ประเด็นสำคัญ
- พื้น GS หรือ Ground Slab คือ พื้นคอนกรีตที่วางบนดินโดยตรง ไม่มีโครงสร้างคานรองรับ จึงก่อสร้างง่าย ประหยัดงบและเวลาทำงาน โดยพื้น GS แบ่งได้ 3 ประเภท ได้แก่ พื้น GS แบบไม่เสริมเหล็ก เหมาะกับงานรับน้ำหนักไม่มาก พื้น GS แบบเสริมเหล็ก ที่ช่วยลดการแตกร้าว และพื้น GS แบบ Post-Tension ที่ใช้ระบบอัดแรงเพื่อรองรับน้ำหนักและพื้นที่ขนาดใหญ่
- พื้นวางบนดินหรือพื้น GS นิยมใช้ในงานก่อสร้างบ้านพักอาศัย โรงจอดรถ โกดัง และพื้นที่ภายนอก บนพื้นที่ดินอัดบดแน่น แข็งแรง โดยควรเสริมความแข็งแรงให้กับพื้นคอนกรีตด้วยผลิตภัณฑ์กันซึมจระเข้อย่างจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์กันซึมทนแรงดันน้ำสูง จระเข้ รุ่น ซุปเปอร์ ชิลด์ ซีเมนต์กันซึมตกผลึกที่กันน้ำได้ทั้ง 2 ด้าน และจระเข้ อีโคชิลด์ สำหรับงานซีเมนต์ทั่วไป
สำหรับพื้นที่ที่มีชั้นดินแข็งแรง ไม่มีการทรุดตัว รวมถึงบดอัดแน่นสม่ำเสมอ พื้น GS หรือพื้นวางบนดิน ถือเป็นโครงสร้างพื้นที่ตอบโจทย์ เพราะประหยัดทั้งงบประมาณรวมถึงระยะเวลาก่อสร้าง สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักกับพื้น GS (Ground Slab) คืออะไร เหมาะกับงานก่อสร้างแบบไหนบ้างนั้น จระเข้มีความรู้ดี ๆ มาฝากกัน พร้อมพาไปดูข้อดี ข้อจำกัด และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้งาน เพื่อช่วยให้วางแผนงานก่อสร้างได้เหมาะสมและใช้งานได้อย่างยาวนาน
- พื้นดินแบบไหนสร้างพื้น GS (Ground Slab) ได้?
- พื้นวางบนดิน (Ground Slab) มีกี่ประเภท แตกต่างกันยังไง?
- ข้อดีของพื้น GS ทำไมจึงนิยมใช้ในงานบ้านและอาคาร
- ข้อจำกัดของพื้นวางบนดินที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้งาน
- ผลิตภัณฑ์กันซึมจระเข้สำหรับงานโครงสร้างคอนกรีตมีรุ่นไหนให้เลือกบ้าง?
- พื้น GS เหมาะกับงานประเภทไหนบ้าง?
- ขั้นตอนการทำพื้น GS ให้แข็งแรง ปลอดภัยจากการแตกร้าว
- ความสำคัญของการเตรียมหน้างานก่อนทำพื้น GS
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
พื้น GS คืออะไร?
พื้น GS ย่อมาจาก Ground Slab คือ พื้นคอนกรีตที่เทและถ่ายเทน้ำหนักลงบนพื้นดินโดยตรง โดยไม่มีโครงสร้างคานรองรับด้านล่างเหมือนกับการสร้างพื้นคอนกรีตแบบทั่วไป พื้น GS จึงต้องอาศัยความแข็งแรงของดินในการรองรับน้ำหนัก ซึ่งแตกต่างจากพื้นแบบคานที่ถ่ายแรงผ่านคานและเสาลงสู่ฐานราก จึงมักเรียกกันว่าพื้นวางบนดิน
ข้อควรรู้: พื้นวางบนดินโดยทั่วไปควรมีความหนาประมาณ 8–12 เซนติเมตร แต่สำหรับงานก่อสร้างทั่วไปมักแนะนำให้พื้นหนามากกว่า 10 เซนติเมตร และหากเป็นจุดที่รับน้ำหนักมากควรหนา 15-30 เซนติเมตร
พื้นดินแบบไหนสร้างพื้น GS (Ground Slab) ได้?
- พื้นที่ชั้นดินแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี พื้นดินแน่นตามธรรมชาติ เช่น ดินลูกรัง ดินดาน หรือพื้นที่ที่ไม่เคยมีประวัติทรุดตัวมาก่อน มักพบในพื้นที่ดอนหรือพื้นที่ที่อยู่ห่างจากแหล่งน้ำ
- พื้นที่ที่ไม่มีปัญหาดินทรุดตัวหรือดินอ่อนมาก ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ดินอ่อน เช่น พื้นที่ริมคลอง พื้นที่ลุ่ม ดินเลน หรือพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินสูง เพราะดินประเภทนี้มีโอกาสยุบตัวได้ง่ายเมื่อรับน้ำหนัก
- พื้นที่ที่บดอัดดินแน่นสม่ำเสมอ ควรเป็นพื้นที่ที่บดอัดดินเป็นชั้น ๆ ตามมาตรฐานการบดอัดดิน โดยมีความหนาแน่นอย่างน้อย 90% Standard Proctor Test เพื่อลดช่องว่างในชั้นดิน และลดปัญหาดินทรุดตัว
- ไม่ใช่ที่ดินถมใหม่ ดินธรรมชาติเดิมซึ่งผ่านการอัดตัวมานานแล้ว เช่น พื้นที่บ้านเดิม พื้นที่อยู่อาศัยเก่า หรือที่ดินที่ไม่ได้เพิ่งถมใหม่ เพราะความหนาแน่นในดินจะมั่นคงกว่า ต่างจากพื้นที่ถมใหม่ที่ยังมีโอกาสยุบตัวได้
พื้นวางบนดิน (Ground Slab) มีกี่ประเภท แตกต่างกันยังไง?
1. พื้น GS แบบไม่เสริมเหล็ก สำหรับพื้นที่รับน้ำหนักไม่มาก
พื้น GS แบบไม่เสริมเหล็ก เป็นพื้นวางบนดินที่ไม่ได้วางเหล็กเสริมภายใน เหมาะกับพื้นที่ที่รับน้ำหนักไม่มาก เช่น ทางเดิน ลานซักล้าง หรือพื้นที่ใช้งานทั่วไปภายนอกอาคาร แต่จะไม่เหมาะกับการใช้งานหนัก เช่น ที่จอดรถขนาดใหญ่ พื้นโกดัง หรือพื้นที่ที่มีโอกาสทรุดตัว
2. พื้น GS แบบเสริมเหล็ก (Reinforced Slab) นิยมใช้งานในอาคารทั่วไป
พื้น GS แบบเสริมเหล็ก (Reinforced Slab) เป็นพื้นวางบนดินที่นิยมใช้ในงานบ้านพักอาศัยและอาคารทั่วไป โดยจะมีการเสริมเหล็กเส้นภายในคอนกรีต เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องรองรับน้ำหนักจากการใช้งานประจำวัน เช่น พื้นภายในบ้าน โรงจอดรถ หรือโกดังขนาดเล็ก
3. พื้น GS แบบ Post-Tension ใช้ลวดอัดแรง เสริมความแข็งแกร่ง
พื้น GS แบบ Post-Tension เป็นพื้นคอนกรีตที่ใช้ลวดเหล็กแรงดึงสูงอัดแรงภายในโครงสร้าง เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักและลดการแตกร้าวของพื้น เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น โรงงาน โกดัง หรือศูนย์กระจายสินค้า ที่ต้องการพื้นที่รองรับน้ำหนักมาก และมีรอยต่อน้อย แม้จะมีต้นทุนและขั้นตอนก่อสร้างซับซ้อนกว่าระบบทั่วไป แต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาวได้ดี
ข้อดีของพื้น GS ทำไมจึงนิยมใช้ในงานบ้านและอาคาร
1. ประหยัดงบประมาณกว่าพื้นคาน
การเลือกใช้พื้น GS ช่วยประหยัดต้นทุนการก่อสร้างได้มาก เพราะขั้นตอนการทำงานที่ไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังไม่ต้องทำคานรองรับพื้น จึงประหยัดวัสดุ แรงงาน และระยะเวลาก่อสร้าง โดยทั่วไปพื้น GS มีต้นทุนต่ำกว่าพื้นระบบคานประมาณ 30-50% ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และรายละเอียดงาน จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับงานก่อสร้างขนาดเล็ก เช่น บ้านชั้นเดียว โรงจอดรถ
2. ก่อสร้างง่ายและรวดเร็ว
เพราะพื้น GS มีขั้นตอนการก่อสร้างที่ไม่ซับซ้อน เมื่อเตรียมพื้นที่และบดอัดดินเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถวางเหล็กและเทคอนกรีตได้ทันที ช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างและใช้แรงงานน้อยกว่าระบบพื้นคาน จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้าง
3. รองรับน้ำหนักได้ดีเมื่อเตรียมดินถูกต้อง
พื้น Ground Slab ที่วางอยู่บนดินซึ่งผ่านการถมและบดอัดจนได้ค่าความแน่นอย่างน้อยประมาณ 90% Standard Proctor Test จะสามารถรองรับน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะช่วยกระจายน้ำหนักลงสู่ชั้นดินได้ดียิ่งขึ้น
4. ดูแลรักษาง่ายในระยะยาว
ด้วยโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน โครงสร้างพื้น GS จึงตรวจสอบ ดูแล และซ่อมแซมได้ง่ายหากเกิดรอยแตกร้าวเล็กน้อยระหว่างก่อสร้าง ก็สามารถซ่อมเฉพาะจุดได้ นอกจากนี้ยังรองรับการปูวัสดุปิดผิวได้หลากหลาย เช่น กระเบื้อง พื้นขัดมัน และอีพ็อกซี่ ทำให้ดูแลรักษาและปรับปรุงพื้นที่ในอนาคตได้สะดวก
ข้อจำกัดของพื้นวางบนดินที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้งาน
1. เสี่ยงต่อการทรุดตัวของดิน
ข้อจำกัดสำคัญของพื้น GS คือคุณภาพของดินด้านล่าง หากดินถมใหม่หรือบดอัดไม่แน่นพอ อาจเกิดการทรุดตัวเมื่อก่อสร้างอาคาร อาจเกิดปัญหาพื้นยุบ พื้นเอียง หรือพื้นแตกร้าวได้ จึงจำเป็นต้องสำรวจและเตรียมชั้นดินให้เหมาะสมก่อนก่อสร้าง
2. ปัญหารอยแตกร้าวจากการหดตัวของคอนกรีต
โดยปกติคอนกรีตจะหดตัวตามธรรมชาติในช่วงแห้งตัว หากไม่ได้บ่มคอนกรีตด้วยจระเข้ แอดมิค เคียว น้ำยาบ่มคอนกรีตลดการสูญเสียน้ำ หรือไม่ได้ตัดรอยต่อคอนกรีตอย่างเหมาะสม อาจเกิดรอยแตกร้าวบนผิวพื้นได้ โดยเฉพาะพื้นที่กลางแจ้งที่เจอแดดและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย
ใช้จระเข้ แอดมิค เคียว เหมาะกับการบ่มคอนกรีตยังไงบ้าง?

- น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิด Sodium Silicate น้ำยาก่อตัวเป็นแผ่นฟิล์มเคลือบผิวหน้าคอนกรีต ช่วยให้ปฏิกิริยาในคอนกรีตเป็นไปอย่างสมบูรณ์
- ลดปัญหาคอนกรีตหดตัวและคอนกรีตแตกร้าวจากการสูญเสียน้ำ
- ลดฝุ่นผงบนพื้นผิวคอนกรีต ทำให้พื้นผิวงานสะอาดมากยิ่งขึ้น
- ใช้งานด้วยการพ่นได้ ช่วยประหยัดเวลาทำงาน เหมาะกับการบ่มคอนกรีตในพื้นที่กว้าง
3. ไม่เหมาะกับพื้นที่ดินอ่อนหรือดินถมใหม่
พื้นที่ดินอ่อน เช่น ดินเลน พื้นที่ริมคลอง หรือดินถมใหม่ที่ยังไม่เซตตัวเต็มที่ อาจไม่เหมาะกับการทำพื้น GS เพราะมีโอกาสทรุดตัวสูงกว่าปกติ หากจำเป็นต้องก่อสร้างในพื้นที่ลักษณะนี้ อาจต้องปรับปรุงคุณภาพดินหรือเลือกใช้ระบบโครงสร้างพื้นที่มีคานแทน
4. ความชื้นจากใต้ดิน
ความชื้นใต้ดินสามารถซึมผ่านพื้นคอนกรีตขึ้นมาสู่ผิวหน้าพื้นผิวได้ หากไม่มีระบบกันชื้นหรือกันซึมที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหาพื้นชื้น คราบเชื้อรา หรือวัสดุปิดผิว เช่น กระเบื้อง พื้นลามิเนต พื้นไม้ หลุดล่อนเสียหายได้ง่ายขึ้น จึงควรเลือกใช้วัสดุกันซึมคุณภาพดีอย่างซีเมนต์กันซึมจระเข้ร่วมกับงานโครงสร้างอาคาร
ผลิตภัณฑ์กันซึมจระเข้สำหรับงานโครงสร้างคอนกรีตมีรุ่นไหนให้เลือกบ้าง?
1. จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ สำหรับทุกพื้นที่

จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึมชนิดยืดหยุ่นแบบส่วนผสมเดียว อ่อนตัวสูงและปกปิดรอยร้าวของพื้นผิวที่มีการเคลื่อนตัวได้ไม่เกิน 0.75 มิลลิเมตร ช่วยลดปัญหาการรั่วซึมในจุดที่มีโอกาสเกิดการขยับตัวของโครงสร้าง อีกทั้งยังทนต่อรังสี UV และทนสภาพอากาศต่าง ๆ ได้ดี รวมถึงรองรับการตกแต่งทับได้ ช่วยเพิ่มความทนทานให้กับงานโครงสร้างตั้งแต่การก่อสร้าง
จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ เพิ่มความแข็งแรงให้งานโครงสร้างได้ยังไง?
- ยืดหยุ่นสูง ช่วยรองรับการขยับตัวของพื้นผิวและลดโอกาสการแตกร้าว
- ป้องกันน้ำรั่วซึมเข้าสู่โครงสร้าง ช่วยลดความเสียหายจากความชื้นในระยะยาว
- ทนแรงดันน้ำได้มากกว่า 1.5 bar โดยไม่เกิดการรั่วซึม
- ผ่านการรับรองมาตรฐาน EN 14891 และ EN1346
2. จระเข้ รุ่น ซุปเปอร์ ชิลด์ ตกผลึกกันซึมถึงภายในเนื้อคอนกรีต

จระเข้ รุ่น ซุปเปอร์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึมแบบตกผลึก ที่ช่วยป้องกันการรั่วซึมได้โดยการแทรกซึมลงไปในเนื้อคอนกรีตและก่อตัวเป็นผลึกภายใน ช่วยอุดรูพรุนและสกัดไม่ให้น้ำซึมผ่านผิวคอนกรีตได้ เหมาะกับงานกันซึมในโครงสร้างคอนกรีต ทั้งพื้น ผนัง ดาดฟ้า ห้องน้ำ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการกัดกร่อนจากสารเคมีและกรด พร้อมรองรับแรงดันน้ำได้สูงถึง 7 bar ตามมาตรฐาน BS 1881
จระเข้ รุ่น ซุปเปอร์ ชิลด์ เพิ่มความแข็งแรงให้งานโครงสร้างได้ยังไง?
- ซีเมนต์ตกผลึกช่วยอุดรูพรุนในเนื้อคอนกรีต ลดโอกาสน้ำซึมเข้าสู่โครงสร้าง
- ป้องกันการกัดกร่อนของคอนกรีตจากสารเคมีและกรด เช่น ซัลเฟต คลอไรด์ และไนเตรท
- รองรับแรงดันน้ำได้สูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานกันซึมในพื้นที่เปียกชื้นและพื้นที่เก็บน้ำ
- ใช้งานได้ทั้งด้านที่สัมผัสน้ำและด้านตรงข้าม ช่วยปกป้องโครงสร้างคอนกรีตได้รอบด้าน
3. จระเข้ อีโคชิลด์ คุ้มค่า ใช้งานง่าย ได้มาตรฐานงานกันซึม

จระเข้ อีโคชิลด์ ซีเมนต์กันซึมแบบส่วนผสมเดียวที่ใช้งานง่าย เพียงผสมน้ำก็นำไปทาหรือฉาบบนผิวคอนกรีตได้ทันที ช่วยป้องกันการรั่วซึมและปิดรอยร้าวขนาดเล็ก เหมาะกับงานกันซึมทั่วไป เช่น พื้นคอนกรีต ผนังคอนกรีต หรือสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ยังปลอดสารพิษและไม่มีกลิ่นฉุน ผ่านมาตรฐาน EN 1015, DIN EN 1062 และ ASTM D4541 ช่วยเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพสำหรับงานโครงสร้างและงานปูกระเบื้อง
จระเข้ อีโคชิลด์ เพิ่มความแข็งแรงให้งานโครงสร้างได้ยังไง?
- ช่วยป้องกันน้ำและความชื้นซึมเข้าสู่โครงสร้างคอนกรีต มีแรงยึดเกาะสูง ยึดติดกับผิวคอนกรีตและปูนฉาบ
- สามารถปิดรอยร้าวขนาดเล็กบนผิวคอนกรีต ช่วยลดรอยแตกร้าวลุกลามเป็นวงกว้าง
- ใช้งานได้ทั้งแบบทาและฉาบ จึงประยุกต์ใช้กับงานโครงสร้างและงานกันซึมได้หลายส่วน
พื้น GS เหมาะกับงานประเภทไหนบ้าง?
1. บ้านพักอาศัยชั้นเดียว
บ้านชั้นเดียวเป็นอาคารที่ไม่มีโครงสร้างซับซ้อนมากนัก พื้น Ground Slab จึงเป็นโครงสร้างพื้นที่เหมาะสม เพราะเป็นระบบพื้นที่ก่อสร้างง่าย ใช้งบประมาณไม่สูง และรองรับน้ำหนักการใช้งานภายในบ้านได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดความซับซ้อนของการก่อสร้าง เมื่อเปรียบเทียบกับระบบพื้นคาน
2. พื้นโรงจอดรถ
พื้นที่จอดรถหรือโรงจอดรถเป็นอีกพื้นที่ที่นิยมใช้พื้นวางบนดิน โดยเฉพาะพื้น GS แบบเสริมเหล็ก และหากก่อสร้างบนพื้นดินที่มีชั้นดินแน่นหนา และออกแบบความหนาของพื้นอย่างเหมาะสมที่ 15-30 เซนติเมตร ก็จะช่วยลดปัญหาพื้นแตกร้าว หรือพื้นทรุดตัวจากน้ำหนักรถได้
3. พื้นโกดัง โรงงาน
พื้น GS นิยมใช้ในโกดังและโรงงานขนาดเล็กถึงกลาง เพราะรองรับน้ำหนักจากสินค้า ชั้นวาง และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ดี อีกทั้งยังก่อสร้างได้รวดเร็วและดูแลรักษาง่าย ในบางพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักมาก อาจเลือกใช้พื้น GS แบบเสริมเหล็กหรือระบบ Post-Tension เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง
4. พื้นทางเดินและลานภายนอก
พื้นทางเดิน ลานซักล้าง หรือพื้นที่อเนกประสงค์ภายนอกบ้าน เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับพื้น GS เพราะก่อสร้างง่ายและปรับรูปแบบผิวพื้นได้หลากหลาย ทั้งพื้นขัดมัน พื้นพิมพ์ลาย หรือปูกระเบื้องภายนอก นอกจากนี้ยังช่วยรองรับการใช้งานกลางแจ้งได้ดี หากทำกันซึมด้วยซีเมนต์กันซึมจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์
ขั้นตอนการทำพื้น GS ให้แข็งแรง ปลอดภัยจากการแตกร้าว
1. การปรับพื้นที่และถมดินให้พร้อมรับน้ำหนัก
พื้น GS เป็นพื้นที่ต้องอาศัยความหนาแน่นของพื้นดินเป็นพิเศษ เพื่อให้กระจายน้ำหนักได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อนก่อสร้างพื้นวางบนดินจึงต้องสำรวจพื้นดินบริเวณที่จะก่อสร้าง ปรับพื้นดินให้หนาแน่น กำจัดเศษวัสดุ โดยหากจะถมดินใหม่ควรเลือกใช้ดินที่แข็งแรง เช่น ดินลูกรังหรือดินถมบดอัดได้ดี โดยควรถมเป็นชั้น ๆ เพื่อให้ดินกระจายตัวได้ทั่วทั้งพื้นที่
2. การบดอัดดินให้แน่นตามมาตรฐาน ป้องกันดินทรุดตัว
หลังถมดินต้องมีการบดอัดให้แน่นสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำหนัก โดยทั่วไปควรบดอัดให้ได้ค่าความแน่นประมาณ 90% ของมาตรฐาน Standard Proctor Test เพราะหากชั้นดินด้านล่างไม่หนาแน่นพอ อาจทำให้พื้นเกิดการทรุดตัวและแตกร้าวหลังก่อสร้างได้
3. วางเหล็กเสริมบนลูกปูน เพื่อเสริมความแข็งแรง
แม้พื้น GS จะถ่ายน้ำหนักลงสู่ชั้นดินโดยตรง แต่ก็มักมีการเสริมเหล็ก เพื่อช่วยลดการแตกร้าวของคอนกรีต โดยเฉพาะรอยร้าวจากการยืดหดตัวตามอุณหภูมิหรือการทรุดตัวของดินบางจุด ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ลูกปูนรองเหล็กเพื่อให้คอนกรีตกระจายตัวรอบเหล็กเสริมได้ทั่วถึง
4. เทคอนกรีตและปรับผิวหน้า
หลังเตรียมชั้นพื้นเรียบร้อยแล้ว ก็เทคอนกรีตให้ได้ความหนาตามที่ออกแบบ ระหว่างเทปูนควรใช้เครื่องสั่นคอนกรีต เพื่อไล่ฟองอากาศและให้คอนกรีตไหลเข้าเติมเต็มทุกส่วนอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นปรับผิวหน้าด้วยไม้ปาด โดยควรปาดพื้นผิวหลังจากน้ำที่ผิวหน้าซึมลงไปแล้วแต่คอนกรีตยังไม่แข็งตัวเต็มที่
5. บ่มคอนกรีตให้ได้คุณภาพด้วยจระเข้ แอดมิค เคียว

การบ่มคอนกรีตเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้พื้น GS แข็งแรง ลดการแตกร้าว และช่วยให้คอนกรีตพัฒนากำลังอัดได้เต็มประสิทธิภาพ โดยใช้ จระเข้ แอดมิค เคียว น้ำยาบ่มคอนกรีตชนิดพร้อมใช้งาน พ่นหรือทาลงบนพื้นผิวทันทีหลังคอนกรีตเริ่มแข็งตัว โดยพื้นผิวต้องไม่มีน้ำขังขณะใช้งาน ตัวน้ำยาจะช่วยลดการสูญเสียน้ำจากคอนกรีต และสลายตัวได้เองภายในประมาณ 14–28 วัน
ความสำคัญของการเตรียมหน้างานก่อนทำพื้น GS
1. ลดระยะเวลาเทคอนกรีต
การเตรียมหน้างานให้พร้อมก่อนเริ่มเทคอนกรีต เช่น การปรับระดับพื้นที่ บดอัดดินให้แน่น จะช่วยให้ขั้นตอนการเทคอนกรีตทำได้ต่อเนื่อง ลดปัญหาความล่าช้าระหว่างทำงาน และช่วยให้ควบคุมคุณภาพงานได้ง่ายขึ้น
2. เทคอนกรีตได้คุณภาพ
หากชั้นดินและพื้นที่ถูกเตรียมอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คอนกรีตเซตตัวได้ดี ลดโอกาสเกิดปัญหาพื้นทรุด แตกร้าว หรือคอนกรีตแยกตัวในภายหลัง อีกทั้งยังช่วยให้โครงสร้างพื้นแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. คอนกรีตได้ระดับ
การปรับพื้นผิวและตรวจสอบระดับพื้นให้เท่ากันก่อนเทคอนกรีต จะช่วยให้พื้นวางบนดินออกมาเรียบเสมอกันตามความต้องการ ลดปัญหาพื้นเอียง น้ำขัง หรือระดับพื้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลต่อการก่อสร้างอาคาร
การเตรียมดิน งานฐานราก และการเลือกปูนที่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดปัญหาโครงสร้างแตกร้าวเสียหายที่ยากต่อการซ่อมแซม สำหรับใครที่อยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด



