเกร้าท์ ชนิดไม่หดตัว โดยเตรียมพื้นผิวให้สะอาด และรดน้ำให้ชุ่มชื้นแต่ไม่ให้มีน้ำขังก่อนเท จากนั้นผสมจระเข้ จีพี เกร้าท์ 20 กิโลกรัม กับน้ำ 2.6-2.8 ลิตร ใช้สว่านรอบต่ำ 400-500 รอบต่อนาที ผสมให้เข้ากันโดยใช้ให้หมดภายใน 20 นาที และเทลงในรอยต่อระหว่างแผ่นคอนกรีต ด้วยคุณสมบัติที่ไม่หดตัวและไหลตัวได้ดี จึงช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างแผ่นคอนกรีตได้อย่างทั่วถึง และช่วยให้รอยต่อมีแน่นและแข็งแรงมากขึ้น
จระเข้ จีพี เกร้าท์เหมาะกับงานติดตั้งแผ่นพื้น Hollow Core ยังไงบ้าง?
- เหมาะกับเทอุดและประสานรอยต่อคอนกรีตสำเร็จรูป ช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนคอนกรีตได้อย่างทั่วถึง
- ไหลตัวได้ดี ช่วยให้เกร้าท์ไหลเข้าเติมเต็มช่องว่างของชิ้นส่วนคอนกรีตได้ง่าย โดยเหมาะกับช่องว่างขนาด 20–70 มิลลิเมตร
- ไม่หดตัวและไม่มีน้ำเยิ้มบนผิวหน้า ช่วยให้รอยต่อแน่นและลดปัญหาช่องว่างหลังวัสดุก่อตัว
- รับกำลังอัดสูงกว่า 750 ksc ที่ 28 วัน เหมาะสำหรับงานประสานและเสริมความแข็งแรงในงานโครงสร้างคอนกรีตสำเร็จรูป
4. ตรวจสอบระนาบและรอยต่อ และบ่มปูนให้เหมาะสม

หลังติดตั้งแผ่นพื้นและเชื่อมรอยต่อแล้ว ควรตรวจสอบระดับและระนาบของพื้น รวมถึงแนวรอยต่อระหว่างแผ่นให้เรียบร้อย หากพบตำแหน่งที่ไม่ตรงตามแบบควรแก้ไขทันที โดยหลังเชื่อมรอยต่อแล้ว ควรดูแลการบ่มด้วยน้ำยาบ่มจระเข้ แอดมิค เคียว ซึ่งทำหน้าที่เป็นแผ่นฟิล์มเคลือบผิวหน้า เพื่อไม่ให้น้ำระเหยเร็วเกินไป ทำให้ปูนพัฒนาความแข็งแรงได้เต็มที่ ป้องกันการแตกร้าวและไม่ทำให้พื้นผิวปูนเป็นฝุ่นอีกด้วย
5. ทำความสะอาดก่อนเทปูนทับหน้า

หลังติดตั้งแผ่น Hollow Core และตรวจสอบระดับกับรอยต่อเรียบร้อยแล้ว จึงเทคอนกรีตทับหน้าตามแบบโครงสร้าง โดยทั่วไปจะเทที่ความหนาประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อปรับระดับและทำให้พื้นมีผิวต่อเนื่องเป็นผืนเดียวกัน
ข้อควรรู้: ความหนาและรายละเอียดของคอนกรีตทับหน้าควรเป็นไปตามที่วิศวกรกำหนด เพราะแต่ละระบบพื้นและลักษณะการใช้งานอาจต้องการความหนาที่แตกต่างกันหรืออาจไม่จำเป็นต้องเททับหน้าเลย
ข้อดีของแผ่นพื้น Hollow Core มีอะไรบ้าง?
1. ลดน้ำหนักโครงสร้างอาคาร รับน้ำหนักได้ดีด้วยระบบคอนกรีตอัดแรง
แผ่น Hollow Core ผลิตด้วยระบบคอนกรีตอัดแรง ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักและรองรับช่วงพาดได้ตามการออกแบบ โดยช่องกลวงตามแนวยาวจะช่วยลดปริมาณคอนกรีตและน้ำหนักตัวแผ่น ทำให้ลดภาระที่ถ่ายลงสู่คาน เสา และฐานราก โครงสร้างก็รับน้ำหนักน้อยลงตามไปด้วย
2. ติดตั้งได้รวดเร็ว ลดระยะเวลาการก่อสร้าง
เพราะแผ่น Hollow Core เป็นแผ่นคอนกรีตที่ผลิตสำเร็จรูปมาจากโรงงานและขนส่งมาประกอบที่หน้างานโดยใช้เครน จึงช่วยลดขั้นตอนการทำงานบางส่วน เช่น การติดตั้งแบบหล่อและการเทคอนกรีตพื้นในพื้นที่ก่อสร้าง จึงช่วยให้ก่อสร้างได้เร็วมากขึ้น ลดระยะเวลาและค่าแรงในการก่อสร้าง
3. ลดปริมาณวัสดุและแรงงานหน้างาน ทำให้หน้างานเป็นระเบียบ
การเลือกใช้พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปช่วยลดปริมาณวัสดุ เช่น คอนกรีต เหล็กเสริม รวมถึงลดแรงงานที่ต้องใช้ที่หน้างานก่อสร้าง เพราะแผ่น Hollow Core ผลิตตามขนาดที่ออกแบบไว้และนำมาติดตั้งได้ทันที จึงช่วยให้ผู้รับเหมาจัดลำดับงานก่อสร้างได้ง่ายและลดความแออัดที่หน้างาน
4. ลดปัญหาคุณภาพจากงานหล่อพื้นในพื้นที่ก่อสร้าง
แผ่น Hollow Core ผลิตจากโรงงานภายใต้กระบวนการควบคุมคุณภาพ จึงสามารถควบคุมการผสมคอนกรีต การขึ้นรูป และการอัดแรงได้อย่างเป็นระบบ ช่วยให้แผ่นพื้นมีคุณภาพสม่ำเสมอและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานหน้างาน เช่น การผสมปูนไม่ได้สัดส่วน หรือรอยแตกร้าวหลังเทปูน
5. ป้องกันการลามไฟ ลดเสียงและลดอุณหภูมิเข้าอาคาร
คอนกรีตมีคุณสมบัติทนไฟและช่วยลดการส่งผ่านเสียงและความร้อนได้ จึงทำให้พื้น Hollow Core ช่วยเพิ่มความปลอดภัยภายในอาคารได้ในระดับหนึ่ง โดยประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่น รายละเอียดรอยต่อ และวัสดุที่ใช้ร่วมกับระบบพื้นด้วย
ข้อจำกัดของพื้น Hollow Core ที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้
1. น้ำหนักประมาณ 100-400 กิโลกรัม ต้องใช้เครนยกติดตั้ง
แผ่น Hollow Core มีน้ำหนักประมาณ 100–400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดและความหนาของแผ่น จึงต้องใช้เครนในการขนย้ายและติดตั้งหน้างาน จึงต้องเตรียมพื้นที่สำหรับรถขนส่งและเครน รวมถึงวางแผนลำดับการติดตั้งให้เหมาะสม เพื่อให้ทำงานได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
2. ต้องออกแบบตำแหน่งรับน้ำหนักให้เหมาะสม
การติดตั้งแผ่นพื้น Hollow Core ต้องวางบนคานหรือโครงสร้างที่รองรับตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบวิศวกรรม โดยต้องพิจารณาช่วงพาด น้ำหนักบรรทุก และระยะรองรับให้เหมาะสม หากเปลี่ยนตำแหน่งหรือรูปแบบการวางโดยไม่ตรวจสอบกับวิศวกร อาจส่งผลต่อความสามารถในการรับน้ำหนักและความปลอดภัยของโครงสร้างได้
3. การเจาะหรือตัดแผ่นพื้นต้องระวังโครงสร้างภายใน
ภายในแผ่น Hollow Core มีช่องกลวงและลวดอัดแรงที่ช่วยให้แผ่นคอนกรีตรับน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่ควรเจาะหรือตัดแผ่นโดยไม่ตรวจสอบตำแหน่งก่อน หากจำเป็นต้องทำช่องเปิดหรือเดินงานระบบ ควรวางตำแหน่งตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ และให้วิศวกรหรือผู้ผลิตตรวจสอบก่อนดำเนินการ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจกระทบต่อโครงสร้างของแผ่นพื้น
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด








