ประเด็นสำคัญ
- การปูกระเบื้องห้องครัวที่ถูกต้องควรใช้วิธีปูด้วยกาวซีเมนต์และเกรียงหวี โดยให้เริ่มจากการปรับพื้นผิวให้เรียบได้ระดับ เตรียมพื้นผิวให้สะอาด แล้วใช้เกรียงหวีปาดกาวซีเมนต์ให้เป็นร่อง จากนั้นปูกระเบื้องและยาแนวให้เรียบร้อย โดยทิ้งไว้ให้แห้งสนิทอย่างน้อย 10 วันก่อนเริ่มใช้งาน เพื่อให้กระเบื้องห้องครัวแข็งแรงพร้อมรับการใช้งาน
- สำหรับกาวซีเมนต์ปูกระเบื้องห้องครัว ควรเลือกกาวซีเมนต์ จระเข้เขียว ที่ได้มาตรฐานอเมริกา ปาดลื่น ปูได้สะดวก กาวซีเมนต์ จระเข้ทอง มีส่วนผสมของผงลาเท็กซ์ ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะสูงพิเศษ ปูทับได้หลายพื้นผิว และกาวซีเมนต์ จระเข้เงิน เหมาะสำหรับงานปูกระเบื้องทับพื้นเดิมโดยไม่ต้องรื้อ ช่วยประหยัดเวลาการรีโนเวตห้องครัว
ห้องครัวเป็นพื้นที่ที่ต้องเจอกับทั้งความร้อน ความชื้น และคราบน้ำมัน การปูกระเบื้องห้องครัวจึงไม่ควรเลือกที่ความสวยงามเท่านั้น แต่ควรเลือกวัสดุที่แข็งแรง และปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้กระเบื้องยึดติดแน่น ป้องกันปัญหากระเบื้องโก่ง หลุดล่อน หรือแตกร้าว สำหรับวิธีการปูกระเบื้องครัวที่ถูกต้องต้องทำยังไงบ้าง ควรดูแลยังไงบ้างให้กระเบื้องเหมือนใหม่อยู่เสมอ จระเข้มีความรู้ดี ๆ มาฝากทุกคนกัน
- อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับปูกระเบื้องห้องครัวมีอะไรบ้าง?
- ขั้นตอนปูกระเบื้องพื้นห้องครัวแบบ step-by-step
- รวมกาวซีเมนต์จระเข้สำหรับปูกระเบื้องห้องครัวให้แข็งแรง ใช้งานได้เต็มที่
- ปูพื้นกระเบื้องห้องครัวใหม่ทับพื้นเดิมได้ไหม?
- ปูกระเบื้องห้องครัวต้องทำกันซึมก่อนไหม?
- ปูกระเบื้องห้องครัวต้องทำยาแนวทุกครั้งไหม?
- กระเบื้องห้องครัวมีกี่ประเภท เลือกแบบไหนดี?
- วิธีดูแลรักษากระเบื้องห้องครัวให้ใหม่อยู่เสมอ
- 10 ไอเดียกระเบื้องปูพื้นครัวหลายสไตล์ เปลี่ยนครัวให้น่าทำอาหารกว่าเดิม
- สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop
ปูกระเบื้องห้องครัว ปูแบบไหนดี ให้ทนทาน แข็งแรง?

การปูกระเบื้องห้องครัวควรเลือกวิธีปูด้วยกาวซีเมนต์และเกรียงหวี เพราะทำให้กาวซีเมนต์กระจายตัวสม่ำเสมอหลังแผ่นกระเบื้อง ลดปัญหาโพรงอากาศใต้กระเบื้อง ซึ่งทำให้น้ำและความชื้นแทรกซึมเข้าไปได้ ส่งผลให้กระเบื้องโก่ง หลุดล่อน หรือระเบิดได้
วิธีปูกระเบื้องห้องครัวที่ควรหลีกเลี่ยง:
- ปูแบบซาลาเปา เป็นการโปะปูนกาวหรือปูนซีเมนต์เป็นก้อนตามมุมกระเบื้อง ซึ่งจะทำให้กาวซีเมนต์ยึดเกาะไม่เต็มแผ่น เกิดโพรงอากาศใต้แผ่นกระเบื้อง ส่งผลให้กระเบื้องหลุดล่อนในที่สุด
- ปูแบบเปียก เป็นการใช้ปูนซีเมนต์แทนกาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง แต่เพราะปูนซีเมนต์ไม่มีคุณสมบัติยึดเกาะสูงเหมือนกับกาวซีเมนต์ กระเบื้องห้องครัวจึงมีโอกาสหลุดล่อนเร็วมากขึ้น
- ปูแบบขุยหนู เป็นการผสมปูนซีเมนต์ ทราย และน้ำ โดยผสมกันแบบไม่เหลวมาเป็นเนื้อหมาด ๆ แล้วนำไปปาดก่อนปูกระเบื้อง ซึ่งวิธีนี้มีโอกาสที่กระเบื้องจะจมลงในเนื้อซีเมนต์ และทำให้กระเบื้องไม่ได้ระดับหรือแต่ละแผ่นไม่เท่ากัน
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับปูกระเบื้องห้องครัวมีอะไรบ้าง?

- กระเบื้องปูพื้นครัว: ควรเลือกกระเบื้องเซรามิกพอร์ซเลนหรือกระเบื้องแกรนิตโต้ ที่แข็งแรง ทนต่อความชื้น เหมาะกับใช้ปูกระเบื้องห้องครัว
- กาวซีเมนต์ จระเข้เขียว: กาวซีเมนต์ยอดขายอันดับ 1 จากจระเข้ มาตรฐานอเมริกา ยึดเกาะกระเบื้องกับพื้นได้แน่น ลดปัญหาหลุดล่อน
- กาวยาแนว จระเข้ พรีเมี่ยม พลัส เงิน: ใช้ยาแนวให้เต็มร่อง ช่วยป้องกันคราบสกปรกและความชื้นสะสม
- เกรียงหวี: ใช้ปาดกาวซีเมนต์ให้เป็นร่องสม่ำเสมอและขยายตัวยึดเกาะได้เต็มแผ่น
- เกรียงยางสำหรับปาดยาแนว: ใช้ปาดยาแนวลงร่องกระเบื้องเต็มร่อง
- ถังผสม: ใช้สำหรับผสมกาวซีเมนต์และกาวยาแนวให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม
- เครื่องผสมรอบต่ำ: ช่วยผสมกาวให้เข้ากันดี ลดปัญหาเนื้อกาวจับตัวเป็นก้อน
- ลูกลอยน้ำ: ใช้ตรวจสอบระดับความเรียบของพื้นกระเบื้อง
- ค้อนยาง: ใช้สำหรับเคาะแผ่นกระเบื้องให้กาวซีเมนต์กระจายตัวได้ทั่งถึงทั้งแผ่น
- อุปกรณ์จัดแนวกระเบื้องจระเข้: ใช้จัดระยะห่างระหว่างแผ่นกระเบื้อง ให้มีร่องลึกและระยะห่างที่สม่ำเสมอเท่ากันทั้งห้อง
- ฟองน้ำ: ใช้เช็ดคราบกาวและทำความสะอาดยาแนวส่วนเกิน
- ผ้าแห้งสะอาด: ใช้เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวหลังติดตั้ง
- น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดทั่วไป: ใช้ทำความสะอาดคราบสกปรกก่อนและหลังปูกระเบื้อง
- น้ำยาจระเข้ ขจัดคราบซีเมนต์: ใช้ทำความสะอาดคราบกาวยาแนวส่วนเกินหลังยาแนวแห้งแล้ว
ขั้นตอนปูกระเบื้องพื้นห้องครัวแบบ step-by-step
1. ปรับพื้นให้เรียบเนียน ได้ระดับเท่ากันทั้งห้อง
ควรปรับระดับพื้นก่อนปูกระเบื้องทุกครั้ง เพื่อให้พื้นเรียบเสมอกันและช่วยให้กาวซีเมนต์ยึดเกาะได้เต็มประสิทธิภาพ หากพื้นเดิมลาดเอียง เป็นแอ่ง หรือมีรอยแตกร้าว อาจทำให้กระเบื้องปูพื้นครัวไม่ได้ระดับ เกิดช่องว่างใต้กระเบื้อง รวมถึงกระเบื้องแตกร้าว เพื่อปรับระดับพื้นให้เรียบเนียนก่อนปูกระเบื้อง ควรเลือกใช้จระเข้ เซลฟ์-เลเวลลิ่ง ปูนปรับระดับพื้นชนิดไหลตัวได้
2. ทำกันซึมและเตรียมพื้นผิวให้สะอาด ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะ
ก่อนเริ่มปูกระเบื้องห้องครัว ควรทำกันซึมก่อนปูกระเบื้องด้วยซีเมนต์ทากันซึมจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ทั้งที่พื้นและผนัง เมื่อกันซึมแห้งสนิทแล้ว ก็ทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือสิ่งสกปรกตกค้าง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวซีเมนต์และลดปัญหากระเบื้องหลุดล่อน
3. ผสมกาวซีเมนต์ จระเข้เขียว 2.5 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน
เตรียมน้ำสะอาดใส่ในถังผสม แล้วเทกาวซีเมนต์ จระเข้เขียว 2.5 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน จากนั้นใช้เครื่องผสมรอบต่ำประมาณ 150 รอบ ต่อนาที ผสมให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที เพื่อให้กาวซีเมนต์บ่มตัว โดยก่อนจะใช้เกรียงปาด ควรกวนกาวซีเมนต์อีกครั้ง
4. ใช้เกรียงหวีปาดกาวซีเมนต์ ปูกระเบื้อง และใช้ค้อนยางเคาะให้ติดแน่น
ใช้เกรียงหวีปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นผิวให้เป็นร่องสม่ำเสมอ โดยจับเกรียงทำมุม 60 องศา ไล้กาวซีเมนต์บาง ๆ ที่หลังแผ่นกระเบื้อง เพื่อให้กาวซีเมนต์ยึดเกาะได้ดีขึ้น จากนั้นวางแผ่นกระเบื้องโดยสไลด์แผ่นกระเบื้องไปทางขวางในทิศทางตั้งฉากกับแนวร่องที่ปาดไว้ แล้วใช้ค้อนยางเคาะกระเบื้องเบา ๆ ให้ทั่วแผ่น และใช้อุปกรณ์จัดแนวกระเบื้อง จระเข้ แบ่งร่องยาแนวให้เท่ากันทั้งห้อง
5. จัดแนวกระเบื้องภายใน 15 นาที ก่อนกาวซีเมนต์เซตตัว
ควรจัดแนวกระเบื้องภายใน 15 นาที ก่อนกาวซีเมนต์เซตตัว ควรรีบตรวจสอบระดับและแนวของกระเบื้องทันที โดยใช้ลูกลอยน้ำช่วยเช็กความเรียบ สำหรับระยะเวลาเซตตัวนั้นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่หน้างาน หากอากาศร้อนกาวซีเมนต์ก็อาจเซตตัวเร็วขึ้นได้ และไม่ควรเคาะหรือจัดแนวกระเบื้องซ้ำอีกครั้งหลังครบเวลาที่กำหนด
6. บ่มกระเบื้องอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนยาแนว
หลังปูกระเบื้องเสร็จ ควรปล่อยให้กาวซีเมนต์บ่มตัวอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยห้ามเปิดใช้งานพื้นที่ หลีกเลี่ยงการเดินหรือวางของหนักบนพื้น เพื่อช่วยให้กระเบื้องยึดเกาะได้เต็มประสิทธิภาพ และลดโอกาสเกิดปัญหากระเบื้องขยับตัวในภายหลัง
7. ใช้น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดทั่วไป ก่อนทำยาแนว
ก่อนเริ่มยาแนวควรทำความสะอาดฝุ่น คราบกาว และสิ่งสกปรก ทั้งบนผิวกระเบื้องและร่องกระเบื้อง โดยใช้น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดทั่วไป เพื่อให้ร่องยาแนวสะอาด เนื้อกาวยาแนวยึดเกาะได้เต็มร่อง
8. ผสมกาวยาแนว จระเข้ พรีเมี่ยม พลัส เงิน 3 ส่วน กับ น้ำ 1 ส่วน
เตรียมถังและน้ำสะอาดสำหรับผสมกาวยาแนวจระเข้ พรีเมี่ยม พลัส เงิน โดยใส่กาวยาแนว 3 ส่วน ผสมลงในน้ำ 1 ส่วน จากนั้นคนให้เข้ากันหรือใช้เครื่องผสมรอบต่ำช่วย แล้วทิ้งไว้ 5 นาที ให้เคมีบ่มตัวก่อนเริ่มยาแนว
ข้อควรรู้: หลังผสมกาวยาแนวและปล่อยให้เคมีบ่มตัวเรียบร้อยแล้ว ควรกวนกาวยาแนวเป็นระยะระหว่างใช้งาน หากกาวยาแนวเริ่มเหนียวข้นเกินไป ไม่ควรเติมน้ำเพิ่ม แต่ควรผสมใหม่ทั้งหมด
9. ใช้เกรียงยางปาดและเช็ดยาแนวส่วนเกิน
ใช้เกรียงยางปาดกาวยาแนวลงในร่องกระเบื้องให้เต็มร่อง แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดเช็ดยาแนวส่วนเกินออกจากผิวกระเบื้อง โดย 72 ชั่วโมงแรก ให้ใช้กระดาษเหนียวหรือกระดาษห่อของสีน้ำตาล คลุมกระเบื้องไว้เพื่อป้องกันฝุ่นเกาะบนผิวยาแนวและให้ยาแนวบ่มตัว
หลังจากนั้นทิ้งกระเบื้องที่ปูและยาแนวเสร็จแล้วทิ้งไว้ 10 วัน และทำความสะอาดคราบยาแนวส่วนเกินด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาจระเข้ ขจัดคราบซีเมนต์ สำหรับกำจัดคราบยาแนวโดยเฉพาะ ป้องกันกระเบื้องเปลี่ยนสีหรือเป็นรอยด่าง
รวมกาวซีเมนต์จระเข้สำหรับปูกระเบื้องห้องครัวให้แข็งแรง ใช้งานได้เต็มที่
1. กาวซีเมนต์ จระเข้เขียวมาตรฐานอเมริกา ปาดลื่น ปูง่าย

สำหรับงานปูกระเบื้องห้องครัวด้วยกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องพอร์ซเลนและกระเบื้องแกรนิตโต้ทั่วไป ควรเลือกใช้กาวซีเมนต์ จระเข้เขียว กาวซีเมนต์ยอดขายอันดับ 1 ที่ตอบโจทย์งานปูกระเบื้องห้องครัวได้อย่างคุ้มค่า แรงยึดเกาะสูง ปูง่าย เนื้อกาวปาดลื่น ใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องแช่กระเบื้องในน้ำก่อนปู จึงช่วยประหยัดเวลาและทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น
กาวซีเมนต์ จระเข้เขียวเหมาะกับงานปูกระเบื้องห้องครัวยังไงบ้าง?
- ใช้ได้กับกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาดใหญ่ ทั้งพื้นและผนังภายในอาคาร
- ปาดลื่น เนื้อละเอียด ทำงานง่าย ช่วยให้ปูกระเบื้องได้รวดเร็วและเรียบสวย
- ผ่านมาตรฐาน ANSI A118.1 และ มอก. 2703-2566 ช่วยเพิ่มความมั่นใจเรื่องคุณภาพและการยึดเกาะ
2. กาวซีเมนต์ จระเข้ทอง ยึดเกาะแน่น ปูทับได้หลายพื้นผิว

เสริมความแข็งแรงให้กับพื้นกระเบื้องห้องครัวด้วย กาวซีเมนต์ จระเข้ทอง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานปูกระเบื้องห้องครัวโดยเฉพาะ ทั้งพื้นที่ที่ต้องเจอกับความชื้น ความร้อน และการใช้งานหนักในทุกวัน ปูทับพื้นเดิมได้โดยไม่ต้องรื้อของเก่า และยังปูบนโครงสร้างไม้อัดหรือแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ได้ นอกจากนี้ยังมีกาวซีเมนต์สีขาวให้เลือก เหมาะกับทั้งกระเบื้องสีอ่อนและกระเบื้องโปร่งแสง
กาวซีเมนต์ จระเข้ทองเหมาะกับงานปูกระเบื้องห้องครัวยังไงบ้าง?
- ผลิตจากวัสดุคุณภาพบวกกับผงลาเท็กซ์ ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะให้สูงเป็นพิเศษ
- ทนต่อแรงสั่นสะเทือน ยืดหยุ่นสูง ทนต่อทุกสภาพอากาศ
- ปูกระเบื้องได้ทุกชนิดไม่ว่าจะแผ่นเล็ก แผ่นใหญ่ รวมถึงหินธรรมชาติ หินแกรนิต หินอ่อน
- ปูกระเบื้องขนาดใหญ่พิเศษได้ทั้งพื้นและผนัง ภายนอกและภายใน
3. กาวซีเมนต์ จระเข้เงิน ปูกระเบื้องห้องครัวทับกระเบื้องเดิมโดยไม่ต้องรื้อ

สำหรับงานรีโนเวตห้องครัวที่มีโครงสร้างแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นกระเบื้องเดิม ควรเลือกใช้กาวซีเมนต์ จระเข้เงิน กาวซีเมนต์ที่เหมาะสำหรับงานปูทับกระเบื้องเดิม ช่วยลดทั้งฝุ่น ประหยัดเวลาการทำงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน โดยมีแรงยึดเกาะสูง รองรับการใช้งานกับกระเบื้องแผ่นใหญ่ และยังมีกาวซีเมนต์ขาวสำหรับกระเบื้องสีอ่อนให้เลือกโดยเฉพาะอีกด้วย
กาวซีเมนต์ จระเข้เงินเหมาะกับงานปูกระเบื้องห้องครัวยังไงบ้าง?
- เหมาะสำหรับปูกระเบื้องแกรนิตโต้แผ่นใหญ่ ทั้งพื้นและผนัง ภายใน-ภายนอกอาคาร
- ใช้ปูหินอ่อน หินแกรนิต และหินธรรมชาติได้ โดยไม่ต้องใช้ตะขอยึด
- ให้แรงยึดเกาะสูง ผ่านมาตรฐาน ANSI A118.1, A118.4, A118.15 และ มอก. 2703-2566 ชั้นคุณภาพสูง
ปูพื้นกระเบื้องห้องครัวใหม่ทับพื้นเดิมได้ไหม?

หากต้องการปูกระเบื้องห้องครัวทับพื้นเดิมสามารถทำได้ แต่จะต้องให้วิศวกรตรวจสอบความแข็งแรงของพื้นเดิมและอาคาร รวมถึงต้องตรวจสอบด้วยว่าพื้นผิวเดิมมีปัญหารั่วซึม มีความชื้นสะสมหรือไม่ และที่สำคัญควรเลือกใช้กาวซีเมนต์สำหรับปูทับพื้นเดิมอย่างกาวซีเมนต์ จระเข้เงิน เพื่อให้พื้นกระเบื้องห้องครัวยึดเกาะแน่น ป้องกันปัญหาหลุดล่อนเสียหาย
ก่อนปูกระเบื้องทับพื้นเดิมควรรู้อะไรบ้าง มีขั้นตอนยังไง เพื่อให้ปูได้ติดแน่น ทนนาน ตามไปอ่านความรู้ดี ๆ ต่อได้ที่ ปูกระเบื้องใหม่ทับกระเบื้องเก่า ใช้ปูนกาวแบบไหนดี ทำยังไงบ้าง?
ปูกระเบื้องห้องครัวต้องทำกันซึมก่อนไหม?
ก่อนปูกระเบื้องห้องครัวควรทำกันซึมทั้งพื้นและผนังเสมอ เพราะถึงห้องครัวจะไม่ใช่พื้นที่เปียกตลอดเวลาเหมือนห้องน้ำ แต่ก็มีโอกาสจะเกิดปัญหารั่วซึมตรงจุดที่สัมผัสน้ำบ่อย เช่น บริเวณซิงก์ล้างจาน พื้นที่เตรียมอาหาร โดยควรเลือกซีเมนต์กันซึมที่ทนความชื้น ทนแรงดันน้ำได้สูง รวมถึงไม่มีสารพิษ อย่างจระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึมชนิดยืดหยุ่น ใช้งานง่าย เหมาะกับการใช้งานทั้งที่พื้นและผนังครัว
จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์กันซึมก่อนปูกระเบื้องห้องครัว

บริเวณห้องครัวถือเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสความชื้นและน้ำอยู่เป็นประจำ หากไม่ได้ทำกันซึมก่อนปูกระเบื้อง อาจเกิดปัญหารั่วซึมทำให้กระเบื้องหลุดล่อน ดังนั้นก่อนปูกระเบื้องห้องครัวจึงควรเลือกใช้ซีเมนต์กันซึมที่มีความยืดหยุ่นและรองรับการขยับตัวของพื้นผิวได้ดีอย่าง จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์ ที่ใช้งานง่ายเพียงผสมน้ำ ช่วยปกปิดรอยร้าว ทนแรงดันน้ำได้ดี ปล่อยเปลือยหรือปูกระเบื้องทับได้ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งก่อนปูกระเบื้องห้องครัว
จระเข้ เฟล็กซ์ ชิลด์เหมาะกับงานกันซึมก่อนปูกระเบื้องยังไงบ้าง?
- ไม่มีสารพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทนต่อแรงดันน้ำสูงกว่า 1.5 bar โดยไม่เกิดการรั่วซึม
- แรงยึดเกาะสูง ใช้ทำกันซึมบนพื้นผิวที่ไม่ใช่คอนกรีต จะเปลี่ยนผิววัสดุให้เป็นคอนกรีตได้ เช่น กระเบื้อง ไม้ พลาสติก โลหะ
- มีให้เลือกหลายสี ได้แก่ สีเทา สีขาว สีเขียว สีฟ้า และสีดำ
- ได้มาตรฐาน EN 14891 และ EN1346 และใช้เพิ่มคะแนนรับรองมาตรฐานอาคารเขียวได้
ปูกระเบื้องห้องครัวต้องทำยาแนวทุกครั้งไหม?
ควรทำยาแนวทุกครั้งหลังปูกระเบื้องห้องครัว เพราะการยาแนวเป็นขั้นตอนที่เพิ่มความเรียบร้อยสวยงามให้กับงานปูกระเบื้อง อีกทั้งยังช่วยรองรับการขยายตัวและหดตัวของกระเบื้องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ลดโอกาสเกิดปัญหากระเบื้องโก่งตัว แตกร้าว และยังช่วยป้องกันสิ่งสกปรกลงไปสะสมใต้แผ่นกระเบื้องได้อีกด้วย โดยควรเลือกใช้กาวยาแนวจระเข้ที่มีให้เลือกหลายรุ่น พัฒนาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะ
กระเบื้องห้องครัวมีกี่ประเภท เลือกแบบไหนดี?
| ประเภทกระเบื้อง | ลักษณะ | จุดเด่น |
|---|---|---|
|
กระเบื้องเซรามิก |
|
|
|
กระเบื้องพอร์ซเลน |
|
|
|
กระเบื้องแกรนิตโต้ |
|
|
1. เลือกกระเบื้องที่ทนความชื้นและอายุการใช้งานยาวนาน
ประเภทกระเบื้องห้องครัวควรเลือกวัสดุที่รองรับการใช้งานหนัก ดูดซึมน้ำต่ำ ทนต่อความชื้น และดูแลรักษาง่าย เพื่อลดปัญหากระเบื้องแตกร้าว หลุดล่อน หรือเสื่อมสภาพจากการใช้งานก่อนเวลาอันควร โดยกระเบื้องที่เหมาะสำหรับห้องครัว ได้แก่
- กระเบื้องเซรามิก เป็นกระเบื้องดินเผาเคลือบสีสันและลวดลายต่าง ๆ ราคาประหยัด คุ้มค่า มีให้เลือกหลายแบบ เหมาะสำหรับห้องครัวทั่วไปและทำความสะอาดง่าย
- กระเบื้องพอร์ซเลน กระเบื้องที่มีส่วนผสมของดินขาวและแร่ธาตุอื่น ๆ พร้อมเคลือบผิวและเผาด้วยความร้อนสูงกว่า 1,200 องศาเซลเซียส ผิวเคลือบหน้าจึงเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งแผ่น ดูดซึมน้ำต่ำไม่เกิน 1% และรองรับการใช้งานหนักได้ดี เหมาะกับห้องครัวที่ใช้งานบ่อย
- กระเบื้องแกรนิตโต้ กระเบื้องที่มีส่วนผสมของผงหินแกรนิตจริง จึงแข็งแรงสูง สีสันเหมือนหินธรรมชาติ ผิวเรียบสวย ทนรอยขีดข่วน และช่วยเพิ่มความหรูหราให้ห้องครัว
2. เลือกกระเบื้องที่ทำความสะอาดง่าย
ควรเลือกกระเบื้องห้องครัวที่มีพื้นผิวที่เช็ดทำความสะอาดง่าย ถ้าเป็นผิวด้านไม่ควรเลือกแบบที่หยาบจนเกินไป เพื่อป้องกันคราบสะสมฝังแน่น และทนต่อการใช้น้ำยาทำความสะอาด เพื่อช่วยลดเวลาในการดูแลรักษาและทำให้ห้องครัวดูสะอาดอยู่เสมอ
3. เลือกกระเบื้องผิวมันหรือผิวด้านในห้องครัว
การเลือกพื้นผิวกระเบื้องห้องครัว ควรพิจารณาทั้งเรื่องความสวยงามและความเหมาะสมกับการใช้งาน โดยกระเบื้องแต่ละประเภทมีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้
- กระเบื้องผิวมัน พื้นผิวเงางามสะท้อนแสง ทำให้ห้องครัวดูสว่าง โปร่ง และเพิ่มความหรูหรา เหมาะกับใช้เป็นกระเบื้องผนังครัวสไตล์โมเดิร์น หรือห้องครัวที่เน้นการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์
- กระเบื้องผิวด้าน เหมาะสำหรับใช้เป็นกระเบื้องปูพื้นครัว เพราะช่วยป้องกันความลื่น เหมาะสำหรับพื้นที่ใช้งานจริงที่ต้องเจอกับน้ำหรือคราบน้ำมันอยู่เป็นประจำ
4. เลือกกระเบื้องกันลื่น ลดอุบัติเหตุภายในครัว
พื้นห้องครัวเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเปียกชื้นได้บ่อย ทั้งจากการทำอาหารและการทำความสะอาด จึงควรเลือกกระเบื้องที่มีคุณสมบัติกันลื่น ควรเลือกกระเบื้องผิวด้านที่มีค่ากันลื่นตั้งแต่ R10 ขึ้นไป เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการลื่นล้ม เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้มากขึ้น
5. เลือกขนาดกระเบื้องให้เหมาะกับพื้นที่
ขนาดกระเบื้องห้องครัวมีผลต่อการตกแต่งโดยรวม หากเลือกขนาดกระเบื้องให้เหมาะกับพื้นที่ จะช่วยให้ภาพรวมสวยงาม มีมิติ น่าใช้งานมากขึ้น โดยสามารถเลือกขนาดกระเบื้องให้เหมาะกับลักษณะห้องครัวได้ ดังนี้
- ขนาด 30x30 เซนติเมตร เหมาะสำหรับห้องครัวขนาดเล็กหรือพื้นที่แคบ ติดตั้งง่ายและรองรับพื้นที่ที่มีมุมเยอะได้ดี
- ขนาด 60x60 เซนติเมตร เป็นขนาดยอดนิยมสำหรับห้องครัวทั่วไป ช่วยให้พื้นดูเป็นสัดส่วน ดูเรียบสวย และดูแลรักษาง่าย
- ขนาด 80x80 เซนติเมตร เหมาะกับห้องครัวขนาดใหญ่หรือครัวสไตล์โมเดิร์น ช่วยให้พื้นดูต่อเนื่อง ลดจำนวนร่องยาแนว และเพิ่มความหรูหราให้พื้นที่
- ขนาด 60x120 เซนติเมตร เหมาะสำหรับห้องครัวแบบ Open Space หรือพื้นที่ที่ต้องการความเรียบหรูทันสมัย ช่วยให้ห้องดูกว้าง โปร่ง และมีรอยต่อน้อย
วิธีดูแลรักษากระเบื้องห้องครัวให้ใหม่อยู่เสมอ

1. ใช้จระเข้ อีซี่ น้ำยาทำความสะอาดครัว เป็นประจำ
การเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับห้องครัวโดยเฉพาะ จะช่วยขจัดคราบมันและกลิ่นอาหารได้มีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำยาทั่วไป โดยควรทำความสะอาดพื้นและผนังครัวเป็นประจำด้วยจระเข้ อีซี่ น้ำยาทำความสะอาดครัว เพื่อช่วยลดคราบอาหารและคราบน้ำมันฝังแน่น นอกจากช่วยให้ห้องครัวสะอาดน่าใช้งานแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของกระเบื้องห้องครัวให้ดูสวยเหมือนใหม่ได้นานขึ้น
จระเข้ อีซี่ น้ำยาทำความสะอาดครัวเหมาะกับกระเบื้องห้องครัวยังไงบ้าง?
- น้ำยาพร้อมใช้ ไม่มีสารเคมีกัดกร่อน ปลอดภัยต่อทุกพื้นผิว
- เหมาะกับคราบหนักอย่างคราบน้ำมัน คราบแข็งติดแน่น
- มาพร้อมอุปกรณ์พร้อมใช้งาน ได้แก่ ถุงมือ ผ้าไมโครไฟเบอร์ และฟองน้ำ
2. ใช้น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดร่องยาแนว

ร่องยาแนวเป็นจุดที่มักมีคราบสกปรกและเชื้อราสะสมได้ง่าย หากไม่ได้ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้ร่องยาแนวเกิดคราบดำและดูเก่าเร็ว ควรเลือกใช้น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดร่องยาแนว ที่ช่วยขจัดคราบฝังลึกและลดการสะสมของเชื้อรา โดยไม่ทำให้ยาแนวหลุดล่อน จะช่วยให้ยาแนวกระเบื้องห้องครัวสะอาด ใหม่ น่าใช้งานอยู่ตลอด
น้ำยาจระเข้ ทำความสะอาดร่องยาแนวเหมาะกับกระเบื้องห้องครัวยังไงบ้าง?
- ไม่กัดกร่อน ไม่ทำให้ยาแนวหลุดล่อน ใช้ได้กับยาแนวทุกสี
- ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องผสมน้ำ ใช้งานกับยาแนวโดยตรงได้เลย
- ไม่ทำลายพื้นผิว ไม่ทำให้กระเบื้องเปลี่ยนสีหรือเกิดรอยด่าง
3. ทำความสะอาดคราบสกปรกทันที
ควรทำความสะอาดคราบสกปรก คราบน้ำมัน เศษอาหาร รวมถึงเครื่องปรุงต่าง ๆ ออกทันทีหลังทำอาหารเสร็จ เพราะหากปล่อยไว้คราบจะฝังแน่นขึ้น ทำความสะอาดออกได้ยากขึ้น ทำให้กระเบื้องดูเก่าและยังเป็นแหล่งสะสมตัวของเชื้อโรค แบคทีเรียต่าง ๆ ดังนั้นควรเช็ดคราบสกปรกทันที เพื่อลดคราบเกาะแน่นและช่วยให้กระเบื้องห้องครัวดูใหม่อยู่เสมอ
10 ไอเดียกระเบื้องปูพื้นครัวหลายสไตล์ เปลี่ยนครัวให้น่าทำอาหารกว่าเดิม
1. กระเบื้องสีขาว ยาแนวสีดำเป็นตาราง เพิ่มกิมมิกให้ห้องครัวสุดเรียบง่าย

การตกแต่งห้องครัวด้วยโทนสีขาวอาจเรียบง่ายมากเกินไป เพิ่มลูกเล่นให้พื้นที่ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นได้โดยเลือกใช้ยาแนวสีดำ เพื่อสร้างลวดลายตารางที่เป็นระเบียบ ช่วยเพิ่มมิติให้พื้นห้องครัว และยังเข้ากันได้ดีกับชุดเคาน์เตอร์ครัวสีขาวสไตล์โมเดิร์น ทำให้ภาพรวมของห้องครัวสะอาด ดูร่วมสมัยอยู่เสมอ
2. กระเบื้องสีเทาตัดกับกระเบื้องลายไม้ แบ่งโซนครัวคอนโดให้เป็นสัดส่วน

สำหรับห้องครัวคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด การแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้งานให้ชัดเจนถือเป็นสิ่งสำคัญ ใช้กระเบื้องปูพื้นครัวโทนสีเทาในโซนครัว และใช้กระเบื้องยางหรือวัสดุพื้นอีกประเภทในโซนรับประทานอาหาร พร้อมติดตั้งคิ้วกระเบื้องเพื่อแบ่งแนวพื้นที่ระหว่างสองโซน จะช่วยให้พื้นที่เป็นระเบียบมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งฉากกั้นเพิ่มเติมให้ห้องดูอึดอัด
3. กระเบื้องลายตารางหมากรุก เปลี่ยนห้องครัวให้ชิคได้ง่าย ๆ

เลือกปูกระเบื้องลายตารางหมากรุก สลับสีขาวและสีเทาอ่อน เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้ห้องครัวได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะเมื่อเลือกแมตช์ให้เข้ากับผนังห้องสีเทา จะช่วยให้ภาพรวมมีสไตล์มากขึ้น พร้อมยังคงบรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับบ้านที่มีสมาชิกหลากหลายช่วงวัย
4. กระเบื้องลายไม้ตัดกับเคาน์เตอร์สีขาว ครัวร่วมสมัยดูอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม

ห้องครัวที่มีพื้นที่กว้างและมีหน้าต่างบานใหญ่สำหรับรับแสงธรรมชาติ เลือกใช้กระเบื้องปูพื้นครัวลายไม้สีเข้มได้ โดยควรจับคู่กับเคาน์เตอร์ครัวหรือผนังสีขาว เพื่อสร้างมิติด้วยสีที่ตัดกัน ช่วยให้ห้องครัวดูอบอุ่นและให้บรรยากาศใกล้เคียงกับการใช้พื้นไม้จริง แต่ดูแลรักษาง่ายกว่า
5. กระเบื้องลายหินหลายขนาด เสริมความเป็นธรรมชาติให้ห้องครัวสไตล์คลาสสิก

สำหรับสายวินเทจที่อยากจะตกแต่งครัวสไตล์ยุโรป ควรเลือกกระเบื้องปูพื้นครัวลายหินสีเข้ม ตัดกับชุดเคาน์เตอร์สีขาว และควรเลือกใช้กระเบื้องหลายขนาดเล็กและใหญ่สลับกัน เพื่อให้ห้องครัวดูเป็นธรรมชาติเสมือนปูด้วยหินธรรมชาติ
6. เปลี่ยนมาปูแนวทแยงมุม ห้องครัวมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครแบบสุด ๆ

หากต้องการเพิ่มความแตกต่างให้กับห้องครัวจากการปูกระเบื้องลายหินแบบเดิม ๆ ลองเลือกปูกระเบื้องในแนวทแยงมุม 45 องศา เพื่อสร้างมิติที่โดดเด่น โดยเลือกใช้กระเบื้องลายหินโทนสีเทาผสมสีน้ำตาลอ่อน และตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโต๊ะบาร์ไม้ที่กลางห้อง จะช่วยเสริมบรรยากาศอันอบอุ่นให้ห้องครัวของครอบครัวใหญ่
7. พื้นกระเบื้องลายหินอ่อน เคาน์เตอร์ลายหินสีเข้ม บานตู้ลายไม้ ส่วนผสมที่ลงตัว

เพิ่มกลิ่นอายธรรมชาติให้กับห้องครัวสไตล์โมเดิร์น การเลือกใช้กระเบื้องปูพื้นครัวลายหินอ่อนโทนสีขาวหรือสีครีมที่มีลวดลายชัดเจน จะช่วยเพิ่มความหรูหราได้เป็นอย่างดี เมื่อจับคู่กับเคาน์เตอร์ลายหินสีดำและบานตู้ลายไม้ จะช่วยสร้างความสมดุลระหว่างความทันสมัยและความอบอุ่น ทำให้ห้องครัวดูโดดเด่นในทุกองค์ประกอบ
8. พื้นกระเบื้องลายหินอ่อน เสริมครัว Open Space ให้หรูหราขึ้นอีก

สำหรับบ้านที่ออกแบบห้องครัวในรูปแบบ Open Space ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นภายในบ้าน สามารถใช้กระเบื้องปูพื้นครัวเป็นตัวช่วยแบ่งสัดส่วนพื้นที่ได้อย่างลงตัว โดยเลือกกระเบื้องลายหินอ่อนแผ่นใหญ่เพิ่มความหรูหรา ปูต่อเนื่องเพื่อลดรอยต่อ เมื่อจับคู่กับเคาน์เตอร์ผิวมันเงาและลายไม้ จะช่วยให้ห้องครัวดูเรียบหรู ทันสมัย และมีเสน่ห์ในสไตล์ Minimal Luxury
9. กระเบื้องลายวินเทจ เปลี่ยนห้องครัวเพลน ๆ ให้มีชีวิตชีวา

หากห้องครัวภายในบ้านดูเรียบเกินไปจากโทนสีขาวหรือสีครีมเพียงอย่างเดียว การเพิ่มกระเบื้องปูพื้นครัวลายวินเทจที่มีลวดลายแพทเทิร์นต่อเนื่องกัน จะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาและสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับห้องครัว อีกทั้งยังช่วยเติมกลิ่นอายสุดคลาสสิก และทำให้ห้องครัวดูโดดเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้น
10. พื้นกระเบื้องห้องครัวหกเหลี่ยม ฉีกกฎการแต่งครัวแบบเดิม ๆ

สำหรับใครที่ชอบความแตกต่าง ให้เลือกกระเบื้องปูพื้นครัวทรงหกเหลี่ยมมาใช้ และเพิ่มลูกเล่นด้วยการวางแพทเทิร์นสลับสีกันระหว่างสีขาว สีเทาอ่อน และสีเทาเข้ม มิกซ์ออกมาแล้วดูโมเดิร์น แถมยังเข้ากับผนังปูนเปลือย และท็อปเคาน์เตอร์ไม้สุดอบอุ่นอีกด้วย
ห้องครัวเป็นห้องที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ นอกจากกระเบื้องปูพื้นครัวแล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตกแต่งและรีโนเวตครัว จะมีอะไรบ้าง ตามไปอ่านต่อได้ที่
สั่งผลิตภัณฑ์จระเข้สะดวกกว่าเดิมด้วย Jorakay Online Shop

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากจระเข้ ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่าน Jorakay Online Shop ร้านค้าอย่างเป็นทางการจากจระเข้ ที่พร้อมให้ทุกคนสั่งซื้อสินค้าครบ จบในคลิกเดียว บน Shopee และ Lazada ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คุ้มค่า
| ช่องทางการสั่งซื้อ | ลิงก์สำหรับการสั่งซื้อ |
|---|---|
| สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ | |
| สั่งซื้อที่ Shopee | |
| สั่งซื้อที่ Lazada |
อยากได้ผลิตภัณฑ์จระเข้มาดูแลบ้าน ลองเข้าไปหาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันได้ที่เว็บไซต์จระเข้ เพียงเลือกภูมิภาค จังหวัด และเขตหรืออำเภอ เพียงเท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าแถวบ้านร้านไหนที่มีสินค้าคุณภาพรออยู่ หรือจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนก็ได้ ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์แบบไหนดี ให้ตอบโจทย์บ้านของเรามากที่สุด



