ประเด็นสำคัญ
- ค่า R ของกระเบื้องเป็นค่าที่ใช้บอกระดับการป้องกันความลื่น ยิ่งมีตัวเลขสูงก็ยิ่งมีพื้นผิวหยาบขึ้น เหมาะกับพื้นที่ต่าง ๆ ที่ต้องเจอกับน้ำและความชื้น ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอุบัติเหตุลื่นล้ม
- นอกจากค่า R กระเบื้องแล้ว ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของความสวยงาม การดูแลรักษา และประเภทกระเบื้อง เพื่อให้บ้านทั้งสวยงามตามสไตล์ที่ชอบและยังปลอดภัย โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ
กระเบื้องถือเป็นวัสดุปูพื้นที่ได้รับความนิยมทั้งในงานก่อสร้างและตกแต่งบ้าน เพราะทั้งสวยงาม แข็งแรงทนทาน และยังดูแลรักษาง่าย แต่ในการเลือกกระเบื้องมาปูพื้นบ้าน ถ้าจะดูแค่ลวดลายหรือสีอาจจะยังไม่เพียงพอ แต่จะต้องให้ความสำคัญถึงเรื่องความปลอดภัยด้วย จระเข้จะพาทุกคนไปดูความรู้ดี ๆ เรื่องค่า R กระเบื้อง ว่าคืออะไร สำคัญอย่างไร แล้วจะมีระดับไหนที่ควรรู้จักบ้าง
ค่า R กระเบื้องคืออะไร สำคัญอย่างไร ดูได้ตรงไหน?

“ค่าที่ใช้วัดระดับการป้องกันความลื่น ดูได้บนกล่องกระเบื้อง”
ค่า R หรือ Slip Resistance Rating คือ มาตรฐานที่ใช้วัดระดับความสามารถในการกันลื่นของพื้นผิวกระเบื้อง โดยทดสอบตามมาตรฐาน DIN 51130 จากประเทศเยอรมนี ซึ่งจะทดสอบด้วยการปูกระเบื้องเป็นทางลาดชัน แล้วให้คนใส่รองเท้าเดินบนพื้นเปียก เพื่อทดสอบการป้องกันความลื่น แล้วจะวัดความหนืดตามองศาที่ใช้ที่กำหนดนั่นเอง
ดังนั้นค่า R ของกระเบื้องถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นล้ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับความชื้น น้ำ อยู่เป็นประจำ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ทางเดินภายนอก หรือโรงงานอุตสาหกรรม
การอ่านค่า R กระเบื้องดูได้ง่าย ๆ บนกล่องใส่กระเบื้อง จะแบ่งออกได้เป็นระดับ R9 ถึง R13 โดยค่า R ของกระเบื้อง ยิ่งมีตัวเลขสูงก็จะป้องกันความลื่นได้ดี เลือกใช้ได้ตามพื้นที่ที่ต้องการ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุภายในบ้าน
ค่า R แต่ละระดับเหมาะกับการใช้งานแบบใดบ้าง
1. R9 พื้นเรียบสบายเท้า

“กันลื่นต่ำ เหมาะกับพื้นที่แห้ง”
สำหรับพื้นที่ที่ไม่โดนน้ำหรือความชื้นเยอะมาก เลือกใช้ค่า R ของกระเบื้องอยู่ที่ R9 ได้ ซึ่งมีระดับความหนืดอยู่ที่ 3-10 องศา เหมาะสำหรับใช้กับห้องโถง ห้องรับแขก หรือห้องรับประทานอาหาร หรือจะใช้ภายในออฟฟิศก็ได้เหมือนกัน ถือเป็นกระเบื้องผิวเรียบที่เดินได้สบายเท้า และยังใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย
2. R10 พื้นหยาบเล็กน้อย

“กันลื่นปานกลาง เหมาะกับพื้นที่ในบ้านที่อาจเปียกน้ำเล็กน้อย”
หากเป็นพื้นที่ภายในบ้านที่อาจจะโดนน้ำได้บ้าง อย่างห้องครัว และห้องน้ำในโซนแห้ง บริเวณอ่างล้างหน้าหรือหน้ากระจก ค่า R10 ถือเป็นค่า R ของกระเบื้องที่เหมาะสม ซึ่งจะมีความหยาบเล็กน้อย ช่วยเพิ่มแรงเสียดทานให้ปลอดภัยมากขึ้น จึงใช้งานได้ดีในพื้นที่ที่มีโอกาสเปียกเล็กน้อย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการทำความสะอาด
3. R11 พื้นหยาบขึ้น ปลอดภัยขึ้น

“กันลื่นดี เหมาะกับพื้นเปียก พื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ”
พื้นที่เปียกประจำอย่างห้องน้ำโซนเปียก ควรจะต้องปลอดภัยมากเป็นพิเศษ ควรเลือกค่า R กระเบื้องอยู่ที่ R11 จะช่วยลดความเสี่ยงในการลื่นล้มได้ดียิ่งขึ้น เพราะพื้นผิวเปียกจะทำให้เดินสบายขึ้นและปลอดภัยขึ้น เหมาะกับบ้านที่มีสมาชิกเป็นเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
4. R12 แรงเสียดทานสูง กันลื่นได้ดี

“กันลื่นสูง เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้ง โรงจอดรถ”
บริเวณภายนอกบ้านอย่างทางเดินหน้าบ้าน ระเบียง ลานซักล้าง ที่ต้องเจอความชื้น ฝนตก พื้นเปียกเป็นประจำ ควรเลือกกระเบื้องค่า R12 ที่มีพื้นผิวหยาบมากขึ้น ป้องกันความลื่นได้ดีจากฝน น้ำรดต้นไม้ หรือคราบน้ำจากการซักล้าง
5. R13 หยาบพิเศษ กันลื่นดีสุด

“กันลื่นสูงสุด เหมาะกับพื้นที่ลื่นพิเศษ”
สำหรับบ้านไหนที่เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ ลดโอกาสหกล้มในห้องน้ำให้กับผู้สูงอายุ R13 ถือเป็นค่า R ของกระเบื้อง ที่ช่วยป้องกันการลื่นล้มได้ดีที่สุด โดยจะใช้กับพื้นที่ภายนอกอย่างระเบียง โรงรถ หรือลานซักล้างก็ได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามกระเบื้องค่า R13 อาจไม่เหมาะกับการใช้งานในบ้านทั่วไปเท่าไรนัก เพราะพื้นผิวที่หยาบมาก อาจทำให้เดินไม่สบายเท้ามากนัก
กระเบื้องค่า R เท่าไร เหมาะกับห้องไหนของบ้านบ้าง?
| ค่า R กระเบื้อง | พื้นที่ในบ้าน | เหตุผล |
|---|---|---|
| R9 - R10 | ห้องนอน / ห้องนั่งเล่น | พื้นที่แห้ง ไม่มีโอกาสเปียกน้ำ ไม่จำเป็นต้องกันลื่นสูง |
| R10 - R11 | ห้องครัว | มีโอกาสน้ำหกหรือน้ำมันกระเด็น ควรเลือกกระเบื้องกันลื่นปานกลาง |
| R10 | ห้องน้ำโซนแห้ง เช่น หน้ากระจกหรืออ่างล้างหน้า | ไม่เปียกน้ำตลอดเวลา ใช้พื้นผิวที่กันลื่นได้ระดับปานกลาง |
| R11-R13 | ห้องน้ำโซนเปียก เช่น โซนอาบน้ำ หรือ Walk-in Shower | เปียกน้ำบ่อย ควรใช้กระเบื้องที่กันลื่นได้ดีเพื่อลดอุบัติเหตุ |
| R10 - R11 | บันไดภายในบ้าน | ป้องกันการลื่นล้ม โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ |
| R11 - R13 | ระเบียงบ้านหรือลานซักล้าง | โดนฝนหรือน้ำจากการรดน้ำต้นไม้ ควรมีกันลื่นที่ดีขึ้น |
เปลี่ยนพื้นลื่นให้ปลอดภัย ด้วยจระเข้ อีซี่ น้ำยากันพื้นลื่นห้องน้ำ

ภาพ: จระเข้ อีซี่ น้ำยากันพื้นลื่นห้องน้ำ
บ้านไหนที่มีพื้นกระเบื้องอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เลือกแบบที่มีค่า R กระเบื้องเหมาะสม เจอปัญหาพื้นลื่น รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย แต่ไม่สะดวกจะรื้อพื้นปูใหม่ ให้จระเข้ อีซี่ น้ำยากันพื้นลื่นห้องน้ำ เป็นทางออก เพราะเป็นน้ำยาที่สร้างความฝืดบนพื้นผิวกระเบื้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พื้นผิวได้มาตรฐาน DCOF เทียบเคียงระดับ R11 ขึ้นไป ตอบโจทย์บ้านที่อยากเสริมความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ
- ใช้กับพื้นกระเบื้องโดยเฉพาะ สร้างความฝืดเมื่อพื้นเปียกน้ำ (ยกเว้นกระเบื้องเคลือบแก้ว)
- ไร้สารตกค้าง ไม่เป็นอันตรายต่อคนในบ้าน
- ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน หรือบริเวณที่เสี่ยงต่อการลื่นล้ม
- ใช้งานง่ายเพียงเทบนฟองน้ำแล้วทาลงบนพื้นที่ที่ต้องการแล้วรอ 45-60 นาที ประสิทธิภาพยาวนานนับปี
ชมรายละเอียดจระเข้ อีซี่ น้ำยากันพื้นลื่นห้องน้ำ สั่งซื้อจระเข้ อีซี่ น้ำยากันพื้นลื่นห้องน้ำ
นอกจากค่า R การเลือกกระเบื้องที่เหมาะสม มีปัจจัยอะไรที่ต้องให้ความสำคัญ?
1. ความสวยงาม

กระเบื้องไม่ได้เป็นเพียงวัสดุที่ใช้ปูพื้นหรือผนังเท่านั้น แต่ยังเป็นวัสดุที่ใช้ตกแต่งบ้านให้ตรงกับบรรยากาศและสไตล์ที่ชอบด้วย การเลือกกระเบื้องที่มีลวดลาย สี และพื้นผิวที่เข้ากับดีไซน์โดยรวมของบ้าน จะช่วยให้พื้นที่ดูสวยงามและน่าอยู่มากขึ้น
- บ้านสไตล์ลอฟท์ เลือกใช้กระเบื้องลายปูนเปลือยหรือกระเบื้องสีดำด้านเพื่อให้ดูดิบเท่และมีเอกลักษณ์
- บ้านสไตล์โมเดิร์น เลือกใช้กระเบื้องแกรนิตโต้สีขาวหรือสีเทาเพื่อให้ดูหรูหราและทันสมัย
- บ้านสไตล์มินิมอล เลือกกระเบื้องสีขาว สีครีม หรือลายธรรมชาติอย่างลายไม้ ทำให้บ้านดูเรียบง่ายและอบอุ่นขึ้น
2. การดูแลรักษา

เพราะกระเบื้องแต่ละประเภทแตกต่างกันในเรื่องของการดูแลรักษา เช่น กระเบื้องผิวมันอาจทำความสะอาดง่ายเพราะไม่อมฝุ่น แต่ก็มีข้อเสียคืออาจเกิดรอยนิ้วมือและคราบน้ำได้ง่าย ในขณะที่กระเบื้องผิวด้านอาจกันลื่นได้ดีกว่า แต่ก็อาจมีปัญหาเรื่องคราบฝังแน่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สัมผัสกับคราบไขมันหรือสบู่บ่อย ๆ เช่น ห้องครัวและห้องน้ำ จึงควรเลือกพื้นผิวให้เหมาะกับพื้นที่ที่จะใช้งาน
เจอคราบขาวบนกระเบื้องอย่าลืมเลือกจระเข้ อีซี่ น้ำยาขจัดคราบขาวหินปูน

บ้านไหนที่เจอปัญหาคราบขาว คราบหินปูนบนพื้นกระเบื้อง แค่เลือกใช้จระเข้ อีซี่ น้ำยาขจัดคราบขาวหินปูนเป็นตัวช่วย เพราะออกแบบมาสำหรับใช้ขจัดคราบขาวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างความชื้น น้ำ และคราบเกลือสะสมเกิดเป็นแคลเซียม หินปูนเกาะติด ใช้งานสะดวกสบาย โดยไม่ทำลายพื้นผิวกระเบื้องอีกด้วย
- ใช้สำหรับขจัดคราบขาวโดยเฉพาะ
- ฉีดพ่นโดยตรง ทิ้งไว้ 4-5 นาที แล้วขัดพร้อมล้างด้วยน้ำสะอาด ถ้ายังไม่สะอาดก็ทำซ้ำอีกรอบได้
ชมรายละเอียดจระเข้ อีซี่ น้ำยาขจัดคราบขาวหินปูน สั่งซื้อจระเข้ อีซี่ น้ำยาขจัดคราบขาวหินปูน
3. ประเภทกระเบื้อง

การเลือกประเภทกระเบื้องให้เหมาะกับห้องที่จะปู สไตล์การตกแต่ง ไปจนถึงงบประมาณที่มี เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด สำหรับกระเบื้องประเภทไหนที่น่าเลือกใช้ในบ้านบ้าง จระเข้มีแนวทางให้ดูกัน
- กระเบื้องแกรนิตโต้ มีส่วนผสมของผงหินแกรนิต จึงมีสีสันเป็นธรรมชาติ ทนต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดี เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความสวยงาม เช่น ห้องรับแขก หรือโถงทางเดิน
- กระเบื้องเซรามิก เป็นกระเบื้องที่ได้รับความนิยมสูง เพราะราคาประหยัด มีให้เลือกหลากหลายลวดลาย แต่ถือว่าทนทานน้อยกว่ากระเบื้องประเภทอื่น
- กระเบื้องพอร์ซเลน แข็งแรง ทนทานกว่ากระเบื้องเซรามิก เพราะผลิตจากดินขาวคุณภาพสูง และยังดูดซึมน้ำต่ำ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับความชื้น เช่น ห้องน้ำและห้องครัว
- กระเบื้องโมเสก นิยมใช้ตกแต่งผนังและพื้นห้องน้ำ เพราะกันลื่นได้ดี แต่ต้องใช้เวลาและความชำนาญในการติดตั้ง
สนใจเรื่องกระเบื้อง อยากทำความรู้จักให้มากกว่านี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ทำความรู้จัก ประเภทกระเบื้องแบบต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ
ปูกระเบื้องได้มาตรฐาน ไม่หลุดล่อน เลือกกาวซีเมนต์และยาแนวจระเข้

ภาพ: ผลิตภัณฑ์ปูกระเบื้องจระเข้
ไม่ว่าจะกระเบื้องประเภทไหน แผ่นใหญ่แผ่นเล็ก ปูแล้วติดแน่น หมดปัญหากระเบื้องบวม แตก ระเบิดหลุดล่อน แค่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปูกระเบื้องจระเข้ ทั้งกาวซีเมนต์คุณภาพสูง มีให้เลือกหลายรุ่นออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลายตามสไตล์การตกแต่งบ้าน และกาวยาแนวจระเข้ที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างแผ่นกระเบื้อง ป้องกันสิ่งสกปรก เชื้อโรคเข้าไปฝังตัวอยู่ใต้แผ่นกระเบื้อง ให้พื้นและผนังสวยเป๊ะอยู่คู่ครอบครัวไปอีกนาน
ชมรายละเอียดผลิตภัณฑ์ปูกระเบื้อง สั่งซื้อผลิตภัณฑ์งานปูกระเบื้อง
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด



